คุมกำเนิดอย่าง’เข้าใจ เข้าถึง ช่วยเหลือ’

bangkokbiznews140605_01เรื่องการคุมกำเนิดไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่อีกต่อไป วัยรุ่นหรือหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ก็ต้องทำความเข้าใจวิธีการคุมกำเนิดที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงยางอนามัย การรับประทานยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องทำความเข้าใจและพูดคุยกับบุตรหลานได้ เพื่อป้องกันและลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและนำไปสู่การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในปี 2555 มีวัยรุ่น อายุ 10-19 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 365 คน โดยมีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรวันละ 10 คน วัยรุ่นเป็นวัยที่มีความสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิตมนุษย์

ปัจจุบันเด็กไทยก้าวเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเร็วขึ้น ทั้งในเพศหญิงและชาย และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะร่างกายเท่านั้น ยังเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ด้วย จากการที่วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น โดยมีสาเหตุ คือ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันการตั้งครรภ์ หรือเรียกว่าเป็นความล้มเหลวจากวิธีการคุมกำเนิดที่เลือกใช้นั่นเอง

ถึงแม้ว่าถุงยางอนามัยและยาเม็ดคุมกำเนิดจะเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง แต่สำหรับในกลุ่มวัยรุ่น การใช้ถุงยางอนามัยและยาเม็ดคุมกำเนิดที่ไม่ถูกวิธีมีโอกาสสูง เช่น การลืมรับประทานยา การใส่และถอดถุงยางอนามัยไม่ถูกวิธี เป็นต้น ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาที่ซับซ้อน การแก้ไขจึงจำเป็นต้องมองปัญหาอย่างรอบด้าน และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะทางด้านความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติต่อวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์

กรมอนามัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้แนวคิด “เข้าใจ เข้าถึง ช่วยเหลือ” โดยเน้นการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่กลุ่มเป้าหมายทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครองและวัยรุ่น ในการเตรียมการป้องกัน เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับเพศศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียน การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มวัยรุ่น เน้นการสร้างระบบบริการที่ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มวัยรุ่น ทั้งบริการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ บริการคุมกำเนิดที่เข้าถึงง่าย และระบบการดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ลดปัญหาการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2557 กรมอนามัยร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดทำโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น โดยการสนับสนุนการให้บริการวิธีคุมกำเนิดชนิดกึ่งถาวร ด้วยการใส่ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดแก่วัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้กับสถานบริการเครือข่ายของ สปสช.ทั่วประเทศ

ด้าน นพ.กิตติศักดิ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น ภารกิจหนึ่งที่สำคัญของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ คือ การให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์แก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย ตัววัยรุ่นเอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู บุคลากรสาธารณสุข ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ในสังคม

เรื่องการคุมกำเนิดเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เบื้องต้นต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ก่อนว่า การคุมกำเนิดไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะผู้ใหญ่ แต่วัยรุ่นเองก็ต้องมีความรู้และเข้าถึงบริการการคุมกำเนิดด้วย จากสถิติปีพ.ศ.2555 ที่พบว่าแม่วัยรุ่นคลอดบุตรปีละประมาณ 130,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นการตั้งครรภ์ซ้ำสูงถึงร้อยละ 11

มาตรการในการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นที่สำคัญตามข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลก คือ การส่งเสริมให้แม่วัยรุ่นได้เข้าถึงเวชภัณฑ์คุมกำเนิดกึ่งถาวร ซึ่งได้แก่ ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง โดยห่วงอนามัย คุมกำเนิดได้ 5 ปี สำหรับยาฝังคุมกำเนิดมีให้เลือก 2 ชนิด ได้แก่ ชนิด 2 หลอดคุมกำเนิดได้ 5 ปี และ ชนิด 1 หลอดคุมกำเนิดได้ 3 ปี ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การฝังยาและถอดยาง่ายและเร็วขึ้น

นอกจากนี้ กรมอนามัยยังได้สนับสนุนโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 835 แห่ง จัดตั้ง “คลินิกวัยรุ่น” ตามแนวทางมาตรฐานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (Youth Friendly Health Services) เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นและเยาวชนได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตร การบริการคุมกำเนิด การดูแลแม่วัยรุ่นอย่างเป็นองค์รวม

ทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานของบริษัทหรือสถานประกอบการที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่น ในหัวข้อ “เรื่องเพศคุยได้” เพื่อสร้างความเข้าใจถึงวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การใช้เวชภัณฑ์คุมกำเนิดที่ถูกต้อง เช่น การให้ความรู้ถึงวิธีการกินยาคุมกำเนิด คำแนะนำเมื่อลืมกินยาคุมกำเนิด หรือการเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่เหมาะสมในแต่ละราย

สำหรับผู้เริ่มใช้ยาคุมกำเนิดควรเริ่มที่มีขนาดต่ำ เพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในกรณีที่มีเลือดออกกะปริดกะปรอยจากการใช้ยาคุม แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาคุมกำเนิดที่มีระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้น และส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพูดคุยเรื่องเพศกับบุตรหลานได้

มาร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้การคุมกำเนิดเป็นเรื่องใกล้ตัว

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 5 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s