ฝึกสมาธิชีวิตประจำวัน ลดทุกข์เพื่อสังคมสันติสุข

สมาธิกับการใช้ชีวิตประจำวันเป็นของคู่กันที่หลายคนละเลย โดยเฉพาะชีวิตคนเมือง ซึ่งปัจจุบันมีสถานที่เปิดอบรมการทำสมาธิหลายแห่ง ทั้งแบบสุดโต่งและการนำวิถีปัจจุบันมาผสมให้เข้ากันในการดำเนินชีวิต “หลักสูตรครูสมาธิ” ของ “วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร” สอนโดยพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร) เป็นอีกแห่งที่ให้ความรู้ในการนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต

พระครูปลัดมงคลวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังจิตตานุภาพ และผู้ดูแลหลักสูตร มองว่า ปัจจุบันคนไทยมีปัญหาหลายสิ่ง จนเดือดร้อนทางจิตใจอย่างมาก จึงต้องหาที่พึ่ง หาความสงบ อย่างมีฝรั่งคนหนึ่งให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ที่สวิตเซอร์แลนด์ถึงอาการนอนไม่หลับมานาน เป็นเพราะเขาคิดไม่หยุดจนทำให้จิตไม่มีเวลาหยุดพัก ด้วยโลกที่มันมีการแข่งขันสูงคนต้องคิดตลอดเวลา แต่พอลองมานั่งสมาธิ ฝรั่งคนนั้นพบว่าเขาเจอสวิตช์ที่ปิดความกังวลได้ หลังจากนั้นก็นอนหลับเป็นปกติ เมื่อค้นพบว่า การนั่งสมาธิเหมือนกับการปิดสวิตช์ให้กับจิตฟุ้งซ่านของตัวเอง

การสร้างสมาธิเหมือนกับฝนเม็ดเล็ก ๆ ที่ตกลงมา แม้เม็ดเล็กแต่ตกบ่อย ๆ เราเปียก ถ้าตกไม่หยุดก็จะมีน้ำมากมายมหาศาล เหมือนกับพลังจิตที่ค่อย ๆ สะสมมากขึ้นจนเกิดพลังศรัทธา พลังสติ พลังสมาธิ พลังปัญญา เมื่อมีมากจะไปกลบพลังที่ไม่ดีซึ่งมีน้อยให้หายไป

สมาธิมีอยู่ด้วยกันสองแบบคือ 1. สมาธิธรรมชาติ โดยจิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างคนที่จดจ่ออยู่กับการถ่ายภาพก็เป็นการทำสมาธิ แต่จะจดจ่อได้นานแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล การนอนถือเป็นสมาธิในแบบนี้ 2. สมาธิสร้างขึ้น เหมือนการเรียนหนังสือในห้องเรียน มีระบบเกิดการควบคุมการฝึกอย่างจริงจัง เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับคนไทย เพราะหลายคนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แต่การเรียนในหลักสูตรก็เหมือนกับการมีผู้มีความรู้จัดระเบียบชั่วโมงเรียนไว้ให้แล้ว การมาเรียนอย่างต่อเนื่องและฝึกอยู่บ่อย ๆ จะทำให้จิตมีพลังควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

โดยการฝึกสมาธิที่นี่เป็น แบบสัมมาสมาธิ ดำเนินตามมรรค 8 ของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ทำแตกต่างจากที่พระพุทธเจ้า เคยปฏิบัติ ซึ่งหลายคนมีคำถามว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตำราที่เราอ่านมาเป็นแบบแผนที่พระพุทธเจ้าปฏิบัติ แต่แม้ว่าเราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจริงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยเรามีแผนที่ เหมือนกับคนที่เดินทาง คนที่มีแผนที่กับคนที่ไม่มีแผนที่ คนไหนจะถึงจุดหมายได้ก่อนกัน

การสอนสมาธิของคนแต่ละวัยย่อมแตกต่างกัน อย่างเด็กจะทำสมาธิครั้งละ 5 นาที โดยช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนทำสมาธิก่อนหนึ่งครั้ง พ่อช่วงบ่ายทานข้าวเสร็จเข้าห้องเรียนทำอีกหนึ่งครั้ง พอก่อนกลับบ้านทำอีกหนึ่งครั้ง ตกวันละ 15 นาที เหมือนกับการกินข้าวทุกวัน เราไม่รู้หรอกว่าเรากินไปทุกวันร่างกายเราโตขึ้นวันละเท่าไหร่ แต่เราโตมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะกินข้าวที่สะสมมาเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ

ส่วนวัยรุ่นทำครั้งละ 15 นาที แต่ต้องมีกิจกรรมสันทนาการเข้ามาช่วยเพื่อจูงใจ ด้านผู้สูงอายุต้องสามารถเดินจงกรมและนั่งสมาธิได้ แต่ต้องให้รู้จักความพอดี ถ้าบางคนต้องการจุดหมายที่หลุดจากโลกก็เข้าไปในป่าบำเพ็ญเพียร แต่ถ้าต้องอยู่ในเมืองต้องปรับวิธีการสอนให้เป็นในระบบ เพราะบางคนแม้เข้าป่าแต่ก็เกิดความขี้เกียจ อย่างวันนี้ฝนตกก็นอนดีกว่าไม่ปฏิบัติ สุดท้ายแล้วเมื่อออกมาไม่ได้อะไรเลย เพราะควบคุมจิตใจตัวเองไว้ไม่ได้

หลักสูตรสมาธิตอนนี้มีคอร์สเรียน 6 เดือน และหลักสูตร 2 เดือน โดยผู้ที่จะมาเรียนคอร์ส 2 เดือนได้ต้องผ่านหลักสูตรพื้นฐาน 6 เดือนมาก่อน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน แต่ต้องซื้อตำราที่เป็นชีทในการเรียนเอง ทางวัดพยายามมุ่งเน้นสอนครู เพราะครูต้องสอนตัวเองก่อนถึงจะออกไปสอนคนอื่นได้ โดยครูที่สอนทางวัดจะถ่ายทอดความรู้ให้อย่างละเอียดเพื่อให้คนที่เรียนเกิดความมั่นใจ และนำไปถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้อย่างเชื่อมั่น เพราะคำว่าครูในความหมายแปลว่า หนักแน่นในทางวิชาการ การประพฤติและปฏิบัติ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่นักเรียนได้เห็น

สำหรับการประเมินหลักสูตร จิตใจของผู้เรียนเป็นการประเมินที่ดีที่สุด และมีการทำวิทยานิพนธ์ โดยใช้เวลา 2 ปี ทำการวิจัยตามหัวข้อกำหนดโดยต้องส่งข้อมูลมา 10 หน้ากระดาษ ขณะที่ก่อนจะจบหลักสูตรมีการอบรมบนดอย ไปเพื่อให้รู้หัวใจของการปฏิบัติที่เน้นย้ำการเป็นอยู่ที่เรียบง่าย กินง่าย นอนง่าย เพราะชีวิตคนต้องเดินทาง ถ้าคนไม่ฝึกจิตดี ๆ จะเกิดความฟุ้งซ่านนอนไม่หลับมัวแต่คิดโน่นนั่น แต่ถ้าคนฝึกจิตนอนที่ไหนก็นอนง่าย

“ตอนนี้หลักสูตรครูสมาธิรุ่น 6 เดือน ผ่านไปแล้ว 30 รุ่น ส่วนรุ่นที่เรียน 2 เดือน เพิ่งจบเป็นรุ่นแรก ตั้งเป้าอนาคตไว้ว่าอยากอบรมครูสมาธิให้มากที่สุด อย่างน้อยจังหวัดละ 1 สถาบัน ตอนนี้มีกระจายไปแล้ว 51 สาขา แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ เราเชื่อว่าเมื่อคนในสังคมมีสมาธิมาก สังคมนั้นจะสงบและสันติสุข” พระครูปลัดมงคลวัฒน์ ทิ้งท้าย

ขณะที่ผู้เข้าอบรมครูสมาธิชั้นสูง รุ่น 1 ระยะเวลาเรียน 2 เดือน อย่าง อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ความเห็นว่า สมาธิเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของมนุษย์ แท้จริงไม่ไกลเกินจากปุถุชนธรรมดาจะทำตามแบบธรรมชาติได้ โดยใครได้แนวทางการทำสมาธิแล้วจะไปเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไปก็ได้ แต่ถ้าใครได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาตัวเองถือเป็นเรื่องดี

ส่วน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ มองการอบรมครั้งนี้ว่า ได้วิธีการเดินจงกรมและนั่งสมาธิอย่างเป็นระบบ หลวงพ่อท่านสอนสิ่งที่เป็นนามธรรม ด้วยการอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายในเชิงหลักวิทยาศาสตร์ อย่างการบริกรรมก็คือการรวบรวมอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้จิตมีสมาธิ ก่อให้เกิดพลังจิตและกลายเป็นกระแสแห่งจิต เมื่อสะสมขึ้นจนมีพลังจะทำให้เรามีพลังในระดับที่สูงขึ้น

จากแต่ก่อนเราเป็นคนที่ขี้รำคาญ แต่พอมาฝึกสมาธิอารมณ์เหล่านั้นลดลง ยิ่งสติควบคู่ไปกับวิปัสสนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้จิตใจดีขึ้นมาก โดยสติจะวิ่งตามอารมณ์ได้ทัน ซึ่งการมาเรียนที่นี่หลวงพ่อได้จัดตารางเรียนช่วง 18.30–20.30 น. ซึ่งเป็นช่วงหลังเลิกงานพอดี พอเรียนเสร็จก็กลับบ้านไปทำการบ้านที่หลวงพ่อสั่งต่อ

ขณะที่ ดร.วิษณุ เครืองาม มองว่า การมาเรียนเหมือนหลวงพ่อได้หยิบสิ่งที่คว่ำอยู่ให้หงายออกมา สิ่งที่ไม่รู้ก็ได้รู้ อย่างสิ่งที่เข้าใจมาตลอดคือ การนั่งสมาธิยิ่งนานยิ่งดี แต่หลวงพ่อวิริยังค์ ท่านแนะนำว่าอาจจะโดนเหมือนท่านที่นั่งสมาธิตั้งแต่สองทุ่มจนถึงตีสอง หลวงปู่มั่นท่านมาตลบมุ้งไล่ให้ไปนอน เพราะเป็นการนั่งสมาธิที่เกินเลย

สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยส่วนตัวคือ เดิมเป็นคนนอนไม่หลับมา 10 ปี ต้องกินยานอนหลับอ่อน ๆ มาตลอด แต่พอมาเรียนลองนอนทำสมาธิอยู่ที่บ้านก็หลับไปเองโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับเหมือนแต่ก่อน ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องกินยานอนหลับมาแล้วสองเดือนด้วยการทำสมาธิ

ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ให้ความเห็นกับการอบรมครั้งนี้ว่า ทุกวันนี้โลกมีปัญหามาก ตัวเรามีปัญหามาก ความขุ่นมัวทางจิตส่งผลให้โรคภัยทางกายตามมา การทำสมาธิเป็นการทำจิตใจให้สงบขึ้น มนุษย์เราต้องอาศัยการเคลื่อนไหวร่างกาย การวิ่งทำให้เกิดกำลังแก่ร่างกาย แต่จิตตรงกันข้ามมีแต่กวัดแกว่งตลอดเวลาไม่มีการพัก

การนั่งสมาธิหลายที่มีกฎว่าต้องไปอยู่ที่นั่นหลาย ๆ วัน หรือห้ามพูดคุยกัน หรือกินข้าวเพียงสองมื้อ แต่พอกลับเข้ามาอยู่ในเมืองกลับไปเป็นคนเดิมลืมทุกอย่าง แต่การมาฝึกที่นี่หลวงพ่อได้นำการฝึกที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตปัจจุบัน โดยเน้นการฝึกหนึ่งชั่วโมง และทฤษฎีหนึ่งชั่วโมง มุ่งเน้นให้ฝึกจนชินสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อจิตได้พักผ่อนจึงส่งผลให้ร่างกายดีขึ้น บางคนเป็นไมเกรนหรือภูมิแพ้บางชนิดพอมานั่งสมาธิดีขึ้น ขณะที่คนทำงานทำให้มีสมาธิการในทำงานดีขึ้น หรือเวลาโมโหสติจะตามทันทำให้เราลดความโมโหลง คนฝึกสมาธิมาก ๆ จะเกิดภวังค์ โดยการเกิดภวังค์จะเกิดได้ในช่วงการเกิด การนอน การตาย โดยเราเชื่อว่าคนที่ฝึกจนเกิดภวังค์ก่อนตายเมื่อคิดแต่เรื่องดี ๆ จะได้ไปในภพภูมิที่ดี

การฝึกสมาธิจึงเป็นอีกเรื่องสำคัญโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ซึ่งผู้ที่สอนเองต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อจูงใจ แต่ยังต้องคงไว้ซึ่งแก่นของธรรมะ.

สัมมาสมาธิคืออะไร

สัมมาสมาธิ แปลว่า สมาธิชอบ คือความตั้งใจมั่นโดยถูกทาง โดยการที่กุศลจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว ความตั้งมั่นแห่งกุศลจิตในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน เข้าถึง ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และ จตุตถฌาน จิตตั้งมั่นในฌานทั้ง 4 นี้ ส่วนอรูปฌาน ทั้ง 4 ท่านจัดเข้าในจตุตถฌาน ตามอารมณ์ที่อรูปฌานมีเจตสิกที่เข้ามาประกอบในจิต คือ อุเบกขาเจตสิกและเอกัคคตาเจตสิก เช่นเดียวกับ จตุตถฌาน

ลักษณะของสัมมาสมาธิ จิตสงัดแล้วจากกามทั้งหลาย สงัดแล้วจากกรรมที่เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย เข้าถึงปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดจากวิเวก เพราะความที่วิตกวิจารทั้งสองระงับลง เข้าถึงทุติยฌาน เป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายใน ให้สมาธิเป็นธรรมอันเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตกวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดจากสมาธิ เพราะความจางคลายไปแห่งปีติ เป็นผู้อยู่อุเบกขา มีสติและสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยนามกาย มีสติ อยู่เป็นปกติสุข เข้าถึงตติยฌาน เพราะละสุขและทุกข์เสียได้ เพราะความดับไปแห่งโสมนัสและโทมนัสทั้งสอง เข้าถึงจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข มีแต่ความที่สติเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา

“การสร้างสมาธิเหมือนกับฝนเม็ดเล็ก ๆ ที่ตกลงมา แม้เม็ดเล็กแต่ตกบ่อย ๆ เราเปียก ถ้าตกไม่หยุดก็จะมีน้ำมากมายมหาศาล เหมือนกับพลังจิตที่ค่อย ๆ สะสมมากขึ้น จนเกิดพลังศรัทธา พลังสติ พลังสมาธิ พลังปัญญา เมื่อมีมากจะไปกลบพลังที่ไม่ดีซึ่งมีน้อยให้หายไป”

ทีมวาไรตี้

ที่มา: เดลินิวส์ 2 สิงหาคม 2555

.

Related Link:

.

คลิกดูบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร โทรศัพท์ 0 2332 4145

สถาบันพลังจิตตานุภาพ  โทรศัพท์ 02-311-3903, 02-741-3552

.

1 thought on “ฝึกสมาธิชีวิตประจำวัน ลดทุกข์เพื่อสังคมสันติสุข

  1. Pingback: พุทธศาสน์กับ “ศักราชใหม่” พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล โดย ชฎาพร นาวัลย์ | ⊹⊱✿ What Ankylosing Spondylitis ca

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s