แนะวิธีดูแลปวดเมื่อยด้วยตนเอง ไม่ควรใช้ยาทาสูตรร้อนจะกระตุ้นอักเสบ

อาการปวดหลัง ปวดเอว หรือต้นขา นับเป็นอีกหนึ่งโรคภัยที่ทำให้การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนเรากลายเป็นเรื่องยาก บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ ‘นูโรเฟน เจล’ จึงจัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “การทำงานและการออกกำลังกาย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดของคุณ” ขึ้น ณ ศูนย์การค้า Digital Gateway ชั้น  G  เพื่อให้ความรู้  และแนะนำทริกที่จะช่วยป้องกัน และรักษาอาการปวดเมื่อยเบื้องต้นแก่ผู้ที่มีปัญหาได้ด้วยตัวเอง

นพ.พันธศักดิ์ ตันสกุล แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู  โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยว่า กลุ่มคนทำงานและออกกำลังกายน่าจะเป็นกลุ่มหลักๆ ที่ต้องเจอกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  เคล็ดขัดยอกของกล้ามเนื้อ  หรือข้อและเส้นเอ็น ไม่ว่าจะเป็นที่มือและข้อมือ กล้ามเนื้อหลัง คอ ไหล่ เอว ดังนั้น การออกแรงกล้ามเนื้อเกินกำลัง  หรือออกแรงกล้ามเนื้อบริเวณเดิมติดต่อกันมากเกินไป หรือการยืดกล้ามเนื้อหรือเอ็นไปในทิศทางหรือระยะทางที่มากเกินไป ก็จะทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเอ็นได้เช่นเดียวกัน

เมื่อมีอาการปวดหรืออักเสบกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลัน ควรหยุดการออกแรงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ และให้ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบบริเวณที่บาดเจ็บหรืออักเสบภายใน 24 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ รวมถึงอาจจะใช้ ยาทาชนิดที่มีส่วนประกอบของยาลดการอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวดและอักเสบ แต่สิ่งหนึ่งที่พึงระวังคือไม่ควรใช้ยาทาชนิดสูตรร้อน  เพราะจะยิ่งกระตุ้นอาการอักเสบให้รุนแรงขึ้น

สำหรับความแตกต่างในการดูแลอาการอักเสบจากกล้ามเนื้อและเอ็นคือ การบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อ อาจเลือกใช้ยาทานวดชนิดที่มียาแก้อักเสบจะช่วยลดการอักเสบที่ต้นเหตุได้ดีกว่า ส่วนการบาดเจ็บจากเอ็น เช่น เอ็นข้อศอกที่พบในนักเทนนิสนั้น  จำเป็นต้องใช้ยาทาชนิดที่มียาต้านการอักเสบซึ่งจะได้ผลมากกว่า ซึ่งยาต้านการอักเสบนั้นมีทั้งรูปแบบยาทาและยารับประทาน ในกรณีที่มีอาการอักเสบกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง สามารถเลือกใช้ทั้งยาในรูปแบบยารับประทานและยาทาต้านอาการอักเสบควบคู่กัน เพื่อเสริมการรักษาให้เร็วขึ้นได้ หรือควรพบแพทย์ผู้รักษาเฉพาะทาง.

 

ที่มา: ไทยรัฐ 24 มกราคม 2555