‘เทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8’ ทางเลือกรักษามะเร็ง

dailynews140322_001แนวทางการรักษาโรคมะเร็งที่หลายคนคุ้นเคย คือ การผ่าตัด ฉายรังสี การใช้ยาเคมีบำบัด ขณะเดียวกันยังมีทางเลือกอื่นอีก เช่น การรักษามะเร็งด้วยความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ คลื่นไมโครเวฟ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงหรือคลื่นวิทยุ (อาร์เอฟ) โดยล่าสุด รพ.จุฬาภรณ์ ได้แถลงข่าวการนำเข้า “เครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8” เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรไปฟังคำตอบกัน

ศ.นพ.พิทยภูมิ ภัทรนุธาพร ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ ระบุว่า หลักการทำงานของเครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ8 คือ การใช้ความร้อนเพื่อที่จะทำลายเซลล์มะเร็งควบคู่กับการฉายรังสีและการใช้ยาเคมีบำบัด ในปัจจุบันประเทศที่ใช้กันมากคือ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศในยุโรป และอเมริกา สำหรับประเทศไทย จะนำมาเข้ามาติดตั้งที่ รพ.จุฬาภรณ์ เป็นเครื่องแรกของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพร้อมเปิดให้บริการในปลายเดือน เม.ย. 2557

เครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8 เป็นเครื่องรักษามะเร็งด้วยความร้อนไปยังก้อนมะเร็ง เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยใช้อุณหภูมิประมาณ 42-43 องศาเซลเซียส สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ทั้งก้อนมะเร็งที่อยู่ไม่ลึกจากผิวหนัง และก้อนมะเร็งที่อยู่ลึกลงไปในร่างกายถึง 15 เซนติเมตร ด้วยคลื่นอาร์เอฟ โดยใช้ความถี่คลื่นที่ 8 เมกะเฮิรตซ์ จึงทำให้การกระจายความร้อนมีผลต่อเนื้องอกมากกว่าเนื้อเยื่อปกติที่สำคัญสามารถทำการรักษาได้ในเกือบทุกตำแหน่งอวัยวะของร่างกาย

การรักษาด้วยเครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8 เป็นการรักษาไปที่เจาะจงเป้าหมาย ตรงตำแหน่งก้อนเนื้องอก หรือเซลล์มะเร็งทำให้มีขนาดก้อนที่เล็กลง หรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออื่น และสามารถผ่านกระดูกหรือใช้ในอวัยวะที่เป็นท่อกลวงหรืออวัยวะที่มีอากาศอยู่ภายใน เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ปอด เพราะฉะนั้นการรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอดด้วยเครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8 จึงมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการผ่าตัด

นอกจากนี้เครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8 ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาโรคมะเร็ง เมื่อนำมาใช้กับการฉายรังสี การให้เคมีบำบัด การผ่าตัด และการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด เนื่องจากคลื่นความร้อนจะช่วยเพิ่มความไวต่อการให้รังสี เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง และช่วยเสริมการทำงานของยาเคมีบำบัด และยาต้านมะเร็งในการดูดซึมยา ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อการรักษาแล้ว ยังช่วยลดผลข้างเคียงต่าง ๆ จากการให้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีอีกด้วย เพราะผู้ป่วยได้รับยารังสีและปริมาณการให้ที่ลดน้อยลง ตลอดจนช่วยลดการซ่อมแซมของเซลล์มะเร็งหลังจากการรักษาด้วยรังสี หรือ ยาเคมีบำบัด

นอกจากนี้การให้ความร้อนยังเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ เพราะเป็นการรักษาที่ช่วยลดอาการเจ็บปวด ทานอาหารและนอนหลับได้มากขึ้น ไม่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรง ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลังจากได้รับการรักษา ทั้งนี้การรักษาจะควบคู่กับวิธีใด จะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทรมาน มีคุณภาพชีวิตที่ดีกับผลการรักษาที่ดีที่สุด

สำหรับเครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟ 8 ราคาประมาณ 50 ล้านบาท ในประเทศญี่ปุ่นมีการใช้อย่างแพร่หลายประมาณกว่า 100 เครื่อง ข้อดีคือ สามารถเข้าถึงก้อนมะเร็งที่อยู่ลึกลงไปในร่างกายได้ถึง 15 เซนติเมตร ใช้ในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ทุกชนิด โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผู้ป่วยอาจร้อน เหมือนมีไข้ เหงื่อออก สำหรับผู้ป่วยที่ควรระมัดระวัง คือ คนที่เคยผ่าตัดแล้วเกิดพังผืด มีแผลไฟไหม้ แผลเป็น เพราะจะทำให้เกิดความร้อนมาก รวมถึงคนใส่ลิ้นหัวใจเทียม คนที่มีอุปกรณ์โลหะในร่างกาย โดยระยะเวลาในการรักษาแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา: เดลินิวส์ 22 มีนาคม 2557

——————————————————————-

Related Article :

.

manager140320_001a

ผู้ป่วยเฮ! รพ.จุฬาภรณ์ใช้ “Hyperthermia” ทำลายมะเร็งได้ทุกตำแหน่ง ทุกระยะ

ผู้ป่วยมะเร็งเฮ! รพ.จุฬาภรณ์ นำเข้าเครื่อง Thermotron-RF8 ราคากว่า 50 ล้านบาท ใช้ความร้อน 43 องศา ทำลายเซลล์มะเร็งได้ทุกตำแหน่ง ทุกระยะโรค ร่วมกับการรักษาแนวทางอื่น ระบุให้ผลดียิ่งขึ้น ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงบริการ เตรียมให้การรักษาสิ้น เม.ย.

วันนี้ (20 มี.ค.) ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศ.นพ.พิทยภูมิ ภัทรนุธาพร ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเครื่องเทอโมตรอน-อาร์เอฟแปด (Thermotron-RF8) ซึ่งเป็นเครื่องมือรักษามะเร็งทางเลือกใหม่ ว่า เครื่องดังกล่าวเป็นการรักษามะเร็งด้วยความร้อน เรียกว่า “ไฮเปอร์เธอร์เมีย” (Hyperthermia) นับเป็นอีกทางเลือกในการใช้ร่วมกับการรักษาในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งการผ่าตัด การฉายรังสี และการใช้ยาเคมีบำบัด โดยเครื่อง Thermotron-RF8 นั้นนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งมีการใช้มานานกว่า 20 ปี ราคาประมาณ 50 ล้านบาท มีศักยภาพใช้งานได้เป็น 10 ปี ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้นำมาติดตั้งเป็นครั้งแรกของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้การรักษา รวมทั้งวิจัยศึกษา เป็นการพัฒนาการรักษาเพื่อก้าวสู่ศูนย์รักษามะเร็งครบวงจร (Comprehensive Cancer Center) และทำให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงการรักษามากขึ้น ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธาน รพ.จุฬาภรณ์ ว่าให้ทำทุกอย่างเพื่อช่วยผู้ป่วยคนไทยได้รับโอกาสการรักษาทัดเทียมต่างประเทศ

ศ.นพ.พิทยภูมิ กล่าวว่า หลักการทำงานของเครื่องคือ การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อนที่อุณหภูมิ 43 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำลายเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากเซลล์มะเร็งเป็นเนื้อร้าย ไม่มีความยืดหยุ่นทำให้เก็บกักความร้อนจนทำลายตัวเอง ขณะที่เนื้อเยื่อปกติมีความยืดหยุ่นจะถ่ายเทความร้อนออกสู่ร่างกายเอง โดยไม่ส่งผลใดๆ ทั้งนี้ สามารถทำลายได้ทั้งเซลล์มะเร็งที่อยู่ไม่ลึกจากผิวหนัง และลึกลงไปภายในร่างกาย ใช้ทำการรักษาได้ในเกือบทุกตำแหน่งอวัยวะ แต่เป็นแบบเจาะจงได้ตรงตำแหน่งก้อนเนื้องอก ทำให้มีขนาดก้อนที่เล็กลงหรือหยุดการเจริญเติบโต และรักษาได้ทุกระยะ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด

manager140320_001b

“การทำงานจะได้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาแนวอื่น ทั้งการฉายรังสี และการให้เคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งข้อดีคือช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทรมาน ลดผลข้างเคียงจากการรักษาแนวอื่น เช่น ลดการฉายรังสีเหลือ 50-60% แต่ผลการรักษาเท่ากัน อาการข้างเคียงไม่มี ซึ่งเดิมทีหากฉายรังสี 100% ผู้ป่วยอาจรับไม่ไหว หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องตับอ่อนจะรักษายากมาก เพราะผ่าตัดหรือฉายรังสีไม่ได้ ต้องใช้เคมีบำบัด ซึ่งอาจได้ผล 30-40% แต่หากใช้วิธีนี้ร่วมด้วย จะทำให้ผลการรักษาเพิ่มขึ้นอีก” ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ กล่าว

ศ.นพ.พิทยภูมิ กล่าวว่า ข้อควรระวังคือผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดและบริเวณผิวหนังมีพังผืด เนื่องจากความร้อนจะกระทบต่อผิวหนังมีอาการแดงได้ แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือกลุ่มที่มีการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจหรือผ่าตัดใส่โลหะ อาจมีผลต่อการใช้เครื่องนี้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะเปิดรักษาผู้ป่วยด้วยเครื่องดังกล่าวใน เม.ย.2557 สำหรับสิทธิการเบิกจ่ายได้นั้น ขณะนี้ได้เพียงสิทธิสวัสดิการข้าราชการ แต่ไม่ทั้งหมด ส่วนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และประกันสังคม ยินดีรับผู้ป่วยเข้ารักษา แต่ต้องให้ต้นสังกัดส่งต่อ

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มีนาคม 2557

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s