กล้ามเนื้ออ่อนแรง ‘ไม่ใช่’ ขี้เกียจ

แตกต่างสุดขั้วระหว่างความเกียจคร้านกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาจรุนแรงลุกลามไปทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้เลยทีเดียว

เมื่อเกิดอ่อนแรง หนังตาตก กลอกตาไม่ได้ รู้หรือไม่อาจเผชิญโรคที่เรียกว่า กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ หรือโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส (Myasthenia gravis : MG) เป็นกลุ่มโรคที่พบไม่บ่อยนัก

นพ.นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ผู้ป่วยด้วยโรคนี้มักจะรู้สึกเหมือนอ่อนเพลียตอนสายหรือบ่ายของวัน ปล่อยทิ้งไว้ หนังตาจะตก จนตาปิด จากนั้นอาการอ่อนแรงจะลุกลามไปยังพื้นที่ที่ต่ำกว่าคอ

อุบัติการณ์ของการเกิดโรคอยู่ที่ประมาณ 1.7 ถึง 10.4 คนต่อประชากรล้านคนในประเทศแถบตะวันตก ซึ่งประเทศไทยไม่มีการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ แต่อายุรแพทย์ระบบประสาทชี้ว่า ตัวเลขอุบัติการณ์ไทยใกล้เคียงกับแถบตะวันตก ที่สำคัญ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ มักเป็นเพศหญิง โดยส่วนมากอาการของโรคจะพบช่วงแรกเมื่ออายุน้อยกว่า 40 ปี แต่ถ้าในช่วงที่อายุมากกว่า 50 ปี อุบัติการณ์ของการเกิดโรคกลับพบในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่า

“ปัจจุบันยังไม่สามารถบอกสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีผลต่อกล้ามเนื้อ ภาวะความผิดปกติของต่อมธัยมัสและยังสัมพันธ์กับโรคซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ผิดปกติอีกหลายชนิด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในหลายๆ บริเวณ และจะเป็นมากขึ้นถ้าใช้กล้ามเนื้อมัดนั้นซ้ำๆ” นพ.นริศกล่าว

สำหรับอาการบ่งชี้ของโรคนี้ที่สามารถสังเกตได้ เริ่มจากอาการอ่อนแรงเป็นพักๆ ในระหว่างวัน เช่น ตื่นนอนตอนเช้ายังปกติอยู่ แต่พอช่วงสายหรือบ่าย มีอาการเพลีย อ่อนแรง หากเป็นต่อเนื่องโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ นี้ จะเริ่มโจมตีจากตา เพราะเป็นอวัยวะที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออย่างมากในการกะพริบตา กลอกตาไปมา

“คนไข้จะมาด้วยอาการหนังตาตก บางรายตาปิดไป 1 ข้าง หรือไม่สามารถกลอกตาได้ ในบางรายอาจพูดไม่ชัด หรือพูดแล้วเหมือนเสียงขึ้นจมูก กลืนอาหาร หรือเคี้ยวข้าวลำบาก กล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนและต้นขาเริ่มมีอาการอ่อนแรงในรายที่เป็นมากขึ้น ในรายที่เป็นมากขึ้นและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง พบว่าอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะลุกลามไปยังกล้ามเนื้อกะบังลมซึ่งควบคุมการหายใจ ทำให้มีภาวะการหายใจล้มเหลว” คุณหมออธิบาย

การรักษาต้องหยุดภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำงานบกพร่อง โดยการใช้ยาสเตียรอยด์หยุดการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ทำงานบกพร่องนี้ และยังสามารถใช้วิธีผ่าตัดต่อมธัยมัส ซึ่งภูมิคุ้มกันที่ทำงานบกพร่องนี้เติบโตมาจากต่อมนี้ ร่วมกับการกินยาสเตียรอยด์

“สิ่งที่ควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ คือ การติดเชื้อ เพราะใช้ยาสเตียรอยด์ปริมาณสูงในการรักษาทำให้ติดเชื้อง่าย ต้องระวังเรื่องอาหารเป็นพิเศษ ต้องเป็นอาหารสะอาด ปรุงสุก งดส้มตำ ยำ ลาบ ผลไม้ที่ต้องกินทั้งเปลือก หรือแม้กระทั่งลองกองที่ขั้วมักมีเชื้อรา” อายุรแพทย์ แนะนำพร้อมเสริมว่า ต้องตรวจอุจจาระเป็นประจำ เพราะคนที่รับประทานยาสเตียรอยด์เสี่ยงเป็นพยาธิลำไส้ เพราะภูมิคุ้มกันถูกดเอาไว้

ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ไม่มีของแสลง แต่ต้องเป็นอาหารที่สุก สะอาด และควรเลี่ยงของหวาน เพราะยาสเตียรอยด์จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่ม ส่วนของการออกกำลังกาย สามารถทำได้ในระดับที่เหมาะสม อย่าหักโหมหรือเล่นกีฬาที่เสี่ยง เช่น ว่ายน้ำ หรือกีฬาที่ต้องปะทะกันรุนแรงอย่างบาสเกตบอลหรือฟุตบอล เป็นต้น

“โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นพักๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากสังเกตอาการและเข้าพบแพทย์ได้ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ กล้ามเนื้อก็จะถูกทำลายไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถใช้งานได้ดังเดิม” นพ.นริศกล่าวทิ้งท้าย

//////////

อาการผิดปกติที่สังเกตได้ด้วยตัวเอง

1. หนังตาตก อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ทำให้มีลักษณะคล้ายคนง่วงนอน เห็นภาพซ้อนจากกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรง
2. พูดไม่ชัด หรือพูดแล้วเหมือนเสียงขึ้นจมูก
3. กลืนอาหารลำบาก หรือเคี้ยวลำบากในบางครั้งมีอาการสำลักอาหารบ่อยๆ
4. ยิ่งฝืนออกแรงมากจะพบว่ากล้ามเนื้อก็จะยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 27 กรกฎาคม 2555