เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดย รศ. นพ. อนุพันธ์ ตันติวงศ์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

รศ. นพ. อนุพันธ์ ตันติวงศ์
ภาควิชาศัลยศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เพศสัมพันธ์สำคัญไฉน
           เพศสัมพันธ์ของชายและหญิง โดยเฉพาะสามีและภรรยา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของชีวิตคู่ เป็นต้นกำเนิดของครอบครัว และก่อให้เกิดความรักและความผูกพันในกันและกัน

ถ้ามีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ควรทำอย่างไร
           ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ หรือความบกพร่องทางเพศ คือภาวะที่ร่างกายและจิตใจไม่สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นทางเพศได้ตามปกติ ทำให้เกิดปัญหาในการร่วมเพศหรือการมีความสุขทางเพศ ปัจจุบันแพทย์มีวิธีตรวจวินิจฉัยรักษาและป้องกันปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นถ้ามีปัญหาควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
อะไรที่เป็นความบกพร่อง

ความบกพร่องทางเพศของชายมี 3 ลักษณะ
1. ไม่มีความรู้สึกหรือความต้องการทางเพศ อาจเป็นเพราะอายุมากขึ้นหรือฮอร์โมนเพศต่ำ
2. อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งได้ไม่ดีพอ หรือไม่นานพอที่จะเกิดความพึงพอใจ ในเพศสัมพันธ์ มักเรียกว่าโรคหย่อนหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ภาษาอังกฤษใช้ว่า Erectile Dysfunction หรือย่อว่า ED ED ถือว่าเป็นโรคพบได้บ่อยและพบมากขึ้นตามอายุ ผู้ชาย 1 ใน 2 คน จะเป็นโรคนี้ไม่มากก็น้อย
3. การหลั่งน้ำกามเร็ว พบได้บ่อยในคน สาเหตุเกิดจากจิตใจ

ตามธรรมชาติอวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างไร
           เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศจากสมองหรือประสาทสัมผัสต่าง ๆ ปลายประสาทที่อยู่ในอวัยวะเพศจะหลั่งสารบางอย่าง มีผลทำให้หลอดเลือดแดงภายในอวัยวะเพศขยายตัว เลือดแดงจะไหลเข้ามาในอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อพรุนคล้ายฟองน้ำมากขึ้น ทำให้อวัยวะเพศขยายโตและยาวขึ้น ขณะเดียวกันเลือดดำที่อยู่ขอบนอกจะถูกเบียดให้แฟบ ยิ่งทำให้เลือดมาคั่งในอวัยวะเพศ อวัยวะเพศจึงแข็งแตัวพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

เหตุใดจึงเกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
           สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศมี 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ
1. เหตุทางกาย เกิดจากโรคหรือภาวะทางกายที่มีผลต่อระบบประสาท หรือระบบหลอดเลือดของอวัยวะเพศ หรือเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะเพศเอง
2. เหตุทางใจ เกิดจากโรคหรือภาวะทางจิตใจ ที่มีผลกระทบต่อการกระตุ้นทางเพศจากสมอง หรือประสาทสัมผัสเป็นสำคัญ เหตุทางกายมักพบในคนมีอายุ ส่วนเหตุทางใจมักพบในคนหนุ่ม อย่างไรก็ตามเหตุทางกายและใจมักเกิดร่วมกันได้เสมอ

ปัจจัยเสียงต่อการหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีอะไรบ้าง
1. โรคเรื้อรังทางระบบหลอดเลือดและประสาท เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบเป็นต้น
2. โรคระบบต่อมไร้ท่อ ที่สำคัญคือโรคเบาหวาน
3. โรคเกิดจากการผ่าตัด หรือภยันตรายต่าง ๆ เช่น การผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก หรือกระเพาะปัสสาวะ โรคของไขสันหลัง
4. โรคทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
5. บุหรี่และเหล้า
6. ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงบางตัว ยากล่อมประสาท ยาฮอร์โมน และยาโรคกระเพาะเป็นต้น

“ถ้าหลีกเลี่ยงหรือกำจัด ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ สมรรถภาพทางเพศก็จะดีขึ้นได้”

 

รู้ได้อย่างไรว่าสมรรถภาพทางเพศหย่อน 
           การวินิจฉัยภาวะนี้ไม่ยาก คนเป็นเองก็รู้อยู่แก่ใจแล้ว แพทย์จะช่วยหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยการซักถามจากประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฎิบัติการง่าย ๆ ดังนั้นหน้าที่ของคนไข้คือบอกความจริงแก่แพทย์ให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศรักษาได้หรือไม่
รักษาได้แน่ เพราะปัจจุบันนี้มีวิธีรักษาหลายวิธี ตามความเหมาะสม และความต้องการของคนไข้แต่ละคน ได้แก่
1. การให้คำแนะนำปรึกษา ให้เข้าใจเหตุและผลของปัญหา การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงหรือกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
2. การใช้ยา ขณะนี้มียากินที่รักษาโรคนี้อย่างได้ผลดีพอควร กินง่าย ไม่ค่อยมีภาวะแทรกซ้อนแต่ก็มีข้อควรระวังและข้อห้ามใช้บางประการ อีกทั้งมีราคาแพง จึงควรใช้เมื่อจำเป็นและอย่างถูกต้อง ภายใต้การดูแลและแนะนำของแพทย์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาไวอากร้า (VIAGRA) มีอะไรบ้าง
1. ใช้เฉพาะชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศเท่านั้น
2. ยานี้ได้ผลประมาณ 7 ใน 10 คน และไม่ช่วยให้พลังทางเพศสูงขึ้นแต่อย่างไร
3. ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะมีอันตรายถึงตายได้ คนที่กินยากลุ่มไนเตรต เช่น ไอซอดิล (isordil) ไนโตรกลีเซอรีน (nitroglycerin) ห้ามใช้ยานี้เด็ดขาด
4. กินครั้งละ 1 เม็ด ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ยาจะออกฤทธิ์ได้เมื่อมีการ กระตุ้นทางเพศเท่านั้น และจะใช้งานได้นานประมาณ 30 นาที
5. การกำจัดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ รวมทั้งการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความรักความผูกผันในครอบครัว จะทำให้ประสิทธิภาพของยาดีขึ้น และมีโอกาสเลิกหรือลดยาได้ในที่สุด
6. กระบอกสูญญากาศ เป็นกระบอกพลาสติกสวมครอบอวัยวะเพศ เมื่อดูดลมในกระบอกออกจนเป็นสูญญากาศ เลือดจะวิ่งเข้ามาในอวัยวะเพศแทน ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ แต่จะให้คงแข็งใช้งานต่อไปได้ หลังเอากระบอกออก ก็ต้องใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะเพศ เพื่อกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย กระบอกนี้แม้จะราคาแพงประมาณ 3,000 – 10,000 บาท แต่ถ็ใช้ไปได้ตลอด จึงเป็นการประหยัดในระยะยาว และได้ผลกว้างขวางไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด
7. ยาฉีด ใช้หลอดและเข็มเล็ก ๆ เหมือนที่ใช้ฉีดอินซูลินในคนไข้เบาหวาน โดยฉีดเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรง ยามีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว และแข็งได้นานครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ข้อดีคือประสิทธิภาพสูง แต่ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง และอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้
8. ยาสอด ตัวยาเช่นเดียวกับยาฉีด แต่ใช้สอดเม็ดยาเล็ก ๆ เข้าทางท่อปัสสาวะ หลังจากคลึงอวัยวะเพศประมาณ 5-10 นาที ยาจะซึมเข้าไปในอวัยวะเพศและทำให้แข็งตัวขึ้นมาได้
9. การผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดแดงหรือดำที่มีปัญหา วิธีเหล่านี้ได้ผลน้อย จึงทำเฉพาะกรณีที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น
10. การใส่แกนอวัยวะเพศเทียม เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อใช้อย่างอื่นไม่ได้ผลแล้ว แกนอวัยวะเพศเทียมค่อนข้างแพงมาก และศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะบางคนเท่านั้น ที่สามารถทำผ่าตัดชนิดนี้ได้

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (ED) ได้อย่างไร
1. หลีกเลี่ยงเหตุปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ และอาหารไขมันสูง
2. ควบคุมโรคที่เป็นอยู่แต่เนิ่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
3. บำรุงร่างกาย และจิตใจให้ผ่องใส แข็งแรง
4. รักษาชีวิตครอบครัวให้เป็นสุข

 

ข้อมูลจาก: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลับมหิดล

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=186

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=187

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s