มะเร็งเต้านมและรังไข่ที่ถ่ายทอดในสายเลือด

dailynew140601_1เมื่อไม่นานมานี้ หลายท่านคงได้ยินข่าวครึกโครมว่า ดาราสาวชื่อดังในฮอลลีวูด“แองเจลินา โจลี” ได้ทำการผ่าตัดเต้านมทิ้งทั้ง 2 ข้าง ในช่วงอายุไม่ถึง 40 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอได้ไปตรวจยีนมะเร็งเต้านม ชื่อBRCA1 และผลเป็นบวก ทำให้โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงชีวิตนี้สูงถึง 87% และเธอตั้งปณิธานว่า อีกไม่นานนี้ เธอจะผ่าตัดรังไข่ทิ้ง เนื่องจากยีนที่ผิดปกติดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ ชนิดที่มีความรุนแรงสูง ได้อีก 50% ในตลอดชีวิตนี้

หลายท่านได้ยินเรื่องราวนี้ ต่างตระหนกกันมากว่า คนที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมไปสู่ลูกหลานได้เป็นศูนย์จริงหรือ และจำเป็นต้องตรวจยีน และผ่าตัดเต้านมและรังไข่ทิ้งจริงหรือ เราจะมาไขข้อข้องใจกันครับ

มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ จัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในสตรี โรคมะเร็งทุกโรคจัดว่ามีความผิดปกติในระดับยีนในเซลล์ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ยีนผิดปกติเหล่านั้นสามารถถ่ายทอดทางสายเลือดจากแม่ไปสู่ลูก ในกรณีของมะเร็งเต้านมและรังไข่ ก็มีเพียง 5-8%

เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นมะเร็งดังกล่าว เราไม่สามารถทราบได้ว่า ใครจัดเป็นกลุ่มที่มีโอกาสถ่ายทอดยีนทางสายเลือดได้ เนื่องจากมะเร็งสตรีดังกล่าว มีสาเหตุจากสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลัก เช่น การได้รับฮอร์โมนเพศหญิงจากรูปของยาคุมกำเนิด ความอ้วน การดื่มแอลกอฮอล์และยังมีปัจจัยที่อาจไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่นการรับสารพิษ สารเคมี เป็นต้น นอกจากนั้นความเสื่อมตามวัยก็เป็นปัจจัยที่ไม่มีผู้ใดหลุดพ้นไปได้ ปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นเพียงปัจจัย

หนึ่ง ที่ส่งเสริมให้เกิดมะเร็งได้เร็วขึ้น ดังนั้น จึงมีคำแนะนำทางการแพทย์ว่า ครอบครัวใดก็ตามที่มีผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านม หรือรังไข่ ญาติสายตรง ได้แก่ บุตรสาว น้องสาว พี่สาว จำเป็นต้องรับทราบโอกาสที่ตนเองอาจจะได้รับการ

ถ่ายทอดทางพันธุกรรมของมะเร็งนั้น เพราะไม่มีใครทำนายได้ว่า เราจะตกอยู่ในกลุ่ม 5-8%นั้นหรือไม่ การคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านม จึงมีประโยชน์มาก ที่จะค้นหาโรคก่อนที่จะเกิด

อาการ และรับการรักษาได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องสูญเสียเวลา และคุณภาพชีวิต ในการไปผ่าตัดใหญ่ ฉายแสง หรือรับเคมีบำบัด ส่วนมะเร็งรังไข่ก็รับการคัดกรองด้วยการตรวจภายในประจำปีโดยสตินรีแพทย์ เช่นกัน

เพราะฉะนั้น วิธีดูคร่าว ๆ หญิงคนใดมีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ที่ถ่ายทอดทางยีนมาในสายเลือด เพียงแค่ดูจากประวัติคนที่เป็นโรคในครอบครัวคร่าว ๆ โดยการวาดแผนภูมิครอบครัวก็พอจะบอกได้

จากรูปที่ให้มา คือลักษณะของแผนภูมิครอบครัว หรือเรียกเป็นศัพท์เทคนิคเฉพาะว่าพงศาวลี (pedigree) สี่เหลี่ยมคือผู้ชาย วงกลมคือผู้หญิง สีดำคือเป็นโรค ขีดคาดคือเสียชีวิตแล้ว ลูกศรคือคนที่มารับคำปรึกษา ดังนั้น ใน

กรณีรูปนี้ หญิงที่มารับคำปรึกษา สมมุติว่าอายุ30 ปี ตนเองไม่เคยมีอาการใด ๆ แต่มีมารดายาย ป้า น้าสาว ลูกสาวของป้า ล้วนแต่เป็นมะเร็งเต้านมกันหมด เพียงเท่านี้ก็ประเมินเบื้องต้นได้ว่า ครอบครัวนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะมีการถ่ายทอดของยีนมะเร็งจากรุ่นสู่รุ่น ก็คืออาจจะตกอยู่ในกลุ่ม 5-8% กลุ่มนั้นนั่นเอง ซึ่งกลุ่มนี้ควรมาพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อประเมินความเสี่ยงโดยละเอียด ซึ่งกลุ่มต้องสงสัยประกอบไปด้วยมีคนเป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ หรือมะเร็งที่อาจเกี่ยวข้องในกลุ่มยีนเดียวกัน เช่น มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งต่อมลูกหมากในญาติฝ่ายชาย โดยเมื่อซักย้อนขึ้นไป 3 รุ่น มีคนเป็นทุกรุ่น และถ้ามีคนที่เป็นมะเร็งดังกล่าวอายุน้อยกว่าปกติ เช่น ช่วงอายุ 18-40 ปี มีผู้ชายเป็นมะเร็ง หรือมีคนเป็นมะเร็งกลุ่มดังกล่าวหลายมะเร็งในคนเดียวกัน ยิ่งต้องสงสัยความเสี่ยงสูงที่จะถ่ายทอดมะเร็งทางสายเลือดมากขึ้นไปอีก ญาติผู้หญิงสายตรงของคนกลุ่มนี้ยิ่งต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อที่จะคัดกรอง

มะเร็งตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และจะไม่รอไปจนถึงอายุ 40 ปี เหมือนผู้หญิงทั่วไป ในบางครอบครัวที่มีความรุนแรงสูงมาก อาจต้องคัดกรองกันตั้งแต่อายุ 18 ปีด้วยซ้ำ

ดังนั้นถ้าต้องสงสัยว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะรับการถ่ายทอดยีน ก็จะมีคำถามว่า จะต้องมาตัดเต้านมทิ้งเหมือนดาราสาวโจลีหรือไม่ คำตอบก็คือ “ไม่” ความเสี่ยงสูงแค่ไหน ก็ยังไม่เกิดโรค จนกว่าจะมีการพิสูจน์ระดับยีน ซึ่งยีนที่ทราบว่า ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมและรังไข่ในปัจจุบัน ได้แก่ ยีน BRCA1 และ BRCA2การตรวจสามารถกระทำได้ด้วยการเจาะเลือด และดึงสายดีเอ็นเอออกจากเม็ดเลือดขาว เพื่อไปทำการถอดรหัสพันธุกรรม แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ถึงระดับครึ่งแสนบาท คนที่จะรับการตรวจ ก็ต้องมีความเสี่ยงสูงจริง ๆไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่เป็นมะเร็งจะต้องไปตรวจหมด การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และรับคำปรึกษาแนะนำทางพันธุกรรมที่ถูกต้อง จึงจำเป็นที่สุดครับ

ทีนี้ ถ้าตรวจมาแล้ว มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนในระดับยีนแบบโจลี จะทำอย่างไร การมียีนผิดปกติไม่ได้บอกว่าคุณผู้หญิงผู้นั้นจะต้องเป็นมะเร็ง 100% เพียงแต่ว่าความเสี่ยงในช่วงชีวิตนี้ก็จะสูงขึ้นมาก และไม่สามารถบอกได้ว่า

จะเกิดเมื่อไหร่ วิธีการดูแลก็มี 2 อย่าง

1. ตรวจคัดกรองเต้านม รังไข่ ทุก 6เดือน และกำจัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ได้แก่ไม่รับฮอร์โมน ลดความอ้วน ไม่ดื่มเหล้า

2. จะตัดเต้านมและรังไข่ทิ้ง เพื่อป้องกันการเกิดเป็นโรคในอนาคต อย่างที่โจลีทำก็ได้ เพียงแต่คนที่จะทำอย่างนี้ได้ ต้องมีหลักฐานระดับยีนสนับสนุนเท่านั้น

สรุปคือ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ทุกคนจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่ใช่ทุกคนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะต้องตรวจยีน และไม่ใช่ทุกคนที่ตรวจยีนจะต้องตัดเต้านมทิ้ง เพียงแต่ว่าไม่มีใครทราบเองหรอกครับว่าเราเป็นกลุ่มไหน การปรึกษาแแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ

ดร.นพ.โอบจุฬ ตราชู อายุรแพทย์

และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาโมเลกุล

การแพทย์ / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์ 1 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s