แพทย์ผิวหนังห่วงใย ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก

dailynew140607_1หลังจากมีคนไข้ตาบอด จมูกเน่า จากการฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจึงออกมาเตือนภัยในเรื่องนี้อีกครั้ง

รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย บอกว่า ปัจจุบันพบว่ามีการฉีดฟิลเลอร์กันเยอะมาก เพราะเห็นผลเร็ว โดยเฉพาะการฉีดจมูก ไม่จำเป็นต้องไปผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งสารที่ฉีดในปัจจุบันคือ “ไฮยาลูโรนิก แอซิด” ที่มีอยู่ในผิวหนังของคนเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นำมาฉีดเป็นการสังเคราะห์ขึ้นมาเมื่อฉีดเข้าไปก็หวังว่าจะไปเติมเต็มร่องรอยต่าง ๆ แต่เดิมคิดว่าสารตัวนี้ปลอดภัย เพราะสามารถละลาย หรือสลายไปได้ แต่ปัญหาคือเมื่อมาฉีดที่จมูก ใต้ตา อาจจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด เพราะบริเวณดังกล่าวมีหลอดเลือดอยู่เยอะ โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตา อาจทำให้คนไข้ตาบอดได้

การฉีดที่บริเวณจมูกไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอยู่ได้ไม่กี่เดือนก็ต้องฉีดใหม่ ถ้าอยากทำจมูกจริง ๆ ไปผ่าตัดศัลยกรรมดีกว่าเพราะอยู่ได้ถาวรและความเสี่ยงก็น้อยกว่า ปัญหาที่เรากลัวตอนนี้คือคนที่รับจ้างฉีดตามคลินิกต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความชำนาญจริง ๆ เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมระยะสั้น ๆ จากบริษัทยาที่ขายฟิลเลอร์ บางคนเพิ่งจบแพทย์มาด้วยซ้ำ ยังไม่ได้อบรมอะไรเลยก็ไปฉีดให้บริการคนไข้แล้ว ซึ่งคนไข้ก็ไม่รู้คิดว่าพอเป็นหมอก็ทำได้ทั้งนั้น ปัญหาที่มักจะพบเห็นอยู่เป็นประจำ กรณีมีหมอเถื่อนให้บริการฉีดฟิลเลอร์ และคนไข้ก็ไปซื้อยาตามอินเทอร์เน็ตมาฉีด

รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ฟิลเลอร์” แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ได้แก่

1. แบบชั่วคราว มีอายุใช้งานประมาณ 4-6 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 2. แบบกึ่งถาวร มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง และ
3. แบบถาวร เช่น ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไป ไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงระยะยาว

ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดเข้าใต้ผิว เพื่อเพิ่มปริมาตรของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ หรือเพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้าชนิดที่เป็นร่องลึกนิยมใช้ที่สุดในปัจจุบันคือ กรดไฮยาลูโรนิก เนื่องจากมีคุณสมบัติเฉื่อย ไม่ทำให้เกิดการแพ้ มีความคงตัว และอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังสามารถเสื่อมสลายไปเอง ไม่เกิดปัญหาสะสมในร่างกาย ในประเทศไทยมีเพียงกรดไฮยาลูโรนิกเท่านั้นที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย

ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีวารสารทางการแพทย์อย่างน้อย 41 เรื่อง รายงานผู้ป่วยรวมถึง 61 ราย ที่เกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรงหลังการฉีดสารเติมเต็ม โดยตำแหน่งที่ฉีดแล้วทำให้เกิดเนื้อตายได้บ่อยที่สุดคือ จมูก 33.3% และร่องแก้ม 31.2% และตำแหน่งที่ฉีดแล้วทำให้เกิดตาบอดได้บ่อยที่สุดคือ หว่างคิ้ว 58.3%และร่องแก้ม 33.3% และจากวารสารทางการแพทย์พบมีรายงานผู้ป่วยตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์ในประเทศเกาหลี 44 ราย ในสหรัฐอเมริกา 3 ราย ในประเทศไทยไม่เคยมีรายงานในวารสารทางการแพทย์ แต่มีการยืนยันผู้ป่วยแล้ว 8 ราย

ข้อควรระวังสำหรับการเลือกใช้สารเติมเต็มเพื่อความสวยงาม คือ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนทุกครั้ง เลือกใช้บริการกับคลินิกที่มีมาตรฐานและได้รับอนุญาตจากกองประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการดำเนินการ ไม่ควรใช้สารอื่น ๆ ที่ไม่แน่ใจในมาตรฐานและความปลอดภัยมาฉีดเป็นอันขาด

ด้าน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขา ธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทเกือบ 10 แห่ง นำเข้า “ฟิลเลอร์” จากประเทศแถบยุโรป โดยนำมาขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว 29 ทะเบียน ถือว่ามีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องไปหิ้วมาจากต่างประเทศหรือลักลอบนำเข้า ซึ่งกรณีที่ลักลอบนำเข้าไม่รู้ว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ และไม่รู้ว่าเป็นสารอะไร อย่างไรก็ตาม อย.ได้มีการคุมเข้มฟิลเลอร์อยู่แล้ว ตั้งแต่กระบวนการขึ้นทะเบียน ซึ่งค่อนข้างเข้มงวดพอสมควร

เมื่อก่อนมีแค่ 2 ยี่ห้อ แต่ได้มีการพิจารณาให้มีการขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้น เพราะแพทย์และประชาชนต้องการใช้ แต่ยังต้องเฝ้าระวังการใช้สารตัวนี้เพราะเพิ่งอนุมัติทะเบียนไม่ถึง 2 ปี ดังนั้นผู้ใช้ตัองรายงานปัญหาให้ทาง อย.ทราบตลอดเวลา

ตอนนี้แพทยสภากำลังพิจารณาว่าจะออกกฎเกณฑ์ให้แพทย์สาขาไหนใช้บ้าง เพราะขณะนี้ยังใช้คำรวม ๆ ว่าใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ้าแพทยสภามีความชัดเจน เวลาระบุในฉลากกำกับยาจะได้ชัดเจนมากขึ้น.

 

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

 

ที่มา : เดลินิวส์ 7 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s