หน้าร้อน…ป้องกันโรคเครียดในผู้สูงอายุ

image : nation.com.pkในช่วงที่มีอากาศร้อนมักกระตุ้นให้คนทั่วไปเกิดอารมณ์หงุดหงิด และขาดสติยั้งคิดได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักมีความรู้สึกเปราะบางและอยู่ตามลำพัง โดยจะเห็นได้จากกระแสข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่พบว่า ในช่วงหน้าร้อนนี้มีผู้สูงอายุเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นความเครียดที่มาจากเรื่องของสุขภาพ เช่น กรณีผู้สูงอายุที่เกิดความเครียดจนใช้ปืนยิงตัวเองและภรรยา ซึ่งป่วยเป็นโรคประจำตัวจนเสียชีวิตทั้งคู่ เนื่องจากกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่ลูกหลานต้องเสียไปเป็นจำนวนมาก หรือปัญหาที่มาจากอากาศร้อนระอุในช่วงนี้ โดยจะพบผู้สูงอายุนอนเสียชีวิตอันเกิดจากอากาศร้อน ฯลฯ ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุทั้งกายและจิตใจ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงที่มีอุณหภูมิในอากาศเพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้

พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ รพ.รามาธิบดี ได้แยกเป็น 2 วิธีในการดูแลผู้สูงอายุ ประเด็นแรกนั้นคุณหมอเผยให้ทราบถึงโรคต่างๆ ที่อาจมาเยือนผู้สูงอายุได้ในช่วงหน้าร้อน ซึ่งโรคฮิตติดอันดับสำหรับคุณตาคุณยายนั้นได้แก่ “โรคท้องเสียท้องเดิน” โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคบางชนิด ซึ่งอาจปล่อยสารพิษตกค้างอยู่ในอาหารแม้จะปรุงสุกแล้ว แต่ความร้อนก็ไม่สามารถทำลายสารพิษเหล่านั้นได้ จึงทำให้เกิดอาการผิดปกติ หรือแม้แต่การบริโภคน้ำแข็งที่มาจากแหล่งน้ำประปาที่ปนเปื้อนเชื้ออหิวาตกโรค ก็อาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียทั้งในคนทั่วไปรวมทั้งผู้สูงอายุ แต่ผู้สูงอายุจะเปราะบางกว่า อาการรุนแรง และเกิดอาการแทรกซ้อนจากการท้องเดินท้องเสียได้มากกว่า ดังนั้นการบริโภคอาหารที่สดสะอาด ปรุงใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

นอกจากนี้ โรคที่มักพบได้บ่อยกับผู้สูงอายุที่มีรูปร่างขนาดใหญ่นั้น คือโรคเชื้อราในร่มผ้า โดยเฉพาะใต้รักแร้ ใต้ราวนม ซอกขา หรือจุดอับชื้นทั้งหลาย ดังนั้นลูกหลานควรพยายามทำให้บริเวณดังกล่าวแห้งอยู่เสมอ แต่ถ้าหากพบอาการติดเชื้อราแล้ว คุณหมอแนะนำว่าให้ใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เป็นครีมทาบางๆ แต่หากเป็นบริเวณจุดอับชื้นมาก ขนาดกว้างขวาง หรือมีเหงื่อออกมากตลอดเวลา เช่น ใต้ราวนม ควรใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เป็นแป้งก็ช่วยได้ สำหรับผู้สูงอายุที่สัมผัสทั้งอากาศร้อนและอากาศเย็นในเวลาเดียวกันนั้น รวมถึงต้องอยู่ในสถานที่แออัด เช่น วัด หรือห้างสรรพสินค้า ฯลฯ อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคหวัดได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว เพราะจะทำให้ภูมิต้านทานในการป้องกันโรคลดลงนั่นเอง

ส่วนเรื่องของการป้องกันความเครียดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้สูงอายุ คุณหมอให้ข้อมูลว่า สิ่งสำคัญคือความเอาใจใส่ของครอบครัว เนื่องจากทุกคนจะสามารถผ่านพ้นความทุกข์จากสภาพแวดล้อมได้ไม่ยาก ถ้าเรารู้ว่ามีคนรักและเป็นห่วงเรา ตลอดจนการตระหนักว่าชีวิตยังมีความหวัง ยังมีความหมายสำหรับคนรอบตัว ซึ่งลูกหลานคือกลไกสำคัญในส่วนนี้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากคำพูดที่กล่าวกับท่านเท่านั้น แต่มาจากการแสดงออกถึงความผูกพัน เช่น การกอด การหอม การสัมผัส การพูดคุยของลูกๆ หลานๆ ที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะหรือสร้างเป็นเวลานาน

สำหรับการพาคุณตาคุณยายไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ก็เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นวิธีที่ดีในการคลายร้อน และคลายเครียดได้ทางหนึ่ง แต่ควรเป็นสถานที่ที่ท่านชอบ เช่น พาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน หรือสถานที่ปฏิบัติธรรม สวนสาธารณะที่ร่มรื่น ฯลฯ อย่างไรก็ตามคุณหมอเผยว่า “ปัญหาที่พบบ่อยคือลูกอยากพาไปในที่ที่ท่านไม่ได้อยากไป จึงทำให้ผู้สูงอายุไปอย่างเสียไม่ได้ บางรายพาลอาละวาด ดังนั้นหากคุณลูกหลานอยากให้คุณตาคุณยายมีความสุข ก็จำเป็นต้องเอาตัวท่านเป็นที่ตั้ง หรือพูดง่ายๆ ว่าลูกหลานมีหน้าที่จัดหาและดูแลให้เป็นไปตามความต้องการของท่านไม่ใช่ของเรา” นอกจากนี้เรื่องของการให้เกียรติผู้สูงอายุ และรับฟังข้อแนะนำของท่านอย่างใส่ใจ และถ้าสิ่งใดที่ลูกหลานนำไปปฏิบัติตามแล้วได้ผลดี ก็อย่าลืมยกย่องท่านด้วย แต่ถ้าเกิดผลเสียขึ้นก็หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยเสริมสร้างอารมณ์ของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน.

 

ที่มา: ไทยโพสต์  8 พฤษภาคม 2555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s