ถึง “วัยทอง” ต้องสแกน (ร่างกาย)

ลูกหลานอาจไม่ต้องสูญเสียพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่อันเป็นที่รักจากโรคร้ายยอดฮิตไปก่อนเวลาอันควร ถ้ารู้สาเหตุและ “วินิจฉัย” มันได้แม่นยำแต่เนิ่นๆ

ลูกหลานอาจไม่ต้องสูญเสียพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่อันเป็นที่รักจากโรคร้ายยอดฮิตไปก่อนเวลาอันควร ถ้ารู้สาเหตุและ “วินิจฉัย” มันได้แม่นยำแต่เนิ่นๆ ปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะความเสี่ยง หรือชีวิตที่กำลังเผชิญกับโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูงเท่านั้นที่คุกคามผู้สูงวัย รวมถึงคนทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่ดูแลตัวเอง เพราะอันตรายของอาการอ่อนแรงเฉียบพลันจากสมองขาดเลือด คือ ศัตรูตัวใหม่ล่าสุดของพวกเขา

โรคสุดฮิต ผิดปกติที่สมอง

ทั้งอาการปวดศีรษะทั้งสองข้าง หรือข้างเดียว บ้างเวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนบ้านหมุน หรืออาการผิดปกติที่ศิลปินหนุ่มค่ายเอเอฟ อย่าง ณัฐ ศักดาทร, พลอย-เฌอมาลย์ และล่าสุดกับโหน่ง-ชะชะช่า ต่างต้องประสบชะตากรรมปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง ชาบริเวณใบหน้า ล้วนเข้าข่ายความผิดปกติของสมองกันทั้งนั้น

นายแพทย์อนุสรณ์ โสฬสรุ่งเรือง รังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านประสาทวิทยา ศูนย์รังสีวินิจฉัยรัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ เซ็นเตอร์ อธิบายว่า อาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาจเกิดจากเนื้องอกหรือมะเร็งในสมอง ไมเกรน หรือน้ำในช่องโพรงสมองอุดตันก็เป็นได้ หรือหากมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนแล้วล่ะก็ อาจมีต้นเหตุจากภาวะสมองขาดเลือด เนื้อสมองตายจากเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน หรือระบบประสาทโดนทำลาย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ อาการอ่อนแรงเฉียบพลันจากสมองขาดเลือด ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคและอาการต่างๆ มากมาย หลายคนยังไม่รู้ว่าที่พ่อแม่ความจำเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ เป็นเพราะภาวะสมองขาดเลือดเป็นหย่อมๆ ทำให้ความสามารถในการจำลดลง สมองเหี่ยวลงตามอายุขัย และบางคนก็มักเข้ามาถามคุณหมอว่า อยู่ๆ ทำไมดาราถึงปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง ชาบริเวณใบหน้า หรือบางคนร่วมกับอาการหูอื้อมีเสียงดังในหูผิดปกติ บ้างหนังตาตก นั่นก็เป็นเพราะการทำงานของเส้นประสาทบริเวณใบหน้าและหูผิดปกตินั่นเอง แต่บางกรณีก็อาจเกิดขึ้นเพราะเนื้องอกได้เหมือนกัน

“อาการสมองขาดเลือดมีสาเหตุจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง มันอาจมีการตีบ เนื่องจากมีไขมันไปพอก มีแคลเซียมเกาะ หรือลิ่มเลือดอุดตัน บางกรณีอาจเกิดจากภาวะความผิดปกติของหัวใจก็ได้ ส่วนภาวะเลือดออกในสมองก็มีหลายสาเหตุ แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือความดันโลหิตสูง แต่มันก็อาจเกิดจากความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาท ซึ่งจะไปทำลายเนื้อสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ทำให้เกิดความอ่อนแรงขึ้นได้”

สัญญาณเตือนภัย

คุณหมอไขความข้องใจ พร้อมเผยสัญญาณเตือนภาวะอ่อนแรงเฉียบพลัน ว่า ลูกหลาน หรือสามีภรรยา ควรหมั่นสังเกตอาการระหว่างกันบ่อยๆ ว่ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเมื่อตื่นขึ้นมาในช่วงสั้น ๆ และหายไปหรือไม่ ถ้ายังมีอาการนี้ยาวนาน ไม่หายไปสักที หรือมีภาวะความเสี่ยงสมองขาดเลือดชั่วคราวเกิน 24 ชั่วโมง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจแล้ว

คุณหมออนุสรณ์ บอกต่อว่า บางครั้งอาจไม่มีการเตือนล่วงหน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณสมองที่ถูกทำลาย ถ้าถูกทำลายน้อย อาการที่ปรากฏก็จะไม่มาก แต่ถ้าถูกทำลายไปมาก เซลล์จะบวมมากขึ้น เนื้อสมองแน่นขึ้น คับกะโหลกศีรษะที่มีเนื้อที่จำกัด เนื้อสมองจะยิ่งกดเบียด ดันร่นมาที่บริเวณสำคัญได้

ดังนั้น ผู้สูงวัยควรตรวจหาความผิดปกติของเส้นเลือดสมองและคอ ที่มักมีการตีบตันมากขึ้นตามอายุและระดับไขมันในเส้นเลือด ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ง่าย เพราะยิ่งรู้เร็ว และได้รับการตรวจรักษาทันท่วงที นอกจากจะลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคร้ายแล้ว ยังป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วย

แพทย์หญิง วิวรรณ นิติวรางกูร ผู้บริหารศูนย์รังสีวินิจฉัยแห่งนี้ กล่าวเสริมว่า โลกได้พัฒนาเครื่องมือแพทย์ให้ทันต่อความรุนแรงของโรค โดยช่วยไขความลับให้ผู้ที่กำลังจะป่วยรู้ตัวก่อนล่วงหน้า มันมีชื่อว่า MRI สามารถตรวจพบความผิดปกติของโรคระบบสมองและระบบประสาท รวมไปถึงโรคต่างๆ ที่คุกคามความสุขของผู้สูงวัย อย่างโรคของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน โรคของระบบทางเดินปัสสาวะ กระดูกและข้อ ช่องท้องด้านบน เช่นตับ ไต รวมถึงช่องท้องด้านล่างและอุ้งเชิงกราน สำหรับคุณผู้หญิง

“เมื่อก่อนเราตรวจได้เฉพาะจุด เช่นอยากตรวจเต้านมก็ใช้เครื่องแมมโมแกรม หรือจะตรวจตับ ก็ต้องเจาะเลือดออกไปตรวจ แต่เดี๋ยวนี้วงการแพทย์พัฒนาไปมาก เครื่อง MRI เครื่องเดียวตรวจได้ทั้งหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลย โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องรังสีมากวนใจ เพียงการประเมินผลจากรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็สามารถวิเคราะห์ได้แล้วว่า มีโอกาสจะเป็นมะเร็งเต้านม หรือไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี และโรคอื่นๆ หรือไม่”

คุณหมอวิวรรณ กล่าวต่อว่า ไม่เพียงจะรู้ว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคใดเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้แพทย์ระบุตำแหน่งที่เกิดได้อย่างแม่นยำ และมองเห็นสาเหตุของโรคนั้นๆ ได้ชัดขึ้น ส่งผลให้การรักษาทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนหรือความเสี่ยงอื่นๆ ได้มาก

ทั้งนี้ หากจะพาคุณพ่อคุณแม่มาตรวจวิเคราะห์อาการ ก็ควรเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ ซึ่งผู้ที่เพิ่งผ่าตัดมา หรือตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรก ไม่ควรตรวจ ส่วนผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะอยู่ในตัว แนะนำว่าให้ถอดออกทั้งหมดก่อนเข้ารับการตรวจ ทำใจให้สบายก่อนเข้าเครื่องตรวจ

แต่ถึงแม้จะรู้ล่วงหน้า วิเคราะห์ได้แม่นเป๊ะ ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าป้องกันไม่ให้เกิดโรค …ว่าอย่างนั้นไหม

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 21 ธันวาคม 2554

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s