หมอเผยคนไทยป่วยสมองเสื่อม 3 แสน

แพทย์ประเมินคนไทยป่วยสมองเสื่อม 3 แสน พบส่วนใหญ่ญาติไม่รู้ พร้อมจัดประชุมอัลไซเมอร์โลก หวังผลักดันการดูแลผู้ป่วยเป็นนโยบายสุขภาพระดับชาติ

พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม  เปิดเผยว่า รายงานขององค์การโรคอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ ปี 2553 ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั่วโลกมากกว่า 35 ล้านคน อยู่ในเอเชียอาคเนย์ 2.4 ล้านคน

ขณะที่ประเทศไทยรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 ปี 2551-2552 โดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่าผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไปมีภาวะสมองเสื่อม 12.4% โดยในผู้ชายพบ 9.8% ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ 15.1% แบ่งตามช่วงอายุ 60 – 69 ปี อยู่ที่ 7.1% ช่วงอายุ 70-79 ปีอยู่ที่ 14.7% และอายุ 80 ปีขึ้นไปพบสูงถึง 32.5%

ขณะที่ข้อมูลผลการสำรวจประชากรสูงอายุ ปี 2553 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ สัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ที่ 12% ของประชากรไทย และประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 17% ในปี 2563  ทั้งนี้โดยประมาณของผู้ป่วยสมองเสื่อมทั้งประเทศมีอย่างน้อย 3 แสนคน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย และที่น่าตกใจคือ ผู้ป่วยเหล่านี้ รวมทั้งญาติและผู้ดูแล ไม่ทราบว่าป่วยเป็นสมองเสื่อม

ในปี พ.ศ. 2555 สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมอัลไซเมอร์นานาชาติ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมทางวิชาการ เรื่อง ภาวะสมองเสื่อม และการประชุมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกขององค์การอัลไซเมอร์นานาชาติ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 11 – 13 ม.ค.ที่ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาภิเษก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สมองเสื่อมและครอบครัว และผลักดันการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมให้เป็นนโยบายสุขภาพระดับชาติ

ด้าน รศ.มานะ ศรียุทธศักดิ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในงานจะมีการเปิดตัวเครื่องมือระบุตัวตนของผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อป้องกันการเดินหลงหายไปจากบ้าน ผู้ป่วยสมองเสื่อมเมื่ออยู่ในบ้าน มีปัญหาแบบหนึ่ง เมื่ออยู่นอกบ้าน ก็จะมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง เช่น อุบัติเหตุ กลับบ้านไม่ได้ ระบุตัวตนกับบุคคลภายนอกไม่ได้ ทำให้การช่วยเหลือก็แน่นอนว่า ย่อมเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้เครื่องมือการระบุตัวตนจะช่วยผู้ป่วยเหล่านี้ได้ เช่น การ์ด ริสต์แบนด์ หรือสร้อยข้อมือ และเหรียญล็อคเก็ตห้อยคอ ที่ด้านหลังจะมีบาร์โค้ด และชิพที่ระบุข้อมูลของผู้ป่วยไว้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ อายุ โรค กลุ่มเลือด และการแพ้ยา เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับเครื่องอ่านที่จะติดตั้งอยู่ตามจุดสำคัญ ๆ เช่น สถานีตำรวจ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เป็นต้น  ที่สำคัญคือการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจต่อสังคม เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ 5 มกราคม 2555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s