โด่ไม่รู้ล้ม..บำรุงกำลังแก้ปวดตามข้อ

ช่วงนี้ประเทศไทยอุณหภูมิลดลงทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะแถบภาคเหนือและอีสานมีอากาศหนาวเย็น อาการปวดตามข้อมักจะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knees) หรือที่ทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่า โรคลมจับโปงเข่า ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่บุอยู่บนผิวข้อต่อกระดูกสึกกร่อน ทำให้ตัวกระดูกเกิดการเสียดสีกัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ ข้อติด ระยะแรกจะมีอาการเป็นๆ หายๆ และเป็นมากขึ้น จนในที่สุดจะปวดรุนแรงหรือปวดตลอดเวลา เดินไม่ถนัด ขาโก่ง เดินกะเผลก หรือตัวเอนไปมา งอ และเหยียดเข่าลำบาก อาจมีอาการกล้ามเนื้อขาลีบ และในรายที่มีกล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง ก็จะมีอาการเข่าอ่อน เข่าทรุดร่วมด้วย

นางสาวแววใจ พิมพิลา แพทย์แผนไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ในระยะนี้มีผู้ป่วยที่มีอาการปวดตามข้อมาเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นโรคลมที่เกิดขึ้นกับข้อเข่าและข้อเท้า ซึ่งแพทย์แผนไทยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ โรคลมจับโปงแห้ง และโรคลมจับโปงน้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการเสื่อมตามอายุขัย โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีโอกาสเกิดได้มาก เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน น้ำหนักตัวมาก ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมาก การใช้งานเกินกำลัง เช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือการอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ การรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ เป็นต้น การกระทบอากาศเย็นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงได้ไม่สะดวก หรือการอักเสบของเข่าจากอุบัติเหตุ

การรักษาด้วยแพทย์แผนไทยมีหลายวิธี อาทิ การนวดรักษาโดยเน้นที่จุดเหนือเข่า ใต้เข่า และรอบเข่า เพื่อคลายกล้ามเนื้อ การจ่ายยาสมุนไพรตามอาการ โดยส่วนใหญ่ใช้กลุ่มยารสร้อนช่วยขับลมในเส้น เช่น พริกไทยดำ การประคบสมุนไพร และการใช้ท่าบริหารตนเองเพื่อบรรเทาอาการ และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรง

โดยโรคลมจับโปงแห้ง จะมีอาการปวด บวม แดง ร้อนที่เข่า มีสภาวะเข่าติด ขาโก่ง นั่งยอง ๆ หรือพับเพียบไม่ได้ เดินขัดข้อเข่า ขณะเดินจะมีเสียงดังในเข่า อาการจะปวดมากเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ และก้าวขึ้นบันได หมอยาพื้นบ้านใช้สูตรยาโด่ไม่รู้ล้มตำรับปราจีนบุรี ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อยได้ทุกชนิด บำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย

โรคลมจับโปงน้ำ มีอาการอักเสบ ปวด บวม แดง และมีความร้อนเกิดขึ้น ถ้าเป็นมากจะมีอาการปวดลงส้นเท้า ทำให้มีลักษณะการเดินไม่ปกติ รักษาได้ด้วยวิธีการพอกสมุนไพรรสเย็น เพื่อดูดพิษร้อนออก โดยการใช้ดินสอพองตำผสมใบย่านาง พอกเข่า หรือบริเวณที่บวม และนวดบริเวณเหนือเข่า เพื่อให้กล้ามเนื้อคลาย พอสมุนไพรที่พอกแห้ง ก็เปลี่ยนพอกใหม่จนกว่าอาการจะทุเลา

นอกจากนี้ นางสาวแววใจยังได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงที่มีอาการควรหลีกเลี่ยงของแสลงประเภทหน่อไม้ทุกชนิด และข้าวเหนียว เนื่องจากเป็นของย่อยยาก ทำให้ร่างกายมีกรดเพิ่ม ทำให้อาการปวดมากขึ้น ควรรับประทานอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ขับปัสสาวะ หรือดื่มน้ำตะไคร้ใบเตยที่มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงไต ใช้ลดอาการบวมจากโรคไต เบาหวาน หรือบวมไม่ทราบสาเหตุได้  น้ำตะไคร้ใบเตยจะช่วยขับกรดยูริก โดยใช้ส่วนผสมดังนี้ ตะไคร้ 4-5 ต้น ใบเตย 2-3 ใบ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร กินต่างน้ำ เห็นผลภายใน 3-4 วัน สูตรนี้ได้รับการยืนยันจากคนไข้ที่มารักษากับแพทย์แผนไทยที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำไปต้มดื่มแล้วสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดให้ทุเลา และลดบวมได้จริง แต่อาจมีผลข้างเคียงคือจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการปรึกษาแพทย์แผนไทยได้ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3721-1088 ต่อ 3333 หรือโทร. 0-3721-1289.

 

 

ที่มา: ไทยโพสต์ 26 มกราคม 2555