แนวทางดูแลสุขภาพ…ให้ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด

dailynew140525_02ทุก ๆ วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการรณรงค์ให้ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งปอด อีกทั้งการสูบบุหรี่ยังไม่ใช่เพียงแค่ก่อโรคร้ายให้ตัวเองเพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อบุคคลรอบข้างและคนที่เรารักด้วย

มะเร็งปอด เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งตับ และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่ผู้ป่วยเพศหญิงก็พบสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดส่วนใหญ่ มักจะมีประวัติการสูบบุหรี่ โดยทั่วไปพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่จัด 1 ซองขึ้นไปต่อวัน หรือผู้ที่สูดเอาควันบุหรี่เข้าไปจะมีอายุสั้นกว่าคนปกติทั่วไป 7-10 ปี และผู้ที่สูบบุหรี่ติดต่อกันยาวนานตั้งแต่ 10-20 ปี จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด รวมถึงการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีอันตรายต่อสุขภาพและก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ทราบว่าในบุหรี่ไฟฟ้า มีปริมาณนิโคตินน้อยกว่าบุหรี่จริง ทำให้ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความถี่ในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงขึ้น จึงไม่แตกต่างจากการสูบบุหรี่จริง

สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปอด นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปอดได้เช่นกันและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่น บุหรี่มือสอง (ได้รับควันบุหรี่จากคนรอบตัว) มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ผู้คนหนาแน่น หรือ เขตอุตสาหกรรม รวมทั้งสารบางชนิด เช่น แร่ใยหิน สารหนู โครเมียม นิกเกิ้ล นํ้ามันดิน สารไฮโดร คาร์บอน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี ควันไฟจากการเผาขยะการเผาป่าหรือกิจการทางการเกษตร ควันจากธูป ควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร และยาลูกกลอน หรือในสมุนไพรจีนบางชนิดที่มีสารหนูปนเปื้อนควรหลีกเลี่ยง

อันตรายของมะเร็งปอด ก็เหมือนมะเร็งชนิดอื่น คือระยะแรก ๆ มักจะไม่มีอาการ จนกว่าโรคจะลุกลามไปมากแล้ว การตรวจพบในระยะเริ่มแรกเป็นไปได้ยาก การตรวจเอกซเรย์ปอด และการตรวจร่างกายประจำปีทั่วไปก็ไม่อาจตรวจพบมะเร็งปอด จะสามารถตรวจพบด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ส่วนใหญ่จึงมีอาการที่โรคลุกลามแล้ว สัญญาณอันตรายของโรคมะเร็งปอดคือ ไอเป็นเวลานาน อาการไม่ทุเลาเหมือนการไอปกติ แต่กลับเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ หายใจเหนื่อยหอบ หายใจสั้น เสียงแหบ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไอ หรือ มีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก หัวไหล่ หลัง และแขนเป็นประจำ (อาจเป็นเพราะก้อนเนื้อเบียดกดอยู่) เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด มีอาการบวมบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือ แขน รวมถึงเป็นโรคปอดบวม หรือหลอดลมอักเสบบ่อย ซึ่งหากผู้ป่วยรอสังเกตอาการผิดปกติดังที่กล่าวมา หรือมาพบแพทย์   เมื่อแสดงอาการแล้ว มักจะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลุกลามมาก หรืออยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว

ดังนั้น ผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่สูดควันบุหรี่เป็นประจำ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดสม่ำเสมอ ซึ่งในปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งปอดมีหนทางในการดูแลรักษา และส่งผลให้มีชีวิตที่ยืนยาวหรือดำรงชีวิตได้ดีขึ้น เมื่อได้รับการวินิจฉัยระยะแรกและมีการรักษาที่ถูกต้อง โดยมากผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะที่ 2 และ 3 เมื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีสามารถหายเป็นปกติได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษาภายในเวลา 3-6 เดือนผู้ป่วยจะเสียชีวิต ซึ่งความก้าวหน้าในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดสามารถทำได้โดย การเอกซเรย์ การเจาะเลือดตรวจหามะเร็งในเลือด ตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารบ่งชี้ อัลตราซาวด์ ถอดรหัสดีเอ็นเอ เพื่อแยกสายพันธุ์มะเร็งปอดในระดับโมเลกุล ส่วนการรักษาสามารถทำได้โดยการผ่าตัด การฉายแสง การใช้เคมีบำบัด และการใช้ยายับยั้งยีนเพื่อการรักษาตามเป้าหมาย

การจะรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งที่ส่วนใดก็ตาม หลักการง่าย ๆ คือ ต้องกำจัดมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่มะเร็งจะเติบโตและเกิดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่น ๆ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ ผู้ป่วยบางส่วนไม่กล้ามาพบแพทย์ เนื่องจากหวาดกลัวต่อวิธีรักษาและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นจากการให้ยาเคมีบำบัด หรือมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่ออาการอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งในปัจจุบันแนวทางการรักษาและยามะเร็งนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เข้าใจ เนื่องจากได้มีการพัฒนาคิดค้นสูตรยาใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง เกิดผลข้างเคียงกับผู้ป่วยน้อยลง และเอื้อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่ทั้งนี้ความรักความเข้าใจจากครอบครัว และกำลังใจอันเข้มแข็งของผู้ป่วยเอง จะเป็นพลังสำคัญให้ผู้ป่วยเอาชนะโรคร้ายได้สำเร็จในที่สุด

แต่ทางที่ดีเราควรดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง และป้องกัน…ให้ลมหายใจ ไร้มะเร็งปอด ซึ่งมีแนวทาง ดังนี้

1.    การป้องกันขั้นปฐมภูมิ ซึ่งเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด โดยการหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง มลพิษ และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ควรงดไม่ว่าจะเป็นบุหรี่จริง หรือบุหรี่ไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตาม การป้องกันขั้นปฐมภูมินี้ เป็นวิธีที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะแค่ก้าวออกจากบ้านเราก็ได้รับสารก่อมะเร็งจาก ฝุ่นควัน และมลพิษต่าง ๆ แล้ว

2.    การป้องกันขั้นทุติยภูมิ หรือเมื่อร่างกายได้รับสารก่อมะเร็งแล้ว ควรออกกำลังกายเพิ่มภูมิคุ้มกัน เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ได้ ก็ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ บริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เน้นผักและผลไม้ปลอดสารพิษ รวมไปถึงปลาทะเลต่าง ๆ

3.    การป้องกันขั้นตติยภูมิ ด้วยการตรวจสุขภาพอยู่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง

ฉะนั้น มะเร็งปอดจะลดลงได้เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ลดลง แต่ด้วยเทคโนโลยี และมลพิษที่สูงขึ้น บวกกับภาวะโลกร้อน ทำให้การกระจายตัวของมลพิษมีมากขึ้นด้วย การป้องกันโรคมะเร็งปอดสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งต่าง ๆ และตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี และหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดแล้ว การรักษาจะช่วยลดความทรมานของผู้ป่วย ให้มีชีวิตอยู่ได้นาน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

ข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นรินทร์ วรวุฒิ หน่วยมะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา: เดลินิวส์ 25 พฤษภาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s