การตัดมดลูกและรังไข่ในสตรีไทย

มีผู้หญิงหลายคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามดลูกมีพยาธิสภาพผิดปกติ ในการรักษานอกจากแพทย์จะตัดมดลูกออกแล้ว บางครั้งอาจถือโอกาสตัดรังไข่ออกไปด้วย จากกรณีดังกล่าว นพ.สันธา ศรีสุภาพ กลุ่มงานสูติ นรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษา “การตัดมดลูกและรังไข่ในสตรีไทย พ.ศ. 2548-2553” ให้ข้อมูลว่า ในช่วงดังกล่าวมีผู้หญิงไทยทั่วประเทศเข้ารับการตัดมดลูกประมาณ 160,000 ราย โดยคนที่ไปตัดมดลูก 10 คน พบว่า 5 คนครึ่งโดนตัดรังไข่ไปพร้อมกันเลย ช่วงอายุที่ตัดอยู่ระหว่าง 45-65 ปี คิดเป็น 72%

สาเหตุที่ตัดมดลูก 82% ไม่ใช่โรคมะเร็ง มีเพียง 18% เท่านั้นที่เป็นกลุ่มโรคมะเร็ง ที่แยกอย่างนี้เพราะว่า กรณีที่เป็นโรคมะเร็งส่วนใหญ่ต้องตัดรังไข่ไปพร้อมกัน แต่กลุ่มที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง การที่จะตัดรังไข่ด้วย ควรขึ้นอยู่กับว่ารังไข่ผิดปกติหรือไม่ และควรมีการหารือร่วมกันระหว่างแพทย์และคนไข้

คนไข้กลุ่มโรคมะเร็งเมื่อดูรังไข่ พบว่า รังไข่ยังดีอยู่มีถึง 74% รังไข่ไม่ดีพบ 26% ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง พบว่า มีการตัดรังไข่ดี ๆ ไปถึง 70% ตัดรังไข่ไม่ปกติไป 30%

เมื่อวิเคราะห์คนไข้กลุ่มที่เป็นมะเร็งแต่รังไข่ปกติ สาเหตุที่ต้องตัดรังไข่ด้วย เพราะเป็นมะเร็งปากมดลูก กลัวว่าจะมีการลุกลาม ส่วนคนไข้กลุ่มที่เป็นมะเร็งและรังไข่ผิดปกติ สาเหตุที่ต้องตัดรังไข่ด้วยก็ตรง ๆ คือเป็นมะเร็งรังไข่

ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้เป็นโรคมะเร็งและรังไข่ปกติ แต่ต้องตัดรังไข่ สาเหตุหลักคือเป็นเนื้องอกมดลูก ก็เลยแถมตัดรังไข่ไปด้วย ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นโรคมะเร็งแต่รังไข่ผิดปกติ สาเหตุที่ตัด คือ ช็อกโกแลตซีสต์

จากข้อมูลปัจจุบันพบว่า มีการให้แนะนำว่าควรเก็บรังไข่ไว้จนถึงอายุ 65 ปี ดังนั้นคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกถ้าจะตัดรังไข่ทิ้งด้วย ควรจะมีการวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยว่า กรณีที่รังไข่ปกติสมควรจะเก็บไว้หรือเอาออก เพราะการเก็บรังไข่ไว้ยังมีการสร้างฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์อยู่ แม้จะหมดประจำเดือนไปแล้ว ในขณะที่การเก็บรังไข่ไว้ อาจเสี่ยงที่จะกลายเป็นเนื้อร้ายได้แต่ก็ไม่มากเพียง 1 ใน 400 เท่านั้น

คนไข้ที่โดนตัดรังไข่ 2 ข้างทิ้ง หรือคนไข้ที่เหลือรังไข่ 1 ข้างแล้วโดนตัดทิ้งด้วย มีงานวิจัยระบุว่า ถ้าโดนตัดรังไข่ก่อนอายุ 45 ปี มีโอกาสเสียชีวิตหรือเจ็บป่วย ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และกระดูก สูงกว่าคนที่หมดประจำเดือนโดยธรรมชาติ ดังนั้นถ้าโดนตัดรังไข่ 2 ข้างก่อนอายุ 45 ปี ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยในโรคที่กล่าวมา ส่วนการใช้ฮอร์โมนทดแทนในกลุ่มนี้ อาจมีความจำเป็นเพราะต้องการรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้ใกล้เคียงกับวัยธรรมชาติ และจะไปหยุดใช้ฮอร์โมนในวัยใกล้ 50 ปี แต่ควรอยู่ในการดูแลและเฝ้าติดตามของแพทย์คลินิกวัยทองเป็นระยะ ๆ

ด้าน นพ.เกษม เสรีพรเจริญกุล หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า สาเหตุของการตัดมดลูกและรังไข่มีเยอะแยะ ที่ตัดบ่อย ๆ เช่น เนื้องอกมดลูก ลำพังเนื้องอกมดลูกเฉย ๆ จะตัดหรือไม่ตัดก็ได้ เพราะเนื้องอกมดลูกเป็นมะเร็งน้อย ที่ต้องตัด เช่น เป็นเนื้องอกมดลูกที่ก้อนใหญ่มาก ทำให้คนไข้ปวดท้องมาก ทำให้คนไข้เสียเลือดมาก ส่วนจะมีการตัดรังไข่ด้วยหรือไม่ ก็แล้วแต่ว่ารังไข่ผิดปกติหรือไม่ คนไข้จำเป็นต้องใช้รังไข่อยู่หรือไม่

“ถ้ารังไข่ปกติ การตัดมดลูกแล้วจะต้องตัดรังไข่ด้วย เป็นหัวข้อที่กำลังถกเถียงกันอย่างมาก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่าต่อให้วัยทองมา 10-20 ปี ก็ไม่ควรตัด เพราะมันยังสร้างฮอร์โมนอยู่ แต่บางคนก็บอกว่า ต่อให้มันสร้างฮอร์โมนอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผ่าเข้าไปตัดมดลูกก็ควรตัดรังไข่ออกด้วยเลย เดี๋ยวมันจะเป็นมะเร็ง ตรงนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยทั้ง 2 ฝ่ายก็มีเหตุผลและมีข้อมูลอ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่าย”

ผลจากการตัดมดลูกแน่นอน คือ จะไม่มีประจำเดือน และไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ มีกรณีเล็ก ๆ ที่คนอาจพูดถึงกัน คือ เมื่อตัดมดลูกแล้ว ความรู้สึกทางเพศอาจลดลง บางคนบอกว่าไม่มีมดลูกแล้วเหมือนข้างในมันว่างเปล่า ตรงนี้ไม่น่าจะจริงเพราะเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ความกระชับของช่องคลอดมันอยู่ตอนช่วงต้นเท่านั้น มดลูกไม่ได้มีบทบาทอะไรต่อความรู้สึกทางเพศของผู้ชาย

ส่วนการตัดรังไข่นั้น รังไข่มีหน้าที่สำคัญคือผลิตไข่ และฮอร์โมนเพศหญิง นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนอื่น ๆ อีกหลายตัว ฮอร์โมนเพศหญิงตัวหลักเรียกว่าเอสตราไดออล แต่หลังจากวัยทองไปแล้วรังไข่ก็ยังสร้างฮอร์โมนอยู่ เช่น ฮอร์โมนกลุ่มเดียวกับเอสตราไดออล ฮอร์โมนอื่น ๆ ดังนั้นอาการร้อนวูบวาบจึงเกิดจากฮอร์โมนตัวหลักลดลง แต่ถ้าไปตัดมันหมด ฮอร์โมนตัวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เอสตราไดออลมันหมดไปด้วย จึงเป็นเหตุผลของกลุ่มที่บอกว่าอายุเท่าไหร่เขาก็ไม่ตัด เพราะมันจะมีฮอร์โมนอื่น ๆ อีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยังสร้างอยู่

แต่แพทย์ส่วนใหญ่พอเห็นว่าเป็นวัยทองก็จะตัดรังไข่ด้วย เพราะเอสตราไดออลน้อยลง แต่เขาไม่ได้คำนึงถึงฮอร์โมนอื่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้จึงมีเทรนว่าคำนึงถึงฮอร์โมนอื่น ๆ พวกนี้ ดังนั้นแม้จะอายุมากก็จะไม่ตัด แต่เทรนส่วนใหญ่คือ ใกล้ ๆ วัยทอง เกือบ ๆ วัยทอง หรือวัยทองแล้วตัดรังไข่ด้วยถ้าตัดมดลูก

สรุปว่า ตัดมดลูกแล้วจะตัดรังไข่ด้วยหรือไม่ ควรให้คนไข้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจดีที่สุด.

นวพรรษ บุญชาญ

 

ที่มา: เดลินิวส์ 26 กุมภาพันธ์ 2555