เป็น “ซีสต์-ฝี” บริเวณ “ต่อมบาร์โทลิน”

มีน้องผู้หญิงที่รู้จักคนหนึ่งไปอ่านเจอข้อมูลเรื่อง “ต่อมบาร์โทลินอักเสบ” ทางเว็บไซต์ชื่อดัง โดยผู้ที่เคยเป็นมาแชร์ประสบการณ์ด้วยตัวเอง ก็เลยอยากให้นำเสนอข้อมูลจากสูตินรีแพทย์บ้างเผื่อเป็นประโยชน์กับสาว ๆ หลายคน ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้จัดให้ซะเลย

รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ และหัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ต่อมบาร์โทลิน เป็นต่อมที่อยู่บริเวณปากช่องคลอด 2 ข้าง ปกติจะสร้างเมือกออกมาหล่อลื่นบริเวณช่องคลอด

กรณีที่มีการอุดตันของท่อของต่อมบาร์โทลินจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งคัดหลั่งจากต่อมบาร์โทลินจนท่อเกิดการขยายเป็นถุงน้ำ หรือ ซีสต์ มีขนาดประมาณ 1-3 เซนติเมตร มักเป็นข้างเดียว ก้อนซีสต์ที่เกิดขึ้นจะอยู่บริเวณ 5 นาฬิกา หรือ 7 นาฬิกา ของปากช่องคลอด

สาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดซีสต์ ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ตัวเลขผู้ป่วยพบไม่มาก และไม่มีรายงานชัดเจน แต่ประมาณการว่ามีผู้ป่วยมารับการรักษาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ประมาณ 2 รายต่อสัปดาห์ ส่วนโรงพยาบาลอื่นไม่มีตัวเลข อายุที่เป็นส่วนใหญ่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ในผู้สูงอายุหรือวัยหมดประจำเดือนพบได้น้อยมาก

นอกจากเป็นซีสต์แล้วบางรายอาจเกิดการติดเชื้ออักเสบเป็นฝีหนอง คือ ถ้าเป็นซีสต์จะไม่เจ็บ แต่ถ้าเป็นฝีหนองจะเจ็บมาก

เชื้อที่พบและทำให้เกิดฝีหนอง ส่วนใหญ่เป็นเชื้อหนองในแท้ มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แล้วติดเชื้อดังนั้นคนที่เป็นสาวโสดมักจะไม่เป็นฝีบริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ซีสต์ ยกเว้นทิ้งไว้จนมีการติดเชื้อเกิดขึ้นก็อาจเป็นฝีได้ ผู้หญิงที่เป็นฝีหนองส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อหนองในแท้ ซึ่งอาจติดเชื้อจากสามีหรือคู่นอน ดังนั้นการรักษาก็จะเหมือนเป็นโรคหนองใน จึงควรนำสามีหรือคู่นอนมารักษาด้วย และถ้าเป็นฝีแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำได้สูง

ต้องบอกว่าเป็นซีสต์ ไม่อันตราย ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการอะไรเลยแค่รู้สึกรำคาญ แต่ถ้าเป็นก้อนใหญ่อาจทำให้รู้สึกเจ็บลำบากเวลาเดิน นั่ง ร่วมเพศ เล่นกีฬา แต่ถ้าเกิดการติดเชื้ออักเสบเป็นฝีหนอง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดมากบริเวณที่เป็นจะบวม แดง กดเจ็บ

กล่าวโดยสรุป คือ ถ้าคลำได้ก้อนไม่ปวดให้นึกถึงซีสต์ แต่ถ้ารู้สึกเจ็บให้นึกถึงการติดเชื้ออักเสบเป็นฝีหนอง

การรักษาซีสต์บริเวณดังกล่าวแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดถุงน้ำออก เรียกว่า “มาร์ซัพเพียลไลเซชั่น” ในบางรายอาจใส่ท่อเพื่อสอดเข้าไปหลังผ่าตัดถุงน้ำให้ลึกถึงผนังถุงน้ำ พร้อมใส่น้ำประมาณ 2-4 มล. เข้าไปในลูกโป่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อดังกล่าวเลื่อนหลุดออกมา ทิ้งไว้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ส่วนกรณีที่เป็นฝี อาจทำได้เพียงผ่าตัดร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะ โดยการผ่าตัดอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

มีคำเตือนว่า เพื่อป้องกันปัญหานี้ ควรหลีกเลี่ยงสวมใส่กางเกงในรัด ๆ รศ.นพ.ธีระพงศ์ กล่าวว่า การสวมใส่กางเกงในรัด ๆ คงไม่ใช่สาเหตุโดยตรง เพราะการอุดตันจนเกิดซีสต์ของต่อมบาร์โทลินเราไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร การสวมใส่กางเกงในรัด ๆ อาจทำให้รู้สึกเจ็บและระคายเคือง ดังนั้นถ้าเป็นซีสต์แล้วควรใส่กางเกงในหลวม ๆ ดีกว่า

ส่วนที่มีการบอกว่า ช่วงมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อเป็นฝีหนอง และควรรักษาจุดซ่อนเร้นให้สะอาดอยู่เสมอนั้น รศ.นพ.ธีระพงศ์ บอกว่า การรักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นสิ่งสำคัญ สามารถช่วยป้องกันการอักเสบติดเชื้อได้

ท้ายนี้อยากฝากไปยังสาว ๆ ทั้งหลายว่า ถ้าเป็นก้อนคลำได้อย่าอายหมอ ควรรีบมาหาหมอ รักษาตั้งแต่ก้อนยังเล็ก ๆ เพราะมีหลายคนอายหมอ กว่าจะมาก้อนก็ใหญ่มากแล้ว บางรายก้อนใหญ่ 3-4 เซนติเมตร ทำให้ต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้นและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายขึ้น.

นวพรรษ บุญชาญ

ที่มา: เดลินิวส์  5 สิงหาคม 2555

.

Related Link:

.

Bartholin’s abscess  – NIH National Institutes of Health

Bartholin’s Cyst and Abscess – Patient.co.uk 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s