คิดสักนิดก่อนดุด่าลูก

กลายเป็นข่าวเศร้าสลด เมื่อ ด.ช. วัย 14 ปี ใช้มีดสปาต้าฆ่าแม่บังเกิดเกล้า แถมฟันพี่สาวบาดเจ็บ เหตุเพราะถูกดุด่าที่วัน ๆ เอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ไม่ช่วยงานบ้าน ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า เพียงแค่ถูกดุด่าถึงขั้นทำให้เด็กคนหนึ่งฆ่าแม่ของตัวเองได้เชียวหรือ แล้วเด็กติดเกม เล่นแต่เกมที่มีความรุนแรงจะส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กอย่างไร?

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน  ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การที่พ่อแม่ดุด่าลูกด้วยถ้อยคำรุนแรงแม้จุดประสงค์ในการดุด่าจะเป็นเรื่องที่ดี อยากให้ลูกปรับปรุงพฤติกรรม แต่มันเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กอย่างหนึ่ง บางทีพ่อแม่ไม่รู้อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา

ถ้าเด็กถูกพ่อแม่ดุด่ามีวุฒิภาวะทางอารมณ์ เด็กจะเข้าใจและจัดการได้ดี แต่ถ้าไม่เข้าใจอาจเกิดการต่อต้าน โกรธ สะสมความเครียด พอเครียดนาน ๆ ก็คับแค้นใจ ซึ่งความคับแค้นใจอาจเกิดขึ้นกับเด็กบางคน หรือเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กพิเศษ

ดังนั้นก่อนดุด่าลูก ควรเริ่มจากวิธีการละมุนละม่อมก่อน ไม่ใช่เริ่มที่การดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง การดุด่าอาจใช้ได้กับเด็กบางคน แต่เด็กบางคนถ้าใช้ไปแล้วทำให้เกิดปัญหา เกิดการต่อต้านก็ไม่ควรใช้

ปัจจุบันพบว่าวิธีการที่พ่อแม่ใช้กับลูกมีปัญหาอยู่มาก เพราะไม่รู้จักวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการกับลูก ทั้ง ๆ ที่มีหลากหลายวิธีให้เลือก ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีซ้ำ ๆ คือ การดุด่า การตี แต่อย่างที่บอกในเชิงจิตวิทยา การปรับพฤติกรรมเด็กมีหลากหลายวิธี  ควรเริ่มจากเบาไปหนัก พูดจาดี ๆ ถ้าใช้วิธีการเบา ๆ ไม่ได้ผล ก็ต้องเข้มข้นขึ้นไปเรื่อย ๆ  ไม่ใช่เริ่มต้นมาก็ดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง การดุด่าควรใช้หลังสุดเลย

ส่วนปัญหาเด็กติดเกมปัจจุบันพบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ง่าย ราคาถูก มีทั้งร้านเกมถูกกฎหมาย ร้านเกมผิดกฎหมายอยู่รอบตัวเด็ก นอกจากนี้ยังมีโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ที่สามารถเล่นเกมได้ด้วย เมื่อปี 2549 ผลสำรวจเด็กติดเกมอยู่ที่ประมาณ 9% แต่ผลสำรวจในปี 2552 มีรายงานตัวเลขอยู่ที่  14.4%

การเล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงเป็นประจำ เด็กอาจซึมซับความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว พอมีปัญหาก็จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้

ท้ายนี้คงต้องบอกว่า เมื่อเราไม่สามารถปฏิเสธคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ตได้ ก็ต้องมีวิธีการจัดการที่ดี  โดยเฉพาะคนกำกับ คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว ต้องมีวิธีกำกับการใช้อย่างเหมาะสม แม้แต่ร้านเกมเองก็ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม มิใช่หวังแต่ผลกำไร คิดแต่ว่าเด็กเล่นเกมมากก็ได้เงินมาก เมื่อรู้ว่าเด็กเล่นเกมเป็นเวลานานไม่ดี ก็ควรมีการห้ามปราม เพราะเวลาเกิดปัญหาจะไปโทษเด็กฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้.

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

ที่มา: เดลินิวส์ 3 พฤศจิกายน 2555