ฉีดจมูกระวังตาบอด

dailynew140601_2แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการเตือนอันตรายเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะการฉีดจมูก ซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้ แต่ดูเหมือนหลายคนก็ยังไม่กลัว พากันไปฉีดจมูก จนเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกจนได้

รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีการฉีดฟิลเลอร์กันเยอะมาก เพราะเห็นผลเร็ว โดยเฉพาะการฉีดจมูก ไม่จำเป็นต้องไปผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งสารที่ฉีดในปัจจุบันคือ “ไฮยาลูรอนิค แอซิด” มีอยู่ในผิวหนังของคนเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นำมาฉีดเป็นการสังเคราะห์ขึ้นมา

เมื่อฉีดเข้าไปก็หวังว่าจะไปเติมเต็มร่องรอยต่าง ๆ แต่เดิมคิดว่าสารตัวนี้ปลอดภัย เพราะสามารถละลาย หรือสลายไปได้ แต่ปัญหาคือเมื่อมาฉีดที่จมูก ใต้ตา ซึ่งไม่อยู่ในการขออนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะบริเวณดังกล่าวมีหลอดเลือดอยู่เยอะ โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตา อาจทำให้คนไข้ตาบอดได้

ความจริงสารตัวนี้ใช้ในการฉีดริ้วรอย เช่น รอยตีนกา ร่องแก้ม แต่บริเวณตรงกลางหน้า คือ สันจมูก และรอบดวงตา ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ แพทย์ต้องมีความชำนาญมากจึงจะฉีดได้ แต่แม้จะมีความชำนาญก็ยังมีความเสี่ยงอยู่

ความเสี่ยงคือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สารที่ฉีดเข้าไปอาจไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงดวงตา ถ้าฉีดมากเกินไปอาจไปกดหรือไปเบียดทำให้ดวงตาขาดเลือดไปเลี้ยงได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีคนไข้ที่ตาบอดเพราะไปฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งในปีนี้พบหลายรายแล้วที่มีปัญหา

ส่วนตัวคิดว่าการฉีดที่บริเวณจมูกไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอยู่ได้ไม่กี่เดือนก็ต้องฉีดใหม่ ถ้าอยากทำจมูกจริง ๆ ไปผ่าตัดศัลยกรรมดีกว่าเพราะอยู่ได้ถาวร และความเสี่ยงก็น้อยกว่า

ปัญหาที่เรากลัวตอนนี้คือ คนที่รับจ้างฉีดตามคลินิกต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความชำนาญจริง ๆ เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมระยะสั้น ๆ จากบริษัทยาที่ขายสารเติมเต็มชนิดนี้ บางคนเพิ่งจบแพทย์มาด้วยซ้ำ ยังไม่ได้อบรมอะไรเลยก็ไปฉีดให้บริการคนไข้แล้ว ซึ่งคนไข้ก็ไม่รู้ คิดว่าพอเป็นหมอก็ทำได้ทั้งนั้น

ปัญหาที่พบคือ มีหมอเถื่อนให้บริการฉีดฟิลเลอร์ และคนไข้ก็ไปซื้อยาตามอินเทอร์เน็ตมาฉีด สารบางตัวมีความเข้มข้นสูง ถ้าไปฉีดบริเวณจมูกซึ่งใกล้กับดวงตาอาจไปอุดตันหรือกดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาและอาจทำให้ตาบอดได้

ขอเตือนว่า ไม่ควรจะทำอย่างยิ่ง เพราะอย่างที่บอกคือ การฉีดบริเวณจมูกอาจทำให้ตาบอดได้ หรือถ้าไม่บอด อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวหนังไม่ได้ ดังนั้นไม่ควรจะทำอย่างยิ่ง คือ ฉีดบริเวณอื่นได้ แต่ไม่ควรฉีดบริเวณนั้น

ในส่วนของแพทย์ผิวหนัง ถ้าทำได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการฉีดบริเวณจมูก หรือ ใกล้ ๆ ดวงตา นอกจากนี้บริษัทยาไม่ควรไปโปรโมตเรื่องการฉีดเสริมจมูก และถ้าเป็นไปได้ “สารไฮยาลูรอนิค แอซิด” ควรเป็นสารควบคุมพิเศษ ใช้เฉพาะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ขณะเดียวกันทาง อย.ควรเน้นข้อบ่งชี้โดยกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะที่ อย.กำหนดเท่านั้น ซึ่ง อย.ไม่ได้บอกว่าให้ฉีดที่จมูกได้ นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขควรควบคุมคลินิกเสริมความงาม อะไรทำได้ ทำไม่ได้ รวมทั้งแพทย์เถื่อนด้วย

อย่างไรก็ตามการที่ยังมีคนไปฉีด และได้รับผลกระทบจนถึงขั้นตาบอดอยู่ คงเป็นเพราะคนที่ไปฉีดคิดว่าเมื่อไปฉีดกับแพทย์ย่อมไว้ใจ แต่อย่าลืมว่า การฉีดฟิลเลอร์หากไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ อาจเกิดปัญหาตามมาได้ แม้แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การฉีดก็ต้องระมัดระวัง อีกทั้งการฉีดบ่อย ๆ เพราะสารเติมเต็มอยู่ได้ชั่วคราวเท่านั้น ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

สรุปว่า การฉีดสารเติมเต็มที่จมูกหรือรอบดวงตา ควรหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงตาบอด!?!.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 1 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s