ลดพุงช่วยให้อายุยืน ห่างไกลโรคร้าย

dailynews130113_002ความอ้วนเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนกลัวไม่อยากอ้วน โดยเฉพาะรูปร่าง “อ้วนแบบลงพุง” ที่จะนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคต รวมทั้งโรคร้ายอื่น ๆ ที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ฉะนั้นหากใครไม่อยากอ้วนลงพุง อ่านเคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องค่ะ

แพทย์หญิงชนันภรณ์ วิพุธศิริ อายุรแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้ว่า คนที่อ้วนลงพุงเกิดจากการมีไขมันไปสะสมในช่องท้องปริมาณมากกว่าคนปกติ และไขมันที่สะสมนี้จะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ มีผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเกิดเป็นภาวะอ้วนลงพุง เป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ปวดตามข้อ ไขมันเกาะตับ ซึ่งการที่คนเรามีไขมันสะสมในช่องท้องมากจะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ตับมีการสร้างน้ำตาลกลูโคสเพิ่มมากขึ้น เบต้าเซลล์ของตับอ่อนถูกทำลายและระดับน้ำตาลในเลือดสูงตามมา นำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานได้ในอนาคต และภาวะไขมันในเลือดที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดผลึกไขมันเพิ่มขึ้น นำไปสู่การเกิดหลอดเลือดอุดตันเร็วขึ้น จึงมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตตามมา

 สาเหตุของการเกิดโรคอ้วนเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ กรรมพันธุ์หรือยีนบางชนิดที่ผิดปกติหรือจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีกากอาหารต่ำ ฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม และพฤติกรรมการออกกำลังกายที่น้อยลงและไทรอยด์ทำงานต่ำ การรับประทานยาสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์เป็นประจำ โดยทั่วไปพบว่าผู้หญิงจะอ้วนง่ายกว่าผู้ชาย อายุที่อ้วนมากที่สุดอยู่ระหว่าง 45-49 ปี จะอ้วนเพิ่มเป็น 2 เท่าของคนที่มีอายุ 5-14 ปี ส่วนคนอีกกลุ่มคือผู้ที่นั่งทำงานในออฟฟิศเป็นเวลานาน ๆ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย มักอ้วนลงพุงง่าย มีไขมันสะสมมากกว่าคนปกติ

ดังนั้นการลดน้ำหนักเริ่มแรกควรเริ่มต้นตั้งแต่การปรับเปลี่ยนวิธีคิด
1. มีความตั้งใจและมุ่งมั่นจริง ๆ ที่จะลดน้ำหนักและรอบเอว
2. สร้างความคิดที่ดี อาจเริ่มจากการหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง เช่น ถ้าเราสามารถลดน้ำหนักได้รอบเอวก็จะลดไปด้วย
3. ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นไปได้ของน้ำหนักที่จะลด ไม่ควรลดมากเกินจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะการลดน้ำหนักที่ดีควรลด 5-7 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวเมื่อเริ่มลด เช่น น้ำหนัก 70 กิโลกรัมควรลดประมาณ 3-5 กิโลกรัม
4. ควบคุมปริมาณแคลอรี ที่ได้จากอาหารโดยทั่วไปผู้หญิงวันละ 1,200 กิโลแคลอรีและผู้ชายวันละ 1,500 กิโลแคลอรี
5. พยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในการปรุงอาหาร
6. ออกกำลังกายเป็นประจำ ประมาณ 30-60 นาทีต่อวัน เช่น การเต้นแอโรบิก 5 ครั้งต่อสัปดาห์ การว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน 2 ครั้งต่อสัปดาห์

เมื่อทราบแบบนี้แล้วอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เพราะถ้าออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวโดยไม่ควบคุมอาหารก็จะไม่ทำให้น้ำหนักลดลงได้ ที่สำคัญเราควรคิดทุกครั้งก่อนที่จะรับประทานอาหารอะไรเข้าไป และท่องไว้เสมอว่า ’ยิ่งพุงใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น“ หากปฏิบัติได้ตามคำแนะนำเราก็จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีอายุยืนค่ะ…

…………………………….

สรรหามาบอก

-ชมรมโรคลมชักเพื่อประชาชน ขอเชิญผู้สนใจร่วมการประชุมสำหรับประชาชน หัวข้อเรื่อง ’การรักษาโรคลมชักอย่างครบวงจร“ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใน วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เวลา 12.30-15.45 น. ณ ห้องประชุมประสพรัตนากร ตึกอำนวยการ ชั้น 3 สถาบันประสาทวิทยา สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2201-1482 , 0-2716-5114

-มูลนิธิสร้างรอยยิ้มสากล ขอเชิญชวนผู้ที่มีภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ และความพิการบนใบหน้าอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ารับบริการตรวจรักษาและผ่าตัดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดรับผ่าตัดคนไข้ไม่จำกัดระยะเวลาจนครบตามจำนวน 35 ราย ณ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สนใจโทร.0-2656-1992 ส่วนผู้ใจบุญสามารถบริจาคเพื่อมอบรอยยิ้มใหม่ให้แก่เด็กยากไร้ผ่านทาง ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เลขที่บัญชี 1-274-354-222 หรือสอบถามโทร.0-2656-1992

-โรงพยาบาลศิครินทร์ ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมฟังบรรยายเชิงวิชาการ เรื่อง ’ครรภ์คุณภาพ“ โดย รศ.ลาวัณย์ ผลสมภพ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ใน วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศิครินทร์ 1 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายพร้อมรับของที่ระลึก สอบถามโทร.1728 ต่อแผนกลูกค้าสัมพันธ์

-เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ผนึกกำลัง 5 โรงพยาบาลชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล มอบบริการด้านสุขภาพกับ ’ศูนย์บริการฉุกเฉิน เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ Bangkok Emergency Services (BES)“ เป็นเหมือนโรงพยาบาลเคลื่อนที่เพื่อส่งมอบบริการรักษาพยาบาลให้ถึงผู้ป่วยโดยรวดเร็วและครบครันทั้งเครื่องมือที่ทันสมัยและทีมแพทย์ พยาบาล เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว โดยให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ในราคา 1,000 บาท/ครั้ง รวมค่าแพทย์ ค่าบริการพยาบาล ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าเครื่องมือพิเศษอื่น ๆ ในระหว่างการเคลื่อนย้าย ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2556 สนใจสอบถามหรือโทรฯเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน BES ได้ที่โทร. 0-2716-9999

ทีมวาไรตี้

ที่มา : เดลินิวส์  13 มกราคม 2556

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s