แนวทางการดูแลสุขภาพและส่งเสริมประสิทธิภาพสมอง

dailynews130526_001“สมอง” เป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญมากของคนเรา โดยเฉพาะคนในวัยทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างมากในการทำงานทุก ๆ วันยิ่งในสังคมมีการแข่งขันสูงและเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากอย่างปัจจุบัน ยิ่งต้องคิดวิเคราะห์ให้เร็ว ตัดสินใจให้แม่นยำฉับไว แต่ด้วยการดำเนินชีวิตในประจำวันที่เปลี่ยนไป ต้องเผชิญกับความเครียดและมลพิษต่าง ๆ รวมถึงการพักผ่อนน้อยและได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสมเพียงพอ อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง

นอกจากนี้ ยังพบว่าในปัจจุบันมีโรคทางสมองต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง และการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน เป็นต้น  มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ สมองไม่ได้รับการฝึกฝนและดูแลอย่างต่อเนื่อง ภาวะความเสื่อมถอยของประสาทที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ หรือ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและดูแลสุขภาพสมองได้ โดยผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน  ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจในการปฏิบัติตัวจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ก้องเกียรติ กูรฑ์กันทรากร คณะแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แนะนำไว้ ดังนี้

1. หลีกหนีความจำเจ การทำอะไรซ้ำ ๆ บ่อย ๆ นอกจากทำให้เบื่อหน่ายแล้ว สมองจะทำงานน้อยลง ฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนสิ่งใหม่ ๆ บ้าง เช่น เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน อ่านหนังสือประเภทที่ไม่เคยอ่านมาก่อน เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ฯลฯ แม้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สามารถช่วยให้เซลล์ประสาทเกิดการตื่นตัวและยังช่วยพัฒนาหน่วยความจำในสมองให้เพิ่มขึ้นด้วย

2.เปลี่ยนความถนัด เริ่มจากกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงฟัน จากมือขวาเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายบ้าง จากนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น กินข้าว เขียนหนังสือ วาดรูป ฯลฯ จะช่วยให้เซลล์สมองได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และยังทำให้สมองส่วนต่าง ๆ เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอ

3.แสวงหาบรรยากาศและกลิ่นใหม่ ๆ กลิ่นและรสชาติของอาหารที่แปลกจากเดิม เช่น อาหารญี่ปุ่น เวียดนาม ฝรั่งเศส จะทำให้ประสาทรับรสทำงานได้ดีขึ้น หรือการใช้น้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นมิ้นท์ หรือกลิ่นมะนาว ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลายได้เช่นกัน

4.ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เช่น จัดบ้าน จัดสวน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ พบปะผู้คนใหม่ ๆ จะช่วยให้สมองสามารถทำงานอย่างสร้างสรรค์ จุดประกายความคิดใหม่ ๆ หรือการท่องเที่ยวสถานที่แปลกใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยชาร์จพลังให้สมอง ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและผ่อนคลาย แต่ข้อควรระวังของผู้สูงอายุคือ หากเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมบ่อย ๆ อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุสมองเสื่อม เพราะทำให้เกิดการสับสนได้ง่าย

5.คิดในสิ่งที่แตกต่างและใหม่อยู่เสมอ หมั่นเป็นคนช่างสงสัย ช่างสังเกต ช่างซักถาม เช่น พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานใหม่ หรือหาประเด็นใหม่ ๆ มาพูดคุย รวมถึงการจดจำลักษณะใบหน้า เสียงพูด หรืออุปนิสัยส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน เพื่อเติมข้อมูลใหม่ ๆ ให้กับสมอง

และที่สำคัญสมองของเรานั้นจำเป็นต้องได้รับสารอาหารมาส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งสารอาหารที่มีผลต่อสมองก็มีอยู่มากมายหลายชนิด ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล แนะนำว่า สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง เช่น กรดไขมันที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์ประสาทในการรับรู้ กรดอะมิโนจากโปรตีน ที่สร้างสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท คาร์โบไฮเดรต ที่จะเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างพลังงานให้แก่สมอง ตลอดจน สารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากผัก และผลไม้ที่ช่วยป้องกันเซลล์สมองจากการถูกทำลาย นอกจากนี้ยังพบว่าอาหารที่เรารับประทานไม่ว่าจะมาจากพืช หรือสัตว์ต่างก็มีองค์ประกอบที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายและส่งผลต่อสุขภาพของคนเราทั้งสิ้น เพราะอาหารไม่เพียงแต่จะให้คุณค่าทางโภชนาการคือ สารอาหารต่าง ๆ เท่านั้น แต่อาหารบางชนิดยังมีสารที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายคล้ายยาซึ่งเราเรียกว่า สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive compound) สำหรับการใช้อาหารในการส่งเสริมสุขภาพหรือเป็นยาที่มีมานานนับพันปีโดยเฉพาะโสม ซึ่งชาวจีนมีการใช้มายาวนานอย่างกว้างขวางจวบจนปัจจุบัน มีการศึกษาทางเภสัชวิทยาของสารจินเซนโนไซด์ ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีอยู่ในโสมอเมริกา มีงานวิจัยพบว่ามีผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะต่อสมองและประสาทส่วนกลาง ช่วยเสริมการทำงานของสารสื่อประสาทให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเซลล์ต่อเซลล์ของระบบประสาทในสมองให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้กระบวนการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่าจินเซนโนไซด์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารสื่อประสาท GABA ในสมองที่มีความเกี่ยวข้องต่อสมองให้คลายความวิตกกังวล เกิดสมาธิตลอดจนกระบวนการคิดและประมวลผลข้อมูล

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากการปฏิบัติตนดังที่กล่าวมา ควรปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมการบริโภคมารับประทานอาหารให้ครบมื้อหลากหลายครบทุกหมวดหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใส และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เมื่อสุขภาพกายดี ก็จะช่วยยืดอายุสมองของท่านให้แข็งแรง และยังอาจป้องกันการเสื่อมของสมองได้อีก

ข้อมูลจาก ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา  : เดลินิวส์  26 พฤษภาคม 2556

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s