ผลการศึกษาชิ้นใหม่ชี้ว่ามีคนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกหรือเกือบสี่พันล้านคนมีปัญหาฟันผุและโรคเหงือก

voathai130619_001ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่าโรคฟันและโรคเหงือกอาจจะนำไปสู่ปัญหาทางสังคมและจิตใจได้

ศาสตราจารย์เว็คเน่อร์ มาร์เซ็นเนสเป็นหัวหน้าทีมนักวิจัยที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเกี่ยวกับโรคภัยที่เป็นปัญหาต่อคนทั่วโลกประจำปีคริสตศักราช 2010 ผลการศึกษานี้จัดทำร่างรายชื่อโรคภัยหลักๆและอาการบาดเจ็บที่พบได้ทั่วไปจำนวน 291 โรค

ศาสตราจารย์มาร์เซ็นเนสทำงานประจำที่สถาบันทัณตกรรมควีนเเมรี่ที่มหาวิทยาลัย University of London เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าการศึกษาครั้งนี้เป็นโครงการใหญ่มาก มีนักวิทยาศาสตร์ประมาณห้าร้อยคนเข้าร่วมโครงการ เขากล่าวว่านักวิจัยทำการทบทวนข้อมูลทุกประเภทที่มีอยู่เกี่ยวกับความเจ็บป่วยทุกอย่าง แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปทำการประเมิน ดังที่ปรากฏในรายงานที่ตีพิมพ์ไปเมื่อเร็วๆนี้

ศาสตราจารย์มาร์เซ็นเนสกล่าวว่าโรคฟันผุในฟันแท้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า carries ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าโรคฟันผุเป็นโรคเรื้อรัง ที่มีสาเหตุความเสี่ยงอย่างเดียวกับโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

ผลการศึกษาเรื่องนี้พบว่าโรคฟันผุพบเพิ่มขึ้นมากที่สุดในชาติอาฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่าและชาติหมู่เกาะทางใต้ ตะวันตกและกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ศาสตราจารย์มาร์เซ็นเนสกล่าวว่าเขาไม่แปลกใจต่อเรื่องนี้

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าโรคฟันผุและโรคเหงือกได้รับความสนใจน้อยกว่าโรคอื่นๆ ยกตัวอย่าง โรดเอดส์จะได้รับความสนใจมากเพราะเป็นปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า เขากล่าวว่ามีคนในอาฟริกาเป็นโรคฟันผุกันเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาเริ่มมีวิถีชีวิตเหมือนกับชาติตะวันตกมากขึ้นในหลายๆทาง

ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนสกล่าวว่าโรคฟันผุน่าจะเกี่ยวพันกับลักษณะโภชนาการ อาหารสมัยใหม่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมทั้งโรคฟันผุ

อาหารในประเทศพัฒนาเเล้วมีส่วนผสมของน้ำตาลสูงมาก น้ำตาลเป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือกและฟัน ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนส ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมในอังกฤษกล่าวว่าในช่วงคริสตศตรรษที่ 19 คนเป็นโรคฟันผุกันน้อยเพราะสมัยนั้นยังไม่มีน้ำตาลให้บริโภคกันทั่วไป เขากล่าวว่าน้ำตาลยังเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วนด้วย

ประเทศพัฒนาใช้วิธีเติมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำดื่มเพื่อช่วยป้องกันอาการฟันผุ ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนสกล่าวว่าการเติมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำดื่มมีความสำคัญมากจากผลการศึกษาเรื่องนี้ในอเมริกา ฟลูออไรด์ในน้ำดื่มช่วยลดปัญหาโรคฟันผุลงได้อย่างมากในอเมริกา

เมื่อฟลูออไรด์ช่วยเสริมสร้างให้ฟันต้านทานต่อเเบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุได้ มีผลให้คนสามารถรับประทานขนมหวานมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าปัญหาโรคเหงือกและฟันมีผลกระทบทางลบใหญ่หลวงต่อคุณภาพชีวิตของคนแต่ละคน อย่างแรกทำให้ผู้ป่วยขบเคี้ยวอาหารลำบาก ทำให้ต้องปรับไปกินอาหารที่ที่นิ่มขึ้นและอาจจะมีไขมันสูงขึ้น นอกจากนี้ผลกระทบหลักที่ทีมนักวิจัยพบคือผลทางด้านสังคมและจิตใจ

ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนสกล่าวว่าปากเป็นอวัยวะสำคัญที่มีบทบาทเกี่ยวพันกับการเข้าสังคม คนที่ฟันเสียจะรู้สึกอาย ไม่ค่อยยิ้ม และ ไม่ค่อยพูดค่อยจา และบางคนมักเอามือปิดปากเวลาหัวเราะเพราะไม่อยากให้ใครเห็นฟันของตนเอง เขากล่าวว่าวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันอาจจะประสบกับปัญหาขาดความมั่นใจในตัวเองตามมาในระยะยาว

ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนสหวังว่าชาติอาฟริกาและเอเชียจะมองเห็นปัญหาสุขภาพที่มาจากประเทศพัฒนาเเล้วนี้เเละเลี่ยงเจริญรอยตามในด้านโภชนาการ ศาสตราจารย์เมอร์เซ็นเนสยังเรียกร้องให้มีการปรับนิสัยการบริโภคให้หันไปรับประทานอาหารที่ดีต่อสุภาพ ตลอดจนมีการพัฒนาวัสดุและวิธีการรักษาโรคฟันผุใหม่ๆที่ราคาถูกลงด้วย

ที่มา : www.voathai.com

.

Related Article :

.

voanews130531_001

Study: Bad Teeth, Gums Major Problems

May 31, 2013
Last updated on: May 31, 2013 1:48 PM

Joe DeCapua

A new report says nearly four-billion people – more than half the world’s population – have major tooth decay, or cavities. Health officials warn that poor oral health can lead to social and psychological problems.

Professor Wagner Marcenes led of team of researchers as part of the Global Burden of Disease 2010 study. It listed untreated tooth decay, or cavities, as the most common of all 291 major diseases and injuries.

“It was a massive effort. We had about 500 scientists work on it. And we reviewed all literature, all data on all disease and then came with estimations — that was the report that has been recently published,” he said.

Marcenes is with the Institute of Dentistry at Queen Mary, University of London.

Tooth decay, or cavities in permanent teeth, is also known as carries.

“Carries is a chronic disease that shares the same risk factors as cancer, cardiovascular disease. What we’re having now is an increase in disease from highly developed countries happening in sub-Saharan Africa and probably it will be in other areas of Africa, too,” he said.

In fact, the study says the “largest increases in the burden of oral conditions” were in sub-Saharan Africa and Oceania. Marcenes was not surprised at the study’s results.

“It tends to get less attention than some other disease. For example, HIV obviously [is] a much more relevant issue for the health of the population,” he said.

He said that tooth decay is rising sharply in Africa because developing countries are becoming more like Western nations in some ways.

“It is likely to be related to a change in diet. Our industrialized diet leads to chronic disease, which includes carries. And that may be the main explanation.”

The diets of developed nations are rich in sugar, a leading culprit in oral health problems. Marcenes says prior to the 19th Century, people had few cavities because sugar was not readily available. It’s also a major contributor to obesity.

Developed nations dramatically reduced the incidence of tooth decay and cavities by adding fluoride to their drinking water.

He  said, “The fluoridation of the water is a highly important issue, and yes, it came from research in America. It has contributed enormously to that reduction in carries.”

But while the fluoride made teeth more resistant to the bacteria that cause tooth decay, it also allowed people to eat more sweets.

Oral health problems, Marcenes said, have a major negative effect on a person’s quality of life. For one, they make eating difficult. Second, people may change what they eat and opt for softer foods, such as those with more fat. However, the biggest issue, he found, is both social and psychological.

“We have very strong evidence in the literature that the mouth plays a big role on socialization. People feel embarrassed about having bad teeth. Then they tend to smile less. They tend to communicate less. And the familiar thing is to see someone laughing with their hand in front of the mouth because they don’t want people to see.”

Professor Marcenes said that adolescents with bad teeth can face long-term self-esteem issues.

He hopes African and Asian nations will see the health problems of the West and not follow their dietary example. He’s calling for an “urgent, organized, social response” to the widespread lack of oral health.

“We need a public health approach that deals with the causes of the disease, rather than deal with each disease independently because the most disabling disease share the same cause,” he said.

Marcenes is calling for a holistic approach that includes a healthier diet and the development of new and cheaper dental materials and treatments.

SOURCE :voanews.com