หลักสยบโรคหืด

dailynews130122_001คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ต้องหายใจ ฉะนั้นใครมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจจงอย่าเพิกเฉย ควรเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง เช่น กรณีป่วยโรคหืดหรือหอบหืดที่เกิดจากหลอดลมตีบ เมื่อเจอสิ่งกระตุ้น หลอดลมจะหดตัวอย่ารวดเร็ว ทำให้หายใจลำบาก

รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย เล่าว่า สมัยก่อน การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคหืด แพทย์เพียงถามว่ามีอาการหอบหรือไม่ โดยไม่มีการวัดขนาดหลอดลมด้วยการเป่าลมผ่านเครื่องทดสอบสมรรถภาพปอด จึงทำให้การวินิจฉัยไม่ดีเท่าที่ควร ประกอบกับเน้นให้ยาขยายหลอดลมเพื่อแก้ปัญหาเมื่อมีอาการเท่านั้น

การที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคหืดได้วัดขนาดหลอดลมด้วยวิธีข้างต้น จะช่วยให้ทราบว่า หลอดลมตีบหรือไม่ ตีบมากน้อยแค่ไหน โดยค่าตัวเลขจากการเป่าลมจะทำให้แพทย์เฉพาะทางหรือผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยได้ว่า หลอดลมตีบไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าน้อยกว่า 50% มักจะไม่มีอาการหอบหรือมีไม่มาก ทว่าหลอดลมตีบมากกว่า 50% จะแสดงอาการชัดเจน

เมื่อ 8 ปีก่อนหน้านี้ มีจำนวนผู้ป่วยโรคหืดอาการรุนแรงจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ป่วยอาจยังไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม โดยทางที่เหมาะควร นอกจากแพทย์จะให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคหืดทดสอบสมรรถภาพปอดแล้ว จำเป็นต้องให้ยารักษาอาการอักเสบของหลอดลม มิใช่ให้เพียงยาขยายหลอดลมเพื่อบรรเทาเมื่อเกิดอาการเพียงอย่างเดียว ซึ่งผลจากการรักษาที่แนะนำดังกล่าว ช่วยลดอาการหอบให้น้อยลง บางรายได้ผลดีจนแถบไม่มีการกำเริบ ลดโอกาสป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาล คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบหายใจ เช่น ไอบ่อยๆ ตอนกลางคืน หอบเหนื่อยง่าย และหายใจมีเสียงวีด ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะเหล่านี้เป็นสัญญาณที่อาจสันนิษฐานได้ว่า ผู้นั้นป่วยเป็นโรคหืด.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

 

ที่มา : เดลินิวส์  22 มกราคม 2556