‘กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในเด็ก’ ปัญหาที่ไม่ควรละเลย

dailynews130525_002การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คือการที่มีปัสสาวะออกมาโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งที่ยังไม่พร้อมจะถ่ายปัสสาวะ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเข้าสังคม

ในอดีตเคยเข้าใจกันว่า การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัยและมักเกิดขึ้นในผู้หญิง เมื่ออายุมากขึ้นก็กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีปัสสาวะเรี่ยราดเป็นธรรมดา ยิ่งในสตรีที่เคยคลอดลูกเองหลายท้อง ยิ่งจะมีโอกาสกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้มากเท่านั้น จนหลายคนยอมรับสภาพว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่ต้องทน ซึ่งเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แต่ความเป็นจริงแล้วการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยสูงอายุ เพียงแต่ลักษณะของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่อาจจะแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละเพศแต่ละวัย ซึ่งในปัจจุบันเรามีความรู้ ความเข้าใจถึงสาเหตุและการรักษา ทำให้ผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ในหลายประเทศพบว่าปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เป็นปัญหาใหญ่ที่คาดว่าน่าจะพบได้ราวร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 รายของประชากร ซึ่งคอลัมน์หมอรามาฯ ไขปัญหาสุขภาพฉบับนี้ ขอนำเสนอ ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่พบในเด็ก

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในเด็ก เป็นกรณีที่มีความแตกต่างจากในผู้ใหญ่ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่เป็นมาแต่กำเนิด ความผิดปกติจากพัฒนาการในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะหรือจากความผิดปกติทางจิตใจก็ได้ ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยและการรักษาในผู้ป่วยเด็กอาจจะมีความแตกต่างจากในผู้ใหญ่

หลังการคลอดใหม่ ๆ ทารกจะปัสสาวะบ่อยมากถึงวันละ 20 ครั้งและไม่สามารถควบคุมได้เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มก็จะถ่ายปัสสาวะออกมาไม่เป็นเวลา เมื่อเด็กโตขึ้นกระเพาะปัสสาวะจะโตขึ้นเก็บน้ำปัสสาวะได้มากขึ้นและพัฒนาการของสมองในการเก็บกักปัสสาวะ ไม่ถ่ายปัสสาวะเรี่ยราดจะดีขึ้น ในช่วงแรก ๆ จะควบคุมปัสสาวะในช่วงเวลากลางวันได้ก่อน กลางคืนอาจจะมีปัสสาวะรดที่นอน ต่อมาก็จะเริ่มควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยทั่วไปเด็กจะเริ่มควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้เมื่ออายุประมาณ 3 ปี คือเป็นเวลาก่อนเข้าโรงเรียน หากเด็กมีปัญหาปัสสาวะไหลราดตลอดเวลาไม่สามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้เลยหรืออาจจะมีการถ่ายปัสสาวะเป็นเวลาด้วยแต่ก็มีปัสสาวะซึมออกมาตลอดเวลาด้วย มักจะเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ท่อไตเปิดผิดตำแหน่งหรือหูรูดกระเพาะปัสสาวะไม่ทำงาน

การรักษาในผู้ป่วยเด็ก แพทย์จะซักประวัติ ระยะเวลาที่เป็น ลักษณะของการกลั้นไม่อยู่ว่าเป็นตลอดเวลาหรือเป็นบางเวลา ต่อเนื่องมาตลอดหรือกลั้นปัสสาวะได้บ้างแล้วกลับมากลั้นปัสสาวะไม่อยู่อีก ประวัติครอบครัว การตรวจร่างกายจะต้องตรวจสภาพโดยทั่วไป สภาพจิตใจและตรวจหาความผิดปกติต่าง ๆ เช่น ความผิดปกติบริเวณหลังทวารหนัก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ตรวจระบบประสาท ตรวจปัสสาวะ ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติทางโครงสร้างของไต ท่อไตและกระเพาะปัสสาวะ ที่อาจจะมีการตรวจทางรังสีวิทยา และตรวจการทำงานของกระเพาะปัสสาวะในกรณีที่จำเป็น

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในเวลากลางวันจะต้องตรวจสอบถึงสภาพความผิดปกติในการทำงานของกระเพาะปัสสาวะว่าบีบตัวเร็วหรือไม่ หรือเกิดจากความสนใจของเด็กในบางเรื่องที่ทำให้ลืมการถ่ายปัสสาวะ เช่น ในเด็กที่มีความผิดปกติต่อทางจิตใจ สมาธิสั้น เป็นต้น ที่บางครั้งได้อยู่กับเรื่องที่ตนเองสนใจจะลืมไปถ่ายปัสสาวะจนกระทั่งกระเพาะปัสสาวะเต็มมากแล้วจึงไปถ่ายปัสสาวะ ทำให้ไม่สามารถไปถ่ายปัสสาวะได้ทัน

เด็กปัสสาวะรดที่นอนเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ทั้งนี้เนื่องจากอาจจะเป็นตามธรรมชาติของเด็กที่อาจจะมีพัฒนาการในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้ช้ากว่าปกติ แต่อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้อีก เช่น มีปริมาณปัสสาวะตอนกลางคืนมาก ซึ่งอาจจะดื่มน้ำหรือได้รับเครื่องดื่ม นม ผลไม้ที่ทำให้มีปริมาณน้ำเข้าร่างกายมาก ทำให้ในช่วงกลางคืนมีปริมาณปัสสาวะออกมามาก หรือเกิดจากการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการดูดน้ำกลับจากปัสสาวะน้อย ทำให้มีปริมาณปัสสาวะออกมาก ทั้ง ๆ ที่กระเพาะปัสสาวะปกติและทำงานปกติ หากปัสสาวะออกมามากก็อาจจะเป็นเหตุให้มีปัสสาวะรดที่นอนได้แก่ การนอนหลับลึก ไม่ตื่นมาถ่ายปัสสาวะ ดังนั้นการรักษาจึงต้องปลุกขึ้นมาให้ถ่ายปัสสาวะในระยะที่เหมาะสม อีกสาเหตุหนึ่งได้แก่ ความผิดปกติที่กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ มีการบีบตัวไวกว่าปกติ ทำให้ไม่สามารถเก็บกักปัสสาวะได้นานทำให้ราดมาก่อน เพื่อเป็นการป้องกันอันอาจจะลุกลามเกินกว่าการเยียวยาเมื่อพบความผิดปกติเกิดขึ้น ผู้ปกครองควรนำบุตรหลานของท่านไปปรึกษาแพทย์ให้ทันท่วงที ทั้งนี้เพื่อจะได้เตรียมตัวและวางแผนในการรักษาให้หายขาดไปได้ในที่สุด ฉบับหน้าพบกับ “ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ”              

ศาสตราจารย์นายแพทย์วชิร คชการ
ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปัสสาวะ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา  : เดลินิวส์  25 พฤษภาคม 2556