รู้ไว้สักนิดเมื่อคิดจะจัดฟัน

dailynew140615_2ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเก ขากรรไกรมีขนาดหรือตำแหน่งผิดปกติ เป็นลักษณะที่พบได้อยู่บ่อย ๆ จนหลายคนรู้สึกเคยชินกับสภาพที่ปรากฏ น้อยคนจะทราบว่าความผิดปกติเหล่านั้นเป็นสาเหตุของปัญหาการบดเคี้ยว การพูด การออกเสียง สร้างความยากลำบากในการดูแลรักษาความสะอาด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากโดยรวม เช่น ก่อให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ ต้องสูญเสียฟันก่อนเวลาอันควร ทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ปัญหากลิ่นปาก และอื่น ๆ อีกมากมาย และที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือปัญหาด้านบุคลิกภาพ เราคงไม่ต้องสงสัยว่าการมีบุคลิกภาพหน้าตาที่ดี มีฟันเรียงเรียบ มีรอยยิ้มที่สวยงามช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้มากเพียงใด

ทุกวันนี้หลายคนอาจมองว่าการจัดฟันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง จนมีคำเรียกกันว่า “จัดฟันแฟชั่น” แต่แท้จริงแล้ว การจัดฟันเป็นสาขาหนึ่งของการรักษาทางทันตกรรมที่แก้ไขการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน หรือรวมไปถึงขนาดและตำแหน่งของขากรรไกรด้วย นอกจากการจัดฟันจะเป็นการแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว การจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากผู้ป่วยไม่ได้รับการแก้ไขแต่เนิ่น ๆ อีกด้วย

โดยทั่วไปแล้วหากท่านหรือบุตรหลานได้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ ทันตแพทย์ที่ดูแลจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่า ท่านควรจะต้องพบทันตแพทย์จัดฟัน (Orthodontists) หรือไม่ ลักษณะของความผิดปกติที่พบจะมีได้ในหลาย ๆ ระดับ บางอย่างต้องรีบแก้ไขตั้งแต่ยังเด็ก ๆ เช่น เมื่ออายุ 5-6 ปี หรือ 8-9 ปี เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าทำให้รูปหน้าบิดเบี้ยวได้ ลักษณะบางอย่างที่ผู้ปกครองเป็นกังวล เช่น ฟันซ้อนเก ฟันบิด ฟันห่างในเด็กเล็ก ๆ อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเลย เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงของฟันจากชุดฟันน้ำนมเป็นชุดฟันแท้ และโดยธรรมชาติเองนั้น สามารถแก้ไขตัวมันเองได้ แต่เพียงผู้ปกครองและเด็กต้องได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องเท่านั้น บางกรณีที่มีความผิดปกติของขนาดขากรรไกรเข้ามาเกี่ยวข้องอาจต้องรอจนหมดการเจริญเติบโต ประมาณ 18-20 ปี ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคนแล้วจึงแก้ไขด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

ปกติฟันน้ำนมซี่สุดท้ายจะหลุดเมื่ออายุประมาณ 12 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะจัดฟันหากไม่มีปัญหาของกระดูกขากรรไกรมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากฟันแท้ขึ้นครบแล้ว (ไม่รวมฟันกรามแท้ซี่ที่ 3 ซึ่งมักถูกเรียกอย่างผิด ๆ ว่า “ฟันคุด”) และเด็กวัยนี้มีทักษะการแปรงฟันที่ดีพอที่จะรักษาความสะอาดของช่องปากขณะที่มีเครื่องมือจัดฟันอยู่ในปากได้ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วผู้ใหญ่สามารถจัดฟันได้ไหม อายุเท่าไรถึงไม่สามารถจัดฟันได้ จริง ๆ แล้วอายุมากแล้วก็สามารถจัดฟันได้ถ้ามีสุขภาพฟัน เหงือก และกระดูกรองรับฟันที่แข็งแรงพอ แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนของฟันจะช้ากว่าในเด็กและมีโอกาสเกิดเหงือกร่นมากกว่าด้วย

ส่วนมากการจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การดูแลรักษาความสะอาดเครื่องมือจัดฟัน ไม่ทำเครื่องมือหลุด ใช้ยางอีลาสติกตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟันและการมาตามนัดอย่าง สม่ำเสมอ“อยากให้ทุกคน ทำความเข้าใจว่า การจัดฟัน ไม่ใช่แฟชั่น  แต่เป็นการรักษาเพื่อแก้ไขความผิดปกติ”

ดังนั้นในผู้ที่ฟันไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ไม่ควรจัดฟันเพราะการมีเครื่องมือติดอยู่ที่ฟันทำให้แปรงฟันไม่สะดวก หากรักษาความสะอาดไม่ดีสามารถทำให้เกิดฟันผุ และเหงือกอักเสบได้ และทันทีที่ติดเครื่องมือที่ตัวฟัน ฟันจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไปทำให้การบดเคี้ยวจากเดิมที่ไม่มีปัญหาก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาได้

ข้อมูลจากศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1 / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์ 15 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s