ชวนดูคอนเสิร์ต “เพลงรัก ในแผ่นฟิลม์” โดย นภาดา และเพื่อน พร้อมศิลปินรับเชิญ วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2558

nabhada002คอนเสิร์ต “เพลงรัก ในแผ่นฟิลม์” โดย นภาดาและเพื่อน
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2558 เวลา 19.30 น.
ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า

นภาดา สุขกฤต หรือที่รู้จักกันดีในนาม “พา” เดอะวินเนอร์อีส เจ้าของบทเพลงดัง “กลับมารักกัน” จากละครดัง “สายรุ้ง”, ไอวิลเซอร์ไวฟ์ เวอร์ชั่นอีสาน, เพลงนำภาพยนตร์; เดอะไลอ้อนคิง, บราเธอร์แบร์ทั้ง 2 ภาค, ปล้นนะยะ, ข้างหลังภาพ เธอเป็นศิลปินนักร้องและนักแสดงละครเวที คุณภาพอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยที่มักได้รับการคัดเลือกให้แสดงเสียงต้อนรับกษัตริย์และผู้นำ เช่น กษัตริย์จิกมีแห่งภูฐาน, บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ สวดโพชฌังคปริตรถวายพระพรองค์ดาไลลามะแห่งทิเบต

ครั้งนี้เธอชวนเพื่อนศิลปินคุณภาพ

พืช ภาคิน” จากเวที เดอะวอยซ์ ซีซั่น 3 ชายผู้มีเสียงอันมีเสน่ห์น่าหลงใหล หาตัวจับยากคนหนึ่งของเมืองไทย

อิ๋งอิ๋ง” และ “จีน” สองนักร้องหญิงจากเวทีนักล่าฝัน Academy Fantasia ผู้มีพลังเสียงแห่งความสุข ในขณะเดียวกันก็เพอร์ฟอร์มได้แซ่บเว่อร์

อาเธอร์ ปัญญะโชติ” นักร้องนายแบบชื่อดังเสียงหล่อ ซึ้ง ทรงเสน่ห์ลุ่มลึก

เอ็ดเวิร์ด แวนโซ่” นักร้องนำวงคาไลโดสโคป ฉายาเจ้าพ่อเพลงร็อค และ ร๊อด สจ๊วต ของเมืองไทย

และ “บิลลี่ โอแกน” ซุปเปอร์สตาร์เจ้าของเพลงที่คุณรักอย่าง เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ในครั้งนี้ศิลปินใจบุญเพื่อนของนภาดาทุกคนมาร่วมแสดงด้วยใจ ร้องเพลงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขอถวายเสียงเป็นพุทธบูชา เพราะเป็นการสร้างกุศลที่หาโอกาสได้ยาก ด้วยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปร่วมทอดกฐินสร้างบันไดขึ้นไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาทจริงของพระพุทธเจ้า มณฑปครอบ และลานประทักษิณ บนยอดเขา ณ วัดธาตุดินแทน จ.เลย และ มอบส่วนหนึ่งเป็นธรรมทานครั้งใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติธรรม “โครงการฆราวาสชั้นเลิศ” ของสำนักธรรม “เอกายนมรรค” อีกด้วย

คอนเสิร์ตบุญครั้งนี้ คุณนักฟังผู้มีใจรักในเพลงคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงสากลและเพลงรักจากภาพยนตร์ จะได้ฟังเพลงรักในแผ่นฟิล์มที่อยู่ในหัวใจของคุณและนักฟังเพลงทั่วโลก เช่น When you say nothing at all จาก “Nothing Hill”, Can’t fight the moon light จาก “Coyote Ugly”, I don’t wanna miss a thing จาก “Armargeddon” และเพลงซาวนด์แทรคที่หาฟังยาก ๆ อีกมากมาย ออกมาโลดแล่นบนเวทีให้คุณได้ซาบซึ้ง อิ่มเอม ไปกับการร้องคุณภาพที่เต็มไปด้วยจิตอันเป็นกุศล

อีกทั้งมั่นใจในความไพเราะด้วยดนตรีที่กำกับโดย Music Director อันดับหนึ่งของเมืองไทย “ศรายุทธ สุปัญโญ” เท่านั้นยังไม่พอ กำกับการแสดงโดย “ธเนส สุขวัฒน์” แห่ง มิวสิคกูรู นักเนรมิตความสุขให้แก่แฟนคอนเสิร์ตที่เขาจัด บัตรคอนเสิร์ตขายหมดเกลี้ยงทุกครั้งแถมแฟนเพลงยังติดอกติดใจถามถึงคอนเสิร์ตครั้งต่อ ๆ ไป ทุกโชว์ของเขาประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น งานนี้รับประกันความอิ่มใจ

พบกันเวลา ทุ่มครึ่ง วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม ณ โรงภาพยนตร์ สกาล่า สยามสแควร์ ซอย1 ราคาบัตร 500 1,000 1,500 2,000 2,500 บาท ไม่ว่าคุณจะมีรายได้แค่ไหนก็ร่วมบุญใหญ่ครั้งนี้ได้

เปิดรับจองบัตรแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร 0-2262-3456 หรือที่ www.thaiticketmajor.com

ร่วมประสบการณ์แห่งความสุข อิ่มเอม ตื้นตัน แล้วคอนเสิร์ต “เพลงรัก ในแผ่นฟิล์ม” โดย นภาดา และเพื่อน จะยิ้มและโลดแล่นอยู่ในหัวใจของคุณไปอีกนานแสนนาน

ฝากช่วยประชาสัมพันธ์ ช่วยซื้อบัตร มาช่วยงาน หรือช่วยคิด ช่วยเป็นกำลังใจด้วยนะคะ เหลืออีก 19 วัน มีอะไรต้องทำเพียบเลย หนังก็ต้องถ่ายทำ ป.เอกก็สอบ อะไรโอยตื่นเต้น ขอพลังทุกท่านหน่อยนะคะ ให้โทรซื้อบัตรที่ “พา” ก็ได้นะคะ 094 -6269541 ขอบพระคุณ และ อนุโมทนาสาธุค่ะ

nabhada003

 

nabhada004

 

nabhada005

 

nabhada006

nabhada001

เพื่อน “พา”

IMG_2341

งานแถลงข่าว “คอนเสิร์ตดาวเติมฟ้า” ปฐมบท ตอน “บันไดสู่รอยพระพุทธบาท พระธาตุดินแทน” เมื่อ 28 เมษายน 2558

IMG_2322

งานแถลงข่าว “คอนเสิร์ตดาวเติมฟ้า” ปฐมบท ตอน “บันไดสู่รอยพระพุทธบาท พระธาตุดินแทน” เมื่อ 28 เมษายน 2558

 

IMG_2323

งานแถลงข่าว “คอนเสิร์ตดาวเติมฟ้า” ปฐมบท ตอน “บันไดสู่รอยพระพุทธบาท พระธาตุดินแทน” เมื่อ 28 เมษายน 2558

 

 

“กลับมารักกัน” เพลงประกอบละคร “สายรุ้ง”

 

“One moment in time” โดย นภาดา สุขกฤต

 

 

“คิดถึง” โดย “อาเธอร์ ปัญญะโชติ” และ “พืช ภาคิน” จากเวที เดอะวอยซ์ ซีซั่น 3

 

 

” I feel good” ขับร้องโดย “อิ๋งอิ๋ง” และ “จีน” สองนักร้องหญิงจากเวทีนักล่าฝัน Academy Fantasia

 

 

อาหารไฟแรง เผาสมองเสื่อม

thairath150206-1นักวิจัยของวิทยาลัยแพทย์เมาท์ ไซนาย รัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา ค้นพบด้วยความห่วงใยผู้คนว่า การกินอาหารที่ประกอบอาหารด้วยไฟแรงๆ จะทำให้ล่อแหลมต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมหนักขึ้น

เมื่อเราปรุงอาหารด้วยไฟแรงๆ หรือแม้แต่เก็บเนื้อสัตว์ไว้ในอุณหภูมิ 26-28 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานๆ อย่างเช่น พวกเนยแข็ง มันจะทำให้เกิดสารผสม ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาล โปรตีนและสารที่มีอณูขนาดใหญ่อื่นๆ สารผสมนี้จะทำให้เป็นโรคเรื้อรังต่างๆขึ้นโดยง่าย ด้วยการก่อให้เกิดการอักเสบ หรือการที่เซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของความเสื่อมโรคเรื้อรังมากกว่า 70 ชนิด

นักวิจัยกล่าวว่า เราพบว่าหนูที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีสารผสมนี้สูง จะเกิดโรคเหมือนกับกินอาหารแบบตะวันตกขึ้นในสมอง ซึ่งเป็นสารประกอบของคราบที่ทำให้เกิดเป็นโรคสมองเสื่อม การปรุงอาหารด้วยไฟแรงๆ มากเท่าไรยิ่งก่อให้เกิดสารนี้มากขึ้น.

ที่มา : ไทยรัฐ  6  กุมภาพันธ์ 2558

นาฬิกาชีวภาพ บอกให้รู้วันตาย

thairath150204นักวิทยาศาสตร์รู้แล้วว่านาฬิกาชีวภาพในตัวเราสามารถจะกำหนดอายุของเราได้ว่าจะตายเมื่อไหร่

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเอดินเบอระร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียและสหรัฐฯศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของระบบพันธุกรรมจนรู้ได้ว่ามันอาจจะบอกให้รู้วันตายของเราได้ เมื่อทดสอบเปรียบเทียบระหว่างอายุขัยที่แท้จริงกับอายุตามที่นาฬิกาชีวภาพบอก ปรากฏว่าไม่ต่างกันมากเท่าไร

ผู้ใดที่มีเวลาตามนาฬิกาชีวภาพเร็วกว่าอายุที่เป็นจริงจะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่เวลาตามนาฬิกาชีวภาพเดินตรงกับอายุจริง

นักวิจัยได้บอกอย่างหนักแน่นว่า ความเกี่ยวพันระหว่างนาฬิกาชีวภาพที่เดินเร็วกับอายุสั้นนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะคำนึงถึงปัจจัยอื่นตั้งแต่การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยหรือไม่.

ที่มา : ไทยรัฐ  4  กุมภาพันธ์ 2558

เคี้ยวหมากฝรั่งเก็บ เชื้อโรคตั้งร้้อยล้าน

thairath150129นักวิจัยมหาวิทยาลัยโครนิงเกน ของเนเธอร์แลนด์ พบว่า ชั่วแต่การเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่สัก 10 นาที จะสามารถกำจัดแบคทีเรีย เรือน 100 ล้านให้พ้นจากปากได้ ไม่แพ้การใช้ไหมขัดฟัน เพราะการเคี้ยวจะช่วยตะล่อมและกวาดต้อนแบคทีเรียเหล่านั้น ออกจากช่องปาก

พวกเขาได้ทดลองให้นักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ 5 ราย เคี้ยวหมากฝรั่งธรรมดา รสสะระแหน่ คนละเวลานานระหว่างครึ่งวินาทีถึง 10 นาที แล้วให้คายใส่ถ้วยซึ่งใส่น้ำฆ่าเชื้อแล้วไว้เต็ม นำไปวิเคราะห์

ตามรายงานของหนังสือ พิมพ์ “การแพทย์รายวัน” แจ้งว่า นักวิจัยได้พบในถ้วยแต่ละใบมีแบคทีเรียที่เกาะตามเศษชิ้นของหมากฝรั่งมากประมาณ 100 ล้าน และพบว่ามันจะเพิ่มมากขึ้นถ้าหากนักศึกษาเคี้ยวนานขึ้น

หากว่านักศึกษาเคี้ยวนานยิ่งกว่านั้น จะพบว่าหมากฝรั่งหมดความเหนียว แสดงว่ามันได้ดักเก็บแบคทีเรียเอาไว้ได้ “โดยที่แบคทีเรียที่ติดอยู่กับเศษหมากฝรั่งเหล่านั้น สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กทรอนิกส์”.

ที่มา : ไทยรัฐ  29 มกราคม 2558

ถ้าคู่ครองรักกันดี พบความสำเร็จง่าย

thairath150122ไม่ว่าจะทำเรื่องยากง่ายอย่างไหน ถ้าหากคู่ครองหรือคู่นอนเห็นดีด้วยแล้ว ก็จะสำเร็จทั้งนั้น ทั้งนี้เป็นการค้นพบของมหาวิทยาลัยคอลเลจแห่งลอนดอน ซึ่งศึกษาดูจากคู่ครองหรือคู่นอนที่อยู่ในวัย 50 ปีขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 3,700 คู่ วัดได้ว่าไม่ว่าฝ่ายหญิงหรือชาย มีหวังจะทำสำเร็จสมความตั้งใจมากไม่ต่ำกว่า 3 เท่า

นักวิทยาศาสตร์เคยพบมาก่อน ในการศึกษาที่แล้วๆมาว่าคู่ครองหรือคู่นอนของเรามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและสุขภาพของเราอย่างใหญ่หลวง คู่สมรสหรือคู่นอนคู่ใด ที่อยู่กินกันมาด้วยดี นอกจากจะเสี่ยงกับโรคหัวใจต่ำ และยังจะได้รับผลสำเร็จในการรักษาตัวจากโรคมะเร็งถ้าหากเป็นอยู่อีกด้วย.

ที่มา : ไทยรัฐ  22 มกราคม 2558

ออกกำลังไม่ลบ ภัยการนั่งนาน

thairath150127นักวิจัยของสถาบันพักฟื้นของแคนาดา อ้างว่า ทราบผลจากการศึกษาว่า การนั่งเป็นเวลานานหลายชั่วโมงจะยิ่งเสี่ยงกับโรคเบาหวาน หัวใจ มะเร็ง และการเสียชีวิตหนักขึ้น ถึงแม้จะเป็นผู้ออกกำลังประจำอยู่ก็ตาม ค้านกับความเชื่อที่เป็นมานานแล้วที่ว่า แค่ได้ออกกำลังนาน 1 ชั่วโมง ก็สามารถล้างโทษของการนั่งๆนอนๆนานๆออกได้หมด

นักวิจัยกล่าวว่า ได้ศึกษาด้วยการเอาผลการศึกษาที่แล้วๆมา 47 เรื่องด้วยกัน มาตรวจทบทวนดูอีกหนหนึ่ง

นักศึกษาปริญญาเอกผู้เป็นหัวหน้านักวิจัยเปิดเผยว่า “เราได้พบว่า การนั่งๆนอนๆนานๆ มีส่วนเกี่ยวพันกับโรคร้ายเหล่านี้อยู่อย่างแน่นหนา โดยชี้ให้เห็นว่า “เมื่อตอนเรายืน กล้ามเนื้อบางมัดในตัวเราจะต้องทำงานหนักมาก ในการที่จะทำให้เรายืนได้ตรง” แล้วบอกต่อไปว่า “แต่เมื่อเรานั่งนานๆการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานของเราจะหยุดชะงักลง การประพฤติเช่นนี้จะทำให้เกิดโทษหลายประการ”

เขายังได้แนะนำวิธีบรรเทาความเสียหายจากการนั่งจุมปุ๊กนานว่า หากนั่งนานทุกๆครึ่งชั่วโมงก็ควรจะลุกขึ้นพัก หรือเดินระหว่าง 1-3 นาที ถ้าหากนั่งดูทีวี ก็ควรจะลดเวลาดูให้น้อยลง ระหว่าง 15-20 นาที

ทุกวันนี้มีผู้เสียชีวิตเกือบปีละ 3.2 ล้านคน เพราะขาดการออกกำลัง องค์การอนามัยโลกได้กล่าวโทษการไม่ยอมออกกำลังเป็นมัจจุราชชั้นนำอันดับ 4 ของการเสียชีวิตทั่วโลก.

ที่มา : ไทยรัฐ  27 มกราคม 2558

“หลังยาว”เผาชีวิต หนักกว่าอ้วนอึ้ดทึ่ด

thairath150119-1อุตส่าห์ลงทุนศึกษาผู้คนจำนวนไม่ต่ำกว่า 300,000 คน มาเป็นเวลานานตั้ง 12 ปี ถึงได้ทราบความลับว่าขาดการออกกำลังยิ่งร้ายกว่าการปล่อยตัวให้อ้วนใหญ่เสียอีก

ยังทำให้นักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์แห่งอังกฤษ รู้ด้วยว่าการทำตัวให้หลังยาว ไม่ออกกำลังเลย ทำให้ชาวเมืองน้ำชาต้องเสียชีวิตลงเปล่าๆปลี้ๆ ปีละประมาณ 676,000 คน เมื่อเทียบกับจำนวนคนตายเพราะความอ้วน มีปีละ 337,000 รายเท่านั้น ทั้งที่แค่เจียดเวลาออกกำลังเพียงแค่อย่างต่ำ วันละ 20 นาทีเท่านั้น ก็จะเป็นมงคลแก่ชีวิตเหลือหลาย ไม่ว่าคนเราจะอ้วนแค่ไหน จะได้ผลบุญจากการออกกำลังด้วยกันทั้งนั้น

ผู้ที่เกียจคร้านในการออกกำลังจะต้องเสี่ยงภัยจากโรคภัยต่างๆนับไม่ถ้วน คนอ้วนๆยังจะตายยากกว่ากัน

ผลการศึกษาเปิดเผยอยู่ในวารสาร “โภชนศาสตร์คลินิก” ของสหรัฐฯ.

ที่มา : ไทยรัฐ  19 มกราคม 2558

หลับตาฟังเรื่อง ทำให้จำได้แม่น

thairath150119นักวิจัยมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ของอังกฤษ พบเคล็ดเมื่อตอนคนเรานึกอะไรไม่ออกว่าให้ลองหลับตาสักพักหนึ่ง จะทำให้นึกออกได้เกือบ ถูกหมด

นักวิทยาศาสตร์ได้พบในการทดสอบกับอาสาสมัคร โดยพยายามจะค้นหาวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้พยานบุคคลในเหตุอาชญากรรมสามารถจดจำรายละเอียดเมื่อให้การกับตำรวจ และได้พบว่าอาสาสมัครคนที่หลับตาอยู่แทบตลอดเวลา เมื่อถูกถามไถ่กลับเล่ารายละเอียดได้ดี ตอบคำถาม 17 ข้อได้มากถึง 3 ใน 4 ในขณะที่คนอื่นๆซึ่งไม่ได้หลับตาลงเลย คงลืมตาตามปกติ กลับตอบคำถามถูกแค่ร้อยละ 41 เท่านั้น

พวกเขาได้สรุปความรู้ว่า การหลับตามีผลกระทบช่วยให้จดจำรายละเอียดถูกต้องได้แรงที่สุด รวมทั้งความรู้สึกสบายดีขณะเมื่อถูกซักถาม ก็มีส่วนอยู่ด้วยเหมือนกัน ด้วยเหตุว่ามันช่วยป้องกันไม่ให้เสียสมาธิ.

ที่มา : ไทยรัฐ  19 มกราคม 2558

อาการซึมเศร้าเป็นโรคทางกาย

thairath150114อาการซึมเศร้าแท้จริงอาจจะไม่ใช่อาการทางจิตหรืออารมณ์ แต่หากเป็นอาการอักเสบ เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย

นักจิตวิทยาคลินิกจอร์จ สลาวิค มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ผู้ศึกษาเรื่องอาการซึมเศร้ามานานหลายปี ได้สรุปว่ามันเป็นอาการทางจิต เท่าๆกับอาการทางกาย เขาบอกว่า “ควรจะเลิกเรียกมันว่าเป็นอาการทางจิตอีกต่อไปแล้ว แม้มันจะเกี่ยวกับจิตใจ แต่มันก็เกี่ยวกับหลายส่วนของชีววิทยาแห่งสุขภาพร่างกายเราด้วย”

เคยมีการวิจัยพบมาแล้วว่าแม้แต่คนปกติก็อาจจะทำให้เกิดอาการเศร้าซึม ความวิตกกังวลชั่วคราวอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อถูกฉีดวัคซีน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นสูง.

ที่มา : ไทยรัฐ  14 มกราคม 2558

ข้อเข่าเสื่อม…รักษาได้ไม่ยาก ตอนที่ 1 : กระดูกอ่อนในข้อ

thairath150213-1ความสำคัญของกระดูกอ่อนในข้อ

กระดูกอ่อนในข้อ หรือ กระดูกอ่อนข้อต่อ เป็นกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่ที่ปลายกระดูกส่วนที่อยู่ในข้อต่อ ทำหน้าที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น ไม่สะดุดหรือติดขัด กระดูกอ่อนข้อต่อจึงมีโครงสร้างที่ต่างจากกระดูกอื่นๆ คือ มีผิวมันวาว มีความหนาและแข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกได้สูง กระดูกอ่อนข้อต่อจะไม่มีหลอดเลือดไปเลี้ยง แต่ได้รับสารอาหารจากน้ำหล่อเลี้ยงที่ผลิตจากเยื่อบุข้อที่เรียกว่าไขข้อ ซึ่งจะไปเคลือบอยู่ระหว่างผิวข้อทั้งสองด้านเพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวง่ายขึ้น โดยทั่วไปกระดูกอ่อนข้อต่อสามารถใช้งานได้ตลอดอายุขัยของแต่ละคน

กระดูกอ่อนอยู่ในส่วนใดของร่างกายบ้าง

กระดูกอ่อนข้อต่อจะมีอยู่เฉพาะในข้อต่อที่มีไขข้อเท่านั้น เนื่องจากต้องมีไขข้อมาหล่อเลี้ยง ส่วนกระดูกอ่อนที่พบในตำแหน่งอื่น เช่น ดั้งจมูก หรือใบหู เป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่นมาก นอกจากนี้ยังมีกระดูกอ่อนเส้นใยซึ่งพบบริเวณหมอนรองกระดูกสันหลังหรือระหว่างกระดูกหัวหน่าว ซึ่งเป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวน้อย กระดูกอ่อนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและโครงสร้างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นหากพูดถึงข้อเสื่อมเราจะหมายถึงกระดูกอ่อนในข้อหรือกระดูกอ่อนข้อต่อ ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า ‘กระดูกอ่อน’ นั่นเอง

thairath150213-2

จะทราบได้อย่างไรว่ากระดูกอ่อนเริ่มผิดปกติ

เมื่อกระดูกอ่อนข้อต่อเริ่มเกิดการเสื่อม ผิวนอกที่เรียบเป็นมันวาวจะเริ่มแตกเป็นเส้นใยฝอยๆ เป็นการปริแยกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเมื่อโรคดำเนินต่อไปก็จะแตกเป็นร่องลึก ผิวข้อจะเริ่มขรุขระ ลึกลงไปถึงชั้นกระดูกผิวข้อจะค่อยๆ บางลงและเสื่อมสลายไปหมดจนเหลือแต่กระดูกแข็ง

อาการของโรคข้อเสื่อม คือ อาการปวด จะปวดแบบเสียวลึกๆ ขัด และตึงในข้อ อาการจะมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรืออากาศเย็น ตอนเช้าหลังจากตื่นนอนผู้ป่วยอาจจะเดินได้ช้าลง การเคลื่อนไหวลดลง มีเสียงกรอบแกรบในข้อ ข้อบวม กล้ามเนื้อรอบข้อลีบลง และเมื่อโรคลุกลามจะทำให้ข้อมีลักษณะผิดรูป ถ้าเป็นข้อเข่าเสื่อมรุนแรงมักจะทำให้ขาโก่ง

การปฏิบัติตัวเมื่อพบว่ากระดูกข้อเสื่อม

สิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคข้อเสื่อมลุกลาม ได้แก่

1. ควบคุมน้ำหนักตัว เพราะน้ำหนักมีความสัมพันธ์อย่างสูงกับข้อเสื่อมโดยเฉพาะข้อเข่า การลดน้ำหนักลงได้ 5 กิโลกรัมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อข้อเข่าเลื่อมลงได้ครึ่งหนึ่ง

2. หลีกเลี่ยงการใช้งานที่ต้องรับแรงกระทำมากๆ ทุกวัน เช่น งานที่ต้องนั่งคุกเข่า นั่งยองๆ หรืองานที่ต้องยกของหนักเป็นประจำ

3. ไม่ควรทำกิจกรรมต่างๆ บนพื้น เช่น การล้อมวงกินข้าว การซักผ้า รัดผ้า หรือการใช้ห้องน้ำที่ต้องนั่งยองๆ

รองศาสตราจารย์วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มา : ไทยรัฐ  13 กุมภาพันธ์ 2558