การสวดมนต์แฝงด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถใช้เป็นเกราะป้องกันและรักษาโรคได้สารพัด

การสวดมนต์รักษาโรคยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนยุคนี้ที่มีพื้นฐานความเชื่อสวนทางกับคนสมัยก่อน แม้จะมีงานวิจัยระบุว่าการสวดมนต์ช่วยบำบัดโรคหัวใจ โรคความดัน โรคเครียด โรคซึมเศร้าและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต

พระพรพล ปสันโน พระนักปฏิบัติธรรม วัดพระราม 9 กล่าวว่า ทางพระพุทธศาสนาถึงแม้จะพูดเรื่องอานิสงส์ของการสวดมนต์ทำสมาธิว่าทำให้จิตใจแจ่มใส แต่ก็ไม่มีผลการพิสูจน์ออกมาทางวิทยาศาสตร์ว่าส่งผลต่อร่างกายและจิตใจจริง
หลายคนจึงไม่เชื่อว่าการสวดมนต์จะสามารถป้องกันและรักษาโรคได้

ดูแลหัวใจด้วยยาวิเศษ

ต่อมาได้มีนักวิจัยหลายคนได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องการสวดมนต์หนึ่งในนั้นคือ ดร.มาซารุ เอโมโตะ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นที่นำน้ำไปแช่แข็งปรากฏว่าผลึกน้ำที่ผ่านการสวดมนต์มีผลึกงดงาม เปรียบเทียบกับน้ำที่ผ่านการพูดบ่นหรือด่าจะเป็นผลึกที่ไม่สวยงาม เพราะเสียงที่เกิดจากการสวดมนต์นั้นแฝงด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่

หลังจากนั้นได้มีการทำวิจัยพบว่า เสียงจากบทสวดมนต์มีแรงสั่นสะเทือนไปเขย่าโมเลกุลของน้ำที่อยู่ในร่างกายให้เรียงตัวกันเป็นระเบียบทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกสามารถลำเลียงแก๊สออกซิเจนได้ดี จากปกติที่เลือดเกาะกันทำให้ไม่สามารถกระจายตัวจึงลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้น้อย

เมื่อลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆของร่างกายได้น้อยก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยเพราะเลือดลมเดินไม่ดี ร่างกายไม่สามารถทำการแลกเปลี่ยนของดีเช่นแก๊สออกซิเจนกับสารอาหารกับของเสียเช่นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียจากเซลล์ได้ไม่สามารถเอาเลือดที่ใช้เลี้ยงร่างกายแล้วกลับมาฟอกที่ปอดได้ เช่นเดียวกับคนที่เป็นโรคหัวใจ

“คนที่มีความเครียดมาก ความดันโลหิตจะสูง หัวใจก็ทำงานหนัก เต้นแรงจากปกติคนทั่วไปหัวใจเต้น 72 ครั้งต่อนาที แต่เวลาที่โกรธจะเต้นถึง 90-100 ครั้งต่อนาทีจึงอันตรายต่อหัวใจแต่ถ้าสวดมนต์จะทำให้จิตใจสงบหัวใจจะสามารถทำงานได้ตามปกติ ”

ผลการวิจัย ระบุว่า คนที่สวดมนต์ทำสมาธิ ความดันจะลดลง อัตราการหายใจลดลง หัวใจเต้นช้าลง คลื่นสมองช้าและเป็นระเบียบขึ้น การเผาผลาญสารอาหารในร่างกายลดลง ความตึงตัวของกล้ามเนื้อลดลง มีผลต่อร่างกายและจิตใจ ดังนั้น การรักษาโรคทางกาย ก็รักษาได้โดยการทำใจให้เป็นสมาธิ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ซึ่งเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง

การสวดมนต์ จึง “ไม่ใช่” เรื่องงมงายไร้สาระอีกต่อไป

พระนักบรรยายธรรมะ อธิบายต่อว่า ปกติคนไม่สบายกายจะไปตรวจที่โรงพยาบาล คนที่ไม่สบายใจจะไปวัด ส่วนคนที่ไม่มีที่พึ่งทางใจไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่สบายใจไม่จะรู้ทำอย่างไร

“เมื่อทุกข์ที่ใจ ท่านทั้งหลายทราบหรือไม่ว่า มีผลไปสู่ร่างกาย และจิตใจด้วย โยมเคยได้ยินไหมว่าการทำสมาธิด้วยการสวดมนต์ ทำให้ธาตุน้ำในร่างกายไหลเวียนดี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะร่างกายคนเรามีสัดส่วนของน้ำประมาณ 70% ของน้ำหนักตัว “

ในทางภาษาพระ มักจะบอกว่า ร่างกายของคนมีส่วนประกอบหลักอยู่ 4 ธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุดิน เช่น ผม ผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อสามารถย่อยสลายได้ ธาตุน้ำในร่างกายถือเป็นส่วนประกอบหลัก อาทิ เลือด น้ำหล่อเลี้ยงสมอง น้ำเหลือง ส่วนธาตุลมคือลมหายใจ ธาตุไฟ คือความร้อน ปกติอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียล แต่เวลาที่ธาตุไฟไม่ปกติร่างกายจะรู้สึกร้อน หรือบางครั้งจะรู้สึกหนาว

อนุภาพของคาถา

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เปรียบเทียบการเต้นของหัวใจก่อนสวดมนต์ กับหลังสวดมนต์ ผลปรากฏว่า หลังสวดมนต์หัวใจเต้นช้าลงและสม่ำเสมอไม่ใช่แค่การเต้นของหัวใจเท่านั้นคลื่นสมองก็เช่นเดียวกัน

“เวลาที่เราคิดมันมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นในสมอง วิ่งไปวิ่งมา ยิ่งคิดมากยิ่งมีกระแสไฟฟ้ามากยิ่งต้อง การเลือดไปเลี้ยงสมองมาก หัวใจยิ่งทำงานหนักเพราะ หัวใจต้องส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงที่สมองมาก แต่พอได้สวดมนต์ทำสมาธิความสับสนความวุ่นวายในสมองมันลดลง หัวใจจึงส่งเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง ”

ภาพรวมคือผลที่ได้รับจากการสวดมนต์ ทำสมาธิ คือทำให้จิตใจและสมองที่เคยสับสนวุ่นวายสงบ เพราะร่างกายกับจิตใจนั้น “เชื่อมโยง” ถึงกันและกัน ไม่ใช่ในคนอย่างเดียวเท่านั้นสัตว์ก็เช่นเดียวกัน

พระพรพล ยกตัวอย่าง กบในช่วงหน้าแล้งจะจำศีล เหมือนคนที่หลับลึกจะไม่กินอาหาร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า เวลากบจำศีลจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งหลั่งออกมาทำให้อยู่ได้โดยไม่ต้องกินอาหาร เรียกว่าเป็น “สารสุข” เวลาจิตเข้าถึงตรงนั้นจิตจะอิ่มโดยที่ไม่ต้องการอาหารจากภายนอกเพราะไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวจึงไม่ต้องการเผาผลาญสารอาหารเหมือนช่วงปกติ

“หากทำใจให้สงบได้ความหิวจะลดลงหัวใจทำงานลดลง เผาผลาญพลังงานลดลง เมื่อทุกอย่างทำงานลดลงความเสื่อมมันน้อยลง ทำให้ธาตุทั้ง 4 เกิดความสมดุล คนเราต่อให้กายสบาย แต่ถ้าใจเป็นทุกข์อยู่ โยมไม่มีวันจะมีความสุข บางคนเป็นเศรษฐีพันล้านมีทุกอย่างครบ แต่ทำไมจึงมีความทุกข์ เพราะว่าใจยังทุกข์อยู่ คนรวยก็ป่วยได้ เครียดเป็นโรคหัวใจได้ สิ่งที่จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น คือธรรมะ“

เพียงแค่เริ่มต้นจากการทำจิตใจให้สงบด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิจะทำให้ร่างกายและจิตใจมีความสุข ดังเช่นที่ พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ความสุขใดยิ่งความสงบนั้นไม่มี

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 6 ธันวาคม 2554

Advertisements

1 thought on “การสวดมนต์แฝงด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถใช้เป็นเกราะป้องกันและรักษาโรคได้สารพัด

  1. Pingback: พุทธศาสน์กับ “ศักราชใหม่” พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล โดย ชฎาพร นาวัลย์ | ⊹⊱✿ What Ankylosing Spondylitis ca

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s