ปัญหาร่องแก้มลึก

หลายคนที่ร่องแก้มลึก เกิดข้อสงสัยว่า อะไรเป็นต้นเหตุของปัญหา การยิ้มบ่อย ๆ มีส่วนหรือไม่ แล้วจะมีวิธีการรักษาอย่างไร ?

ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย บอกว่า การยิ้มไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาร่องแก้ม เพราะปัญหาร่องแก้มเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น รูปหน้าของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน หรืออายุที่มากขึ้น ผิวเสื่อมก็จะคล้อย เวลานอนตะแคงร่องแก้มก็เด่นชัดขึ้น

ความเสื่อมของผิวเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ อายุที่มากขึ้นและแสงแดด

ผิวที่คล้อยสามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น เลเซอร์ ยกกระชับหน้า ฟิลเลอร์ ปัญหาร่องแก้มก็ลดลงได้

การใช้ครีมอาจช่วยได้กรณีที่เป็นน้อย ๆ ร่องแก้มไม่ลึก ครีมจะช่วยให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื้น สิ่งสำคัญ คือ การป้องกันไม่ให้ผิวโดนแสงแดด การใช้ครีมกันแดด ถ้าดูแลผิวดี ริ้วรอยก็มาช้า

ส่วนการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ด้วยการทำแก้มป่อง ปากจู๋ จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าแข็งแรงขึ้น

แนะนำว่าควรกินอาหารให้ครบทุกหมู่ กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่จำเป็นต้องกินคอลลาเจนโดยตรง เพราะคอลลาเจนที่กินเข้าไปต้องผ่านการย่อยสลาย ดูดซึมและไปสร้างคอลลาเจนใหม่ ไม่ได้ไปที่ผิวหนังโดยตรง

ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ รักษาการ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาร่องแก้มเกิดจากคอลลาเจนบริเวณดังกล่าวลดลง หรือหายไปส่วนหนึ่งเป็นเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผิวหนังมีความสามารถในการสร้างคอลลาเจนลดลง

การยิ้มบ่อย ๆ ผิวหนังจะเกิดแรงดัน อาจทำให้ร่องของผิวหนังตรงนั้นลึกขึ้นได้

บางคนมีแก้มเยอะ พออายุมากขึ้นความยืดหยุ่นลดน้อยลงแก้มก็ห้อย พอแก้มห้อยและเกิดการพับก็ยิ่งเห็นลึกมากขึ้น

ขณะเดียวกันคนอายุน้อย ๆ บางคนกล้ามเนื้อร่องจมูกแข็งแรง ในกรณีไม่ยิ้มจะไม่เห็นร่องลึก แต่พอยิ้มกล้ามเนื้อหดเกร็งเห็นร่องลึก

ฉะนั้นเวลาเจอคนไข้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ต้องประเมินดูก่อนว่าเกิดจากอะไร
ถ้าเกิดจากกล้ามเนื้อแข็งแรง ก็อาจใช้โบทูลินั่มท็อกซินช่วย ถ้าเกิดจากคอลลาเจนหายไปก็เติมฟิลเลอร์ แต่ถ้าเกิดจากแก้มหย่อนคล้อย อาจใช้วิธียกกระชับ

เวลารักษาร่องแก้มลึกต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุใด บางคนเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันก็อาจต้องใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน

การใช้ครีมบำรุงผิวช่วยได้เฉพาะผิวหนังกำพร้าส่วนบน ครีมจะช่วยทำให้ความสมบูรณ์ของหนังกำพร้าดีขึ้น และช่วยชะลอริ้วรอยไม่ให้เป็นมากขึ้น แต่ครีมไม่สามารถลงไปถึงชั้นหนังแท้.

นวพรรษ บุญชาญ

 

ที่มา:  เดลินิวส์ 29 กันยายน 2555