ติดเชื้อในกระแสเลือด ‘รหัสอันตราย’ ‘ผลร้าย’ ไม่ทันรู้ตัว

dailynews130404_001กรณีดารารุ่นเก๋า อดีตพระเอกดัง สมบัติ เมทะนี ป่วยโคม่าแบบปุบปับปัจจุบันทันด่วนอันเนื่องจาก “ติดเชื้อในกระแสเลือด” ภายหลังมีแผลเล็ก ๆ ที่บริเวณเท้านั้น กรณีนี้ไม่ว่าแผลจะเกิดจากสาเหตุอะไร? ไม่ว่าเชื้อจะมาจากไหน? นี่ก็น่าจะถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ให้คนไทยโดยรวมหันมาใส่ใจ “ภัยอันตรายจากเชื้อที่ตามองไม่เห็น” ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน และแม้แต่ในร่างกายมนุษย์เอง ล้วนแล้วแต่มีเชื้อที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยที่เชื้อเหล่านี้อาจทำให้เจ็บป่วยได้ทุกเมื่อถ้ามีปัจจัยประจวบเหมาะ

และ ’ติดเชื้อในกระแสเลือด“ นี่น่ากลัว

อันตรายระดับน้อง ๆ มะเร็งเลยทีเดียว

ทั้งนี้ “เลือด” เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของร่างกายมนุษย์ที่ “สำคัญต่อการมีชีวิตอย่างมาก” โดยที่เลือดจะไหลเวียนหล่อเลี้ยงอยู่ภายในเส้นเลือดที่อยู่ทั่วร่างกายด้วยการสูบฉีดของหัวใจ ซึ่งเลือดจะลำเลียงขนส่ง อาทิ ก๊าซออกซิเจน กรดอะมิโน ฮอร์โมน วิตามิน สู่เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย พร้อมทั้งลำเลียงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของเสียต่าง ๆ จากเซลล์ไปขับออกจากร่างกายทางอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งหากเลือดดี เลือดทำหน้าที่ได้ดี ร่างกายก็ดี ในทางกลับกัน หากเลือดมีปัญหา เกิดปัญหาขึ้นกับเลือด ก็ย่อมจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

ที่ผ่าน ๆ มาในไทยก็มีกรณีมากมายที่คนดัง ๆ ทั้งในวงการบันเทิง และวงการอื่น ๆ ’เสียชีวิต“ ลงโดยที่ทางแพทย์มีการระบุสาเหตุว่า ’เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด“ และถ้าเป็นกรณีคนไทยทั่ว ๆ ไปที่ไม่ใช่คนดัง ที่เสียชีวิตลงเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ก็มีมากมายจนนับจำนวนกันไม่หวาดไม่ไหว แจกแจงกันได้ไม่หมด

ยกตัวอย่างสักรายหนึ่ง… ยังจำกันได้หรือไม่? ในไทยเคยเกิดกรณีวัยรุ่นหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตภายหลังการดัดฟันแฟชั่น ซึ่งวัยรุ่นหญิงรายนี้มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ และมีอาการหอบหืด อีกทั้งช่วงก่อนเสียชีวิตก็เกิดอาการไทรอยด์เป็นพิษ ตอนนั้นก็เกิดกระแสรณรงค์เกี่ยวกับการระวังภัยการดัดฟันแฟชั่นซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ไม่อาจมองข้าม และเป็นจุดสรุปของกรณีนี้ ก็คือการ “ติดเชื้อในกระแสเลือด”

นี่เป็นจุดสำคัญที่นำสู่การ “เสียชีวิต”

’ติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยที่สูงเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็ง และอุบัติเหตุ“ …นี่เป็นข้อมูลของทางกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากมายก็ได้เคยระบุถึงภัยอันตรายของการ “ติดเชื้อในกระแสเลือด” ไว้ในแนวทางเดียวกัน ซึ่งก็สรุปได้ชัดเจนว่า… “ติดเชื้อในกระแสเลือดก็ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญมาก”

การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือการติดเชื้อในกระแสโลหิต หรือ “โลหิตเป็นพิษ” หรือ “เลือดเป็นพิษ” จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการรวม ๆ ของการที่ร่างกายมีเชื้อโรคอยู่มากมายในกระแสเลือด และก็มีเชื้อมากมายที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อจากนอกร่างกาย หรืออาจจะเป็นเชื้อจากในร่างกายเอง เช่น ในปอด ในทางเดินปัสสาวะ ในช่องท้องหลังผ่าตัด ในสมอง ในหัวใจ ในปาก ในคอ ฯลฯ โดยการติดเชื้อในกระแสเลือด มักเกิดกับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น… คนที่มีโรคเรื้อรัง คนที่เพิ่งผ่าตัด ผู้สูงอายุ

ประเด็นสำคัญและจุดอันตรายก็คือ… เมื่อเชื้อโรคกระจายเข้ากระแสเลือด ก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ระบบร่างกายจะทำงานผิดปกติ และอาจค่อย ๆ หยุดทำงานลง จนเสียชีวิตในที่สุด

’การเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต เกิดจากการที่ร่างกายผู้ป่วยติดเชื้อโรคขึ้นมาชนิดหนึ่ง แล้วเชื้อโรคนี้เป็นตัวที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย จนร่างกายไม่สามารถต่อต้านได้ และมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ความดันโลหิตตก ในที่สุดผู้ป่วยก็จะเสียชีวิตลง…“ ’หากเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิตธรรมดา อัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 30-50% แต่หากมีภาวะช็อกร่วมด้วย อัตราการเสียชีวิตจะสูงขึ้นเป็นประมาณ 88%…“ …ข้อมูลส่วนนี้เป็นการระบุของ นพ.กิตติศักดิ์ เชื้อสกุลวนิช ซึ่งได้รับรางวัลผลงานวิชาการยอดเยี่ยมจากการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 จากการศึกษาเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตในโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ช่วยฉายภาพ…

ว่า “ติดเชื้อในกระแสเลือด” นี่ต้องกลัว!!

เพราะสิ่งที่อาจจะเกิดตามคือ “เสียชีวิต”

ทั้งนี้ กับกรณีของอดีตพระเอกดัง สมบัติ เมทะนี นั้น ถือว่าโชคดีมากที่ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง แต่ทางทีมแพทย์สามารถเยียวยาได้ ซึ่งปัจจัยของความโชคดีนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษาอย่างทันการ และที่สำคัญมากก็คือ ’ร่างกายแข็งแรง จึงมีภูมิต้านทานสูง“ ดังที่แพทย์ได้ระบุ

’ติดเชื้อในกระแสเลือด“ คนไทยอย่าประมาท

และ ’ร่างกายแข็งแรง“ ก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ

เพื่อป้องกันร่างกายให้พ้นจากภัยเชื้อร้าย!!.

ที่มา : เดลินิวส์  4 เมษายน 2556