สมองเสื่อม! หรือแค่หลงลืมชั่วขณะ

ความเสื่อมของสมองที่เกิดขึ้นกับคนสูงอายุคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัจจุบันคนวัยทำงานกับพบแพทย์มากขึ้น ด้วยอาการแปลกๆ ที่แสดงให้เห็นว่าภาวะสมองเสื่อมใกล้เข้ามาทุกที

นพ.อุเทน บุญอรณะ แพทย์โรคสมอง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช บอกว่า คนอายุ 40-50 ปี มาพบหมอด้วยความกังวลว่าจะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่จริงแล้ว สมองเสื่อมเป็นโรคของคนที่อายุ 70 ปีขึ้นไป แต่เพราะสมองเสื่อมเป็นโรคที่ใกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับคนใกล้ชิดในครอบครัว จนทำให้หลายคนกลัวว่าโรคจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากอาการหลงลืมที่ปรากฏ

“คนไข้หลายคนมาพบหมอเพราะความกลัว หลงลืมเล็กน้อย นิดหน่อยก็กลัว บางรายลืมของ นึกไม่ออกว่าเอาไปวางไว้ตรงไหน หรือเปิดเตาทำกับข้าวทิ้งไว้ มานึกได้อีกทีตอนที่ไหม้ไปหมดแล้ว”

คุณหมออธิบายว่า การที่คนเราระลึกได้ว่าลืมของ นั่นแปลว่าจริงๆ แล้วไม่ได้ลืม เพียงแต่จำไม่ได้ว่าไปอยู่ตรงไหน โดยอาการหลงลืมที่พบ ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรคสมองเสื่อมเสมอไป การที่คนเราจะลืมอะไรสักเรื่องประกอบด้วยหลายปัจจัย อาการหลงลืมชั่วขณะอาจเกิดจากการขาดสมาธิ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

กิจกรรมหลายอย่างเป็นตัวบั่นทอนและทำลายสมาธิ แม้แต่เรื่องง่ายๆ ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนที่พบเห็นเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน

“ช่วงเวลาที่ขลุกอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ แม้จะดูว่าเป็นกิจกรรมที่เพิ่มสมาธิ จดจ่ออยู่กับเล่นบนมือถือ แต่เมื่อใดที่มีข้อความแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ สมาธิที่มีก็หมดลงได้เช่นกัน” คุณหมออธิบาย

ทางออกของปัญหานี้อาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจ เพราะการปล่อยให้ตัวเองเกิดความกังวล ไม่ทำให้เกิดผลดี จากความกลัวอาจนำไปหาความรู้ผิดๆ กังวลไปผิดๆ บางรายปล่อยให้ความกังวลเป็นเรื่องที่ยาวนานมากจนสร้างปัญหาให้กับจิตใจในระยะยาว

“คนเราควรที่จะเปลี่ยนแนวคิดจากความกลัว ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น มาคิดหาทางออกว่า ถ้าเป็นแล้วจะรับมืออย่างไรดีกว่า” คุณหมอกล่าว และว่า โรคสมองเสื่อมที่เกิดขึ้นกับคนสูงมักไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะคิดว่าอาการหลงลืมเป็นเรื่องคนแก่ ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งปล่อยให้อาการผิดปกติของสมองเป็นเรื่องปกติ โดยไม่หาทางแก้ไข ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

เพราะภาวะสมองเสื่อมนี้ไม่เฉพาะเกิดแต่ในผู้สูงอายุเท่านั้น ในประชากรที่อายุน้อยก็อาจเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน โรคเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อทางสมอง การได้รับสารพิษเป็นต้น

ภาวะสมองเสื่อม ความจำแย่ลง หลงลืม หรือบุคลิกภาพและอารมณ์เปลี่ยนไปจากปกติ พบได้ราว 5-8% ของประชากรที่อายุเกิน 65 ปี โดย 20% ของกลุ่มนี้มีอัตราเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากเซลล์สมองเป็นเซลล์ที่มีความจำเพาะ และเปราะบางมาก เมื่อตายไปจะไม่งอกมาทดแทน ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมจะพบว่ามีปริมาณของเซลล์ของสมองที่ทำงานลดลง จนทำให้เกิดปัญหาในเรื่องความจำ ความคิด อารมณ์และบุคลิกภาพร่วมด้วย

คนที่เป็นโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ กลุ่มนี้จะมีอาการแสดงออกที่ชัดเจน เช่น กินข้าวเสร็จแล้วทั้งที่จานข้าวยังวางอยู่ตรงหน้า แต่กลับบอกว่าตัวเองยังไม่ได้กิน แถมยังไถไปว่าจานนั้นเป็นของคนอื่นไปได้อย่างหน้าตาเฉย” คุณหมอยกตัวอย่าง

โรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่กำหนดยาก ป้องกันยาก และวิทยาการทางการแพทย์ ณ ปัจจุบันยังวัดความเสี่ยงได้บ้าง แต่ไม่มากนัก แนวทางการรักษาโรคนี้จึงมุ่งไปที่วิธีการรับมือมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น การรักษาโรคต้นเหตุของภาวะสมองเสื่อม การรักษาตามอาการแบบประคับประคองเพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ และการให้ยาบำบัดรักษา เช่น ยาขยายหลอดเลือดสมอง เพื่อกระตุ้นให้เซลล์สมองทำงานได้ดีขึ้น

คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายว่า วิธีป้องกันโรคสมองเสื่อมที่ง่ายและช่วยสร้างสมาธิมีหลายแบบ เช่น การเล่นเกมต้องใช้สมอง เช่น ปริศนาอักษรไขว้ หรือซูโดกุ ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน สนุกสนาน อีกทั้งยังช่วยฝึกสมองให้มีสมาธิไม่หลงลืมง่าย ดีกว่าต้องเข้ารับการรักษาเมื่อเวลาล่วงเลยไป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 27 มิถุนายน 2555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s