รู้ทันกลโกง ‘ธุรกิจขายตรงแอบแฝง’ สร้างรายได้เสริมอย่างไรไม่ตกเป็นเหยื่อ?!

ธุรกิจขายตรงแอบแฝง หรือธุรกิจแชร์ลูกโซ่ อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน โดยการหลอกล่อผู้ที่อยากรวยให้เข้ามาเป็นเครือข่าย จึงไม่แปลกที่จะมีผู้ตกเป็นเหยื่อมากมายเพราะความโลภ ดังที่เป็นกระแสข่าวในปัจจุบันว่ามีการจับกุมแก๊งธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเราอยากมีรายได้เพิ่มจริง ๆ ธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถช่วยได้ แต่ต้องอาศัยความรอบรู้และความอดทน

ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ให้ความรู้ว่า ธุรกิจขายตรงถ้านับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมาปรากฏว่ามีมูลค่าทางการตลาดขายตรงเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อก่อนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับจนกระทั่ง 9 เดือนแรกของธุรกิจขายตรงอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท จะเห็นได้ว่าแนวโน้มจากตัวมูลค่าทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นทำให้ธุรกิจนี้ขยายตัวมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคืออะไรเป็นเหตุจูงใจที่ทำให้มีผู้เข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมากมาย นั่นคือจากภาวะเศรษฐกิจที่เรียกว่าตกต่ำก็ว่าได้ หรือเงินเฟ้อที่ทำให้ราคาข้าวของแพงมากขึ้น และจากอัตราค่าจ้าง 300 บาทที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ มีการปรับลดคนงานลงทำให้คนมุ่งหาอาชีพที่ 2 เพิ่มขึ้นในการที่จะหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัว จึงทำให้คนจำนวนมากเข้าสู่ระบบของธุรกิจขายตรง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าธุรกิจนี้สามารถทำเงินและสร้างฝันให้กับคนที่ต้องการสร้างตัวหรือสร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น จากมูลเหตุตรงนี้จึงทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มขยายปรับเข้าหาธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่ ๆ เองก็ปรับตัวเข้ามาเล่นธุรกิจขายตรงนี้ หรือแม้แต่ตัวคนที่เป็นดาราเองก็หันมาทำธุรกิจขายตรงมากขึ้น มูลเหตุทั้งหมดจึงจูงใจทำให้เกิดช่องว่าง ธุรกิจแชร์ลูกโซ่อาศัยจังหวะใช้คนดัง ๆ เข้ามาเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดให้คนเข้ามาสู่ระบบด้วย

ธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่จะนิยมขายของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาหารเสริม เครื่องสำอาง แต่ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คืออาหารเสริมและเครื่องสำอาง แต่พอจะเริ่มเป็นธุรกิจขายตรงที่แอบแฝงเริ่มมีสินค้าหลายตัวที่แปลก ๆ เช่น สินค้าทางการเกษตร น้ำมัน ยางพารา เหล็ก ทองคำ หรือแม้กระทั่งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่ตัวที่เริ่มเข้ามาและเป็นปัญหามาตลอด เรียกว่า ไทม์แชริ่ง เป็นธุรกิจจัดสรรวันหยุด เป็นลักษณะเกี่ยวกับการออกไปพักผ่อนตามต่างประเทศหรือต่างจังหวัด โดยการแนะนำให้คนมาใช้บริการ ซึ่งใช้คนที่เคยไปได้จริงเข้ามาแนะนำต่อ ฉะนั้นถ้าเราเห็นว่าเป็นธุรกิจแปลก ๆ ต้องตั้งข้อสันนิษฐานว่าจะใช่ธุรกิจขายตรงหรือเปล่า

อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่เราควรพิจารณาว่าเป็นลักษณะของธุรกิจหลอกลวงหรือแชร์ลูกโซ่อยู่ 5 ข้อ ได้แก่

1.ตัวผลิตภัณฑ์ ถ้ามีราคาสูงให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นธุรกิจขายตรงจริงหรือเปล่า เพราะปกติการขายตรงค่าสมัครสมาชิกจะราคาไม่แพง ส่วนตัวสินค้าราคาจะสูงกว่าสินค้าทั่วไปไม่มาก แต่ถ้าสูงเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ต้องเริ่มวิเคราะห์แล้ว

2.รูปแบบของผลตอบแทน ถ้าเป็นแชร์ลูกโซ่หรือลักษณะขายตรงแบบแอบแฝงจะได้มาอย่างง่ายดาย ไม่ต้องไปออกแรงมาก แต่ไม่เน้นขายสินค้า แค่แนะนำคนมาสมัครสมาชิก และตัวเราเองก็ไม่ต้องรู้เรื่องในการขายมากนัก เพราะมีวิทยากรหรือเพื่อนในกลุ่มหรือหัวหน้าทีมมาคอยแนะนำให้

3.เน้นนโยบายเรื่องของการสร้างเครือข่ายเพียงอย่างเดียว บางบริษัทมีถึง 3-4 เครือข่าย ซึ่งเครือข่ายที่ 1 ซื้อสินค้าบริโภค เครือข่ายที่ 2 หาสมาชิก เครือข่ายที่ 3 ได้รับผลตอบแทนจากเครือข่ายที่ไปหา และยังสามารถมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยดูจากรุ่นพี่ให้เห็นว่าการสร้างเครือข่ายแล้วประสบความสำเร็จ คือ มีบ้าน มีรถยนต์ แสดงให้เห็นว่าจะเน้นในเรื่องความสำเร็จในชีวิตเป็นหลัก โดยการใช้จิตวิทยาจูงใจในการที่จะให้คนเกิดพลังในการที่จะทำ แต่จำนวนคนที่จะประสบความสำเร็จจริง ๆ มีสัดส่วนที่น้อยมาก

4.อายุของการก่อตั้งบริษัท หากย้อนไปประมาณเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเรามีกรณีที่โด่งดังมาก กรณีของบริษัทบลิสเซอร์ บริษัทนี้ใช้ลักษณะของการก่อตั้งไม่ถึง 3-4 เดือน มีสมาชิกที่อยู่ในระบบจำนวนมากและประสบความสำเร็จทั้งนั้น เพราะคนที่เข้าสู่ธุรกิจเป็นอันดับแรก ๆ ก็เหมือนกับได้ค่าหัวคิวหรือรายได้ในตอนแรก ฉะนั้นคนที่เข้ามาทีหลังบริษัทไม่สามารถจะหมุนเงินหรือปันเงินต่อให้ได้ จึงควรสังเกตว่าหากมีการตั้งบริษัทไม่กี่ปีแล้วขยายตัวอย่างรวดเร็วแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว เปรียบเทียบกับบางบริษัท ยกตัวอย่าง เช่น แอมเวย์ มิสทิน ที่อยู่ในระบบมานานแล้วเรื่องการหลอกลวงค่อนข้างน้อย เพราะการก่อตั้งบริษัทที่ยาวนาน และ

5.แผนการตลาดจะมีความซับซ้อนมากด้วยความที่เป็นระบบเครือข่ายหรือเรียกว่า ระบบการขายตรงหลายระดับ (MLM) ซึ่งถ้าเป็นระบบเครือข่ายที่ดั้งเดิม เช่น เราขายของให้ลูกค้าและนำยอดไปส่งให้บริษัทก็จะได้รายได้กลับมา แต่ถ้าเป็นระบบเครือข่ายเราขายของให้ลูกค้าและลูกค้าคนนั้นขายให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ต่อ ยอดขายเราก็จะได้จากตัวในไลน์ของเรา แต่ตัวระบบลูกโซ่สินค้าจะไม่เน้นให้ไปขายต่อ คนที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกต้องซื้อเป็นแพ็กเกจ เช่น คู่มือ ผลิตภัณฑ์ และต้องหาเครือข่ายเพิ่มด้วย

ทั้ง 5 ประเด็นนี้พยายามชี้ให้เห็นว่าเข้าข่ายเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และช่องว่างของกฎหมายเองบางครั้งทำให้ไม่ผิดกฎหมาย คือ พ.ร.บ.ของกฎหมายขายตรง 2545 แต่ปัจจุบันเป็นปี 2555 แล้ว แสดงว่ากฎหมายนี้เริ่มล้าสมัย ทำให้การเอาผิดหรือช่องว่างที่จะมีรูโหว่มากขึ้นทำให้ธุรกิจประเภทนี้อาศัยช่องว่างในการแทรกตัวเข้ามา และคนที่จะทำลักษณะแบบนี้ได้ก็จะอาศัยช่องว่างและศึกษากฎหมายมาอย่างดีไม่ว่าจะเป็นในแง่ของกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา หรือการจ่ายค่าเสียหาย บางบริษัทตั้งได้ 1-2 ปีก็ปิดตัว เปลี่ยนชื่อบริษัทและชื่อคนก่อตั้งรวมทั้งย้ายสถานที่ คนที่มาสมัครสมาชิกท้าย ๆ ก็จะเสียหาย ดังนั้นมันไม่ได้เสียในแง่ของระบบเศรษฐกิจ แต่จะทำลายธุรกิจขายตรงด้วยกันเอง และทำลายในแง่ของตัวผู้บริโภค

สำหรับระบบแชร์ลูกโซ่มีมา 50-60 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยแม่ชะม้อย แต่ไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่อยู่ในระบบยังหลอกลวงผู้บริโภคให้ตกเป็นเหยื่ออยู่ด้วยเหตุผลสั้น ๆ 2 เหตุผล คือ ความโลภ ถ้าตราบใดที่ผู้บริโภคหวังผลระยะสั้นและลืมคิดไปว่านี่คือชีวิตจริงไม่ใช่ละคร เหมือนพระเอกที่เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน อยากให้คิดว่าของฟรีไม่มีในโลกจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย และ การตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ปรึกษาผู้อื่น ฉะนั้นเราจึงควรปรึกษาอาจารย์หรือผู้ปกครองและคนรอบข้างหรือหาข้อมูลเอง เพราะยุคนี้เป็นยุคของสังคมออนไลน์มีเว็บหรือกระทู้ของผู้ที่วิจารณ์ให้ความรู้ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลทางวิชาการแต่เป็นความรู้สึกและประสบการณ์ถือเป็นข้อมูลที่จะช่วยประกอบการตัดสินใจได้ว่าจะทำธุรกิจนี้หรือไม่ทำ

ส่วนตัวธุรกิจขายตรงเองก็ให้สมัครสมาชิกซื้อสินค้า ฝึกอบรมเช่นกัน ซึ่งการอบรมก็ต้องเสียเงิน ฉะนั้นธุรกิจขายตรงจริง ๆ ก็ต้องลงทุนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อคู่มือ ซื้อสินค้า ค่าอบรม การเดินออกไปหาเครือข่ายและที่น่าสนใจคือ ถ้าเป็นงานบริษัทจะมีประกันสังคม แต่งานขายตรงไม่มี ถ้าใครจะเข้าสู่ระบบขายตรงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าเราพร้อมที่จะสูญเสียสิทธิตรงนี้หรือไม่ แต่ถ้าเราตั้งใจจะทำจริง ๆ ก็สามารถรวยได้ และถ้าต้องการสร้างเป็นอาชีพที่ยาวนานเราต้องรู้จักธุรกิจอันนี้ให้ดีเสียก่อนที่จะไปบอกคนอื่นต่อ แต่ส่วนใหญ่ใจร้อนยังเรียนหรืออบรมไม่กี่ครั้งก็ออกไปหาสมาชิกเข้าเครือข่ายแล้วทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ทราบว่าระบบเป็นอย่างไร ให้ผลตอบแทนที่เป็นเครือข่ายอย่างไร และบางครั้งตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จแต่ไปชวนลูกทีมมานั่งขายฝันแล้ว ทำให้มีการขายฝันต่อ ๆ กันไปโดยขาดหลักความจริง

นอกจากนี้เรายังต้องอยู่ในระบบความเป็นผู้นำ เพราะหากเรารู้จริงและสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้ลูกทีม เช่น ลูกน้องทีมยังขายไม่เก่ง เราก็ไปช่วยสอนและช่วยขาย ถ้าลูกทีมขายได้เราก็ได้ค่าตอบแทนอีกต่อหนึ่งถือว่าแฟร์ ที่สำคัญต้องขยันอดทน โดยเฉพาะอดทนต่อความผิดหวัง เพราะการไปขายของครั้งแรกส่วนมากจะขายไม่ได้ แต่การขายตรงต้องสร้างสิ่งที่ดีให้ลูกค้าในแง่ของการใช้สินค้า ส่วนรายได้มาเป็นอันดับ 2 และความสำเร็จของชีวิตมาเป็นอันดับ 3 แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่อย่างนั้น กลับกลายเป็นว่าถ้าลูกทีมขายไม่ได้ให้พาลูกค้ามาแล้วเราขายเอง โดยที่ไม่ได้อธิบายหรือถ่ายทอดความรู้ให้ลูกทีม เมื่อนานไปลูกทีมก็จะเบื่อและเลิกราไปทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จ หรือถ้ารักการจะมีอาชีพเสริมเพื่อหารายได้จุนเจือตัวเองและครอบครัวก็ขายของและได้ยอดจากการขายก็เพียงพอแล้ว

ดังนั้นหากเรายังมีความโลภหวังผลระยะสั้นอยู่และลืมคิดไปว่านี่คือชีวิตจริงไม่ใช่ละครที่เหมือนพระเอกกลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืนก็จะยังคงถูกผู้อื่นหลอกใช้อยู่ จึงอยากให้คิดเสียว่าของฟรีไม่มีในโลกจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย…!!.

“ธุรกิจขายตรงเองก็ให้สมัครสมาชิกซื้อสินค้า ฝึกอบรมเช่นกัน ซึ่งการอบรมก็ต้องเสียเงิน ต้องลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อคู่มือ ซื้อสินค้า ค่าอบรม การเดินออกไปหาเครือข่าย และที่น่าสนใจคือ ถ้าเป็นงานบริษัทจะมีประกันสังคม แต่งานขายตรงไม่มี ถ้าใครจะเข้าสู่ระบบขายตรงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าเราพร้อมที่จะสูญเสียสิทธิตรงนี้หรือไม่”

การขายตรงหลายระดับชั้น

1.ค่าธรรมเนียมในการเริ่มต้นธุรกิจใช้เงินลงทุนต่ำเป็นค่าสมัครและชุดคู่มือดำเนินธุรกิจเท่านั้น

2.จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดที่มีคุณภาพสูง ยอดขายจะมาจากยอดการจำหน่ายสินค้าได้ซ้ำอีกเรื่อย ๆ เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทจะใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อทำการวิจัยค้นคว้าและพัฒนาคุณภาพ
3.รับประกันคุณภาพและความพึงพอใจตัวสินค้า โดยการคืนหรือเปลี่ยนสินค้า

4.ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ทุกสาขาทั่วประเทศ

5.การจ่ายผลตอบแทน รายได้และตำแหน่งจะขึ้นอยู่กับการทำงานของการขาย

6.การก่อตั้งธุรกิจขึ้นอยู่กับการขายสินค้าคุณภาพ

7.มีนักขายอิสระที่อาศัยการขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้

8.มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจและไม่ต้องกักตุนสินค้า

9.ผู้ขายจะเน้นในเรื่องการขายสินค้าและการให้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

10.ธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการขายสินค้าอีกรูปแบบหนึ่ง

 

การขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่

1.ค่าธรรมเนียมในการสมัครใช้เงินลงทุนสูง ผู้สมัครจะถูกหลอกให้จ่ายค่าฝึกอบรมและค่าสินค้าเกินความต้องการ ผลกำไรส่วนมากมาจากค่าสมาชิก

2.ไม่สนใจที่จะจำหน่ายสินค้าคุณภาพ ส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าคุณภาพต่ำและได้ผลตอบแทนสูงเป็นรายได้จากการสมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งต้องถูกบังคับซื้อสินค้าที่มีราคาสูงเป็นจำนวนมาก

3.ไม่มีนโยบายที่จะซื้อสินค้ากลับคืน เพราะอาจจะทำให้ระบบพีระมิดล้มลงได้

4.มีนโยบายร่ำรวยในระยะอันสั้น ผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่ฐานของพีระมิดจะเป็นผู้จ่ายเงินให้แก่คนเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในระดับจุดยอดของพีระมิด ซึ่งธุรกิจนี้ไม่สามารถอยู่ยืดยาว

5.ตำแหน่งระบบนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำยอดขาย

6.ระบบนี้ไม่เน้นขายสินค้าให้ผู้บริโภค แต่ผลกำไรได้มาจากสมาชิกที่มาสมัครใหม่ ซึ่งต้องซื้อสินค้ากักตุนไม่ใช่เพราะสินค้ามีคุณภาพ แต่ถูกบังคับซื้อตามระบบสมาชิก

7.ผู้ขายในระบบนี้มักจะไม่เข้าถึงการสร้างรายได้ที่แท้จริงแต่หวังเพียงผลกำไรระยะสั้น

8.ผู้เข้าร่วมจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัครสูงหรือจ่ายค่าสินค้าโดยถูกบังคับให้ซื้อในตอนสมัคร

9.จะเน้นรับการสมัครสมาชิกใหม่เป็นหลักและบังคับให้ซื้อสินค้าและไม่สนใจการขายสินค้าจริงหรือการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้า

10.เป็นระบบที่ผิดกฎหมายในหลาย ๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และหลายประเทศในเอเชีย

ทีมวาไรตี้

ที่มา: เดลินิวส์ 22 พฤศจิกายน 2555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s