ทันตสุขภาพในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด

dailynews140420_001ในผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ควรจะต้องส่งมาพบทันตแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาทางทันตกรรมที่เหมาะสมในแต่ละรายก่อนที่จะได้รับการรักษา เพราะการที่ผู้ป่วยได้รับเคมีบำบัดจะมีผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งหากภายหลังเกิดปัญหาในช่องปากแล้วต้องมาทำการรักษาในระยะเวลาที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดผลแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้

การให้การรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด

 1.ระยะก่อนเริ่มรับเคมีบำบัด

 2.ระหว่างให้เคมีบำบัด

 3.หลังให้เคมีบำบัด

1.ระยะก่อนเริ่มรับเคมีบำบัด

ในระยะนี้ทันตแพทย์จะเน้นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ย้ำความสำคัญและวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากประจำวันของตนเอง และจะทำการตรวจประเมินสภาวะช่องปากของผู้ป่วยและให้การรักษาตามความเหมาะสม

ผู้ป่วยควรหมั่นมาพบทันตแพทย์ เนื่องจากผลแทรกซ้อนจากการรับเคมีบำบัดนั้น มีผลต่อระบบเลือด ทั้งเม็ดเลือดและเกล็ดเลือดอาจทำให้ผู้ป่วยมีสภาวะซีด ติดเชื้อง่าย และเลือดออกง่าย นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (Mucositis) ส่งผลให้เกิดแผลในช่องปาก เกิดการติดเชื้อและมีเลือดออก ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด ตามมาด้วยการทานอาหารไม่ได้ แปรงฟันไม่ได้ ทำให้ติดเชื้อง่ายและมีโอกาสติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น

อาการเยื่อบุช่องปากอักเสบนั้นไม่สามารถป้องกันได้ แต่ลดความรุนแรงลงได้ ด้วยการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีทั้งก่อนและระหว่างการให้เคมีบำบัด สำหรับวิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุดในการกำจัดเยื่อบุช่องปากที่หลุดลอก ก็คือการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเจือจาง (น้ำ 1 ถ้วย กับ เกลือ 1 ช้อนชา)

การดูแลตนเองในระยะก่อนเริ่มรับเคมีบำบัด

1. การแปรงฟัน ผู้ป่วยควรเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม สำหรับบางรายที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ แนะนำให้ใช้ผ้าก๊อซเช็ดฟัน โดยเช็ดทีละซี่จากทางคอฟันมายังปลายฟัน
2.ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
3.เลือกทานอาหารธรรมดา หลีกเลี่ยงรสเผ็ด รสจัด แข็งหรือกรอบ และอาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป

2. ระหว่างให้เคมีบำบัด

ในระยะนี้การตรวจในช่องปากทันตแพทย์จะกระทำอย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยได้รับรังสีมาแล้ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก และกระตุ้นให้ผู้ป่วยทำความสะอาดช่องปากและจัดการกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

การดูแลตนเองในระหว่างให้เคมีบำบัด

1.พบทันตแพทย์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินสภาวะช่องปาก
2.ทำความสะอาดฟัน และอวัยวะช่องปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
3.อมน้ำยาบ้วนปากที่ทันตแพทย์แนะนำ
4.หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเยื่อเมือกในช่องปาก เช่น เหล้า, บุหรี่, อาหารที่แข็งและมีรสจัด
5.ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างต่อเนื่อง
6..ผู้ป่วยควรจิบน้ำบ่อย ๆ หรืออมน้ำแข็งเมื่อรู้สึกปากแห้ง
7.งดใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ในระหว่างที่ได้รับเคมีบำบัด
8.รับประทานอาหารธรรมดา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดหรือรสหวานมาก

3. หลังให้เคมีบำบัด

ผู้ป่วยในระยะนี้ สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของการติดเชื้อของเยื่อเมือกช่องปาก หมั่นพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและอวัยวะในช่องปากเดือนละ 1 ครั้ง และทำการรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับฟันโดยเร็ว การทิ้งไว้จนมีอาการมากขึ้นจะทำให้การรักษาต้องใช้เวลานาน ซึ่งจะมีผลต่อการระคายเคืองเยื่อเมือกในช่องปาก

ข้อมูลจาก ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1 / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์ 19 เมษายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s