เรียนรู้บทบาทอาหารฟังก์ชันนอลกับการส่งเสริมสุขภาพ

ปัจจุบันมีข้อมูลสนับสนุนบทบาทของอาหารในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพขยายออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ในสหรัฐอเมริกาผู้บริโภคใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเงินถึงหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ชาวอเมริกันมองอาหารฟังก์ชันนอลเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ และตลาดอาหารประเภทนี้ยังคงเติบโตและดำเนินต่อไปในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้แต่ในประเทศแถบเอเชียเองก็พบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและยอมรับไม่แพ้ผู้บริโภคในประเทศแถบตะวันตก

ข้อมูลจาก ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า จากกระแสอาหารเพื่อสุขภาพนี้เองส่งผลให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การอาหาร แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และนักการตลาดทางด้านอุตสาหกรรมอาหาร หันมาทำการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ทำให้เกิดการค้นพบคุณประโยชน์และสรรพคุณทางยาของอาหารมากขึ้น กอปรกับความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความสะดวกและรวดเร็วในการนำไปใช้ โดยให้คงคุณค่ารวมถึงคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน และบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ไว้เหมือนเดิมที่มีในธรรม ชาติด้วย

หนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ อาหารฟังก์ชันนอล (Functional food) ซึ่งหมายถึง อาหารหรือสารอาหารชนิดใด ๆ ที่อยู่ในรูปธรรมชาติ หรือที่ถูกแปรรูปไปเพื่อให้ประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้รับจากสารอาหารที่รับประทานกันในชีวิตประจำวัน  ประโยชน์ของอาหารฟังก์ชันนอล ก็คือ เป็นอาหารที่รับประทานร่วมกับมื้ออาหารได้ ไม่ใช่รับประทานในรูปของยา ซึ่งให้ผลต่อระบบการทำงานของร่างกายในการป้องกันโรค เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านทาน ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและส่งเสริมสุขภาพ สำหรับอาหารที่ถูกปรับเปลี่ยนไป รวมทั้งอาหารที่ถูกเสริมด้วยสารพฤกษเคมี หรือสมุนไพร เพื่อเพิ่มคุณค่าและคุณประโยชน์ให้กับอาหาร ก็ถูกจัดอยู่ในประเภทอาหารฟังก์ชันนอลด้วยเช่นกัน

อาหารที่จัดว่าเป็นอาหารฟังก์ชันนอลมีหลากหลายประเภทด้วยกัน เช่น

พรุน นอกจากจะให้วิตามิน เกลือแร่และอุดมด้วยใยอาหารที่ช่วยในการระบายท้องแล้ว ยังอุดมด้วยกรดนีโอโคลโรเจ็นนิค (neochlorogenic acid) และ กรดโคลโรเจ็นนิค (chlorogenic acid) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

มะเขือเทศ มีสารไลโคพีนที่เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งให้ผลในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ

งา เป็นแหล่งของแคลเซียมและยังมีสารเซซามินซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษ

โสม มีสารที่ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความเมื่อยล้า ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถอดทนต่อความเครียดได้

น้ำมันปลา ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง หรือโอเมก้า-3 ที่สามารถลดระดับไขมัน ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ซุปไก่ ของคนจีนที่ถูกแปรรูปไปเป็น ซุปไก่สกัด ซึ่งให้โปรตีนและสารเปปไทด์ ที่คนจีนเชื่อว่าช่วยในการสร้างเลือด ปัจจุบันซุปไก่สกัดได้พิสูจน์ผลของการเป็นอาหารฟังก์ชันนอลต่อสุขภาพด้วยผลงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 20 ชิ้นอย่างต่อเนื่อง พบว่า ช่วยในการบำรุงสุขภาพ เสริมสมาธิการเรียนรู้และคลายความเครียดได้ เป็นต้น ล่าสุดมีงานวิจัยค้นพบว่า สารเปปไทด์ในซุปไก่สกัด ที่เรียกว่า “สารโปรเบปทิเจน (ProBeptigen)” ซึ่งออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่อร่างกาย มีส่วนช่วยในการต่อต้านความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้

นอกจากนี้ยังมี ’เห็ดทางการแพทย์”  (Medicinal Mushrooms) ซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชันนอลที่นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ให้ประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพอีกด้วย เช่น เห็ดไมตาเกะ (Maitake) เห็ดหลินจือ (Reishi Mushroom) ถั่งเฉ้า (Cordyceps) เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Yamabushitake Mushroom) เห็ดชิตาเกะ (Shiitake) เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ (Himematsutake) และเห็ดแครง (Spit Gill) เป็นต้น

ข้อมูลจาก รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า มีการบันทึกว่ามีใช้เห็ดทางการแพทย์ (Medicinal Mushrooms) ในตำราแพทย์ของจีน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น และยังคงใช้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เห็ดเหล่านี้นอกจากจะให้คุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น เบต้ากลูแคนโพลีแซ็คคาไรด์ ไกลโคโปรตีนเลคติน และเทอร์ปีนอยด์ ซึ่งกลุ่มของสารประกอบที่สกัดได้จากเห็ดทางการแพทย์ ถูกเชื่อว่าให้ผลในการบำบัดได้หลายกลุ่มอาการ ได้แก่ หอบหืดที่เกิดจากภูมิแพ้ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคผนังหลอดเลือดแข็งตัว ระดับน้ำตาลในเลือดสูง การติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง เป็นต้น

ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลายกลุ่มอาการ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจและทำการศึกษาค้นคว้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบการทำงานของภูมิคุ้มกันผิดปกติ ในที่สุดพบว่า สารประกอบในกลุ่มโพลีแซ็คคาไรด์ที่สกัดได้จากเห็ด มีส่วนช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

จากผลการศึกษาถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเห็ดทางการแพทย์ที่ส่งผลต่อร่างกาย ทำให้เห็ดทางการแพทย์หลายชนิดถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ และใช้เป็นตัวยาในการรักษาโรค ได้แก่ เห็ดยามาบูชิตาเกะ (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Hericium erinaceus) เห็ดไมตาเกะ (Grifola frondosa) เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เห็ดชิตาเกะ (Lentinula edodes)                                                                  ถั่งเฉ้า (Cordycep sinensis) เห็ดแครง (Schizophyllum Commune) เป็นต้น การใช้ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สกัดเข้มข้นจะช่วยให้ได้รับปริมาณของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มากกว่าการกินจากเห็ดสดหรือการเตรียมเอง
อย่างไรก็ตาม การใช้อาหารฟังก์ชันนอลควรต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยด้วย โดยดูจากระดับปริมาณที่เหมาะสมของสารอาหาร และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีผลต่อสุขภาพในอาหารฟังก์ชันนอลนั้น ๆ และสิ่งสำคัญต้องได้รับการยืนยันถึงความปลอดภัยและคุณประโยชน์ ด้วยวิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับ หากเรารู้จักเลือกบริโภคอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย เราก็จะได้รับการเสริมอาหารที่ให้ประโยชน์คุ้มค่าต่อสุขภาพร่างกายได้มากที่สุด

ทั้งนี้ อาหารฟังก์ชันนอลไม่ใช่อาหารหลัก จึงไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้ แต่เป็นอาหารที่รับประทานเพื่อเสริมอาหารหลัก ที่อาจได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งช่วยในการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรปฏิบัติก็คือ การรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพียงพอ และเหมาะสม ครบทุกหมวดหมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำจิตใจให้แจ่มใส พักผ่อนอย่างเพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำร้ายร่างกายเพื่อการส่งเสริมให้มีสุขภาพดีต่อไป

ข้อมูลจาก ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

ที่มา: เดลินิวส์ 22 เมษายน 2555

1 thought on “เรียนรู้บทบาทอาหารฟังก์ชันนอลกับการส่งเสริมสุขภาพ

  1. Pingback: อาหารฟังก์ชัน…เสริมสุขภาพ | ⊹⊱✿ What Ankylosing Spondylitis can't do ✿⊰⊹

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s