เทคโนโลยีใหม่รักษา ‘รากฟันเทียม’ เจ็บตัวน้อย แผลหายเร็ว

dailynew140615_3ปัจจุบันการดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพแล้วยังถือเป็นเรื่องของการส่งเสริมบุคลิกภาพด้วย ทำให้เราหันมาใส่ใจดูแลรักษาฟันและสุขภาพช่องปากกันมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการรักษารากฟันเทียม เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เรามีฟันสวย ๆ และใช้งานได้ตามปกติไม่ยุ่งยากเหมือนการรักษาแบบอื่น ๆ

นพ.กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า วิวัฒนาการทางทันตกรรมที่มีหลากหลายสาขานั้น มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันและการรักษาที่ทันสมัยจึงเป็นทางเลือกที่คนให้ความสำคัญ ซึ่งศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพมีบริการทันตกรรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทีมทันตแพทย์เฉพาะสาขาที่มีความชำนาญในการรักษา เช่น ทันตกรรมรากฟันเทียม

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออุปกรณ์ปลอดเชื้อ และมีความโดดเด่นที่ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการดูแลและการจัดการระดับสากลจาก Join Commission International Accreditation (JCI) จากสหรัฐอเมริกา และศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็น Straumann Partner Center Thailand จากบริษัทสตรอแมนน์ ซึ่งเป็นผู้นำในเรื่องของรากฟันเทียมเป็นลำดับต้น ๆ ของโลกที่มีการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

ด้าน ทญ.วลัยลักษณ์ เกียรติธนากร ผู้อำนวยการศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า การสูญเสียฟันเกิดขึ้นได้ 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ เหงือกและกระดูกเป็นจุดที่ยึดตัวฟัน ถ้าเราทำความสะอาดไม่ดี คราบจุลินทรีย์จะแข็งตัวขึ้นและกลายเป็นหินปูน ซึ่งหินปูนมีทั้งเชื้อโรคและผลิตสารที่ก่อให้เกิดกลิ่น ทำให้รู้สึกปากไม่สะอาด และเชื้อโรคในหินปูนจะทำลายกระดูกรอบรากฟัน ทำให้ฟันไม่สามารถยึดติดในกระดูกขากรรไกรได้ ส่งผลให้เกิดฟันโยก ซึ่งแบ่งเป็นระดับ หากโยกมากจะถูกถอนไปในที่สุด ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งคือโรคฟันผุ ให้สังเกตว่าระหว่างแปรงฟันถ้ามีเลือดออก ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่แสดงว่าเริ่มเป็นโรคแล้ว

ดังนั้นการสูญเสียฟันไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคฟันผุ โรคปริทันต์ หรืออื่น ๆ นอกจากจะส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารและสุขภาพในช่องปากแล้วยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจอีกด้วย ผู้ที่สูญเสียฟันจึงต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อกลับมาเคี้ยวอาหารได้เหมือนเดิม ซึ่งการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียมได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและใกล้เคียงฟันธรรมชาติมาก

“รากฟันเทียม” คือการฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายฟันลงบนกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่หายไปโดยไม่มีผลกระทบกับเนื้อฟันซี่ข้างเคียงหรือใช้เป็นหลักยึดให้กับสะพานฟันเพื่อลดการใส่ฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้ ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพฟันโดยรวมทำให้ผู้ใส่มั่นใจมากขึ้น ซึ่งการทำรากฟันเทียมสามารถทำได้ในผู้ใหญ่เกือบทุกคนที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปที่ขากรรไกรเติบโตเต็มที่แล้ว ยกเว้นผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ผู้ป่วยมะเร็งเหงือก ที่อาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อนที่จะทำรากฟันเทียม

การทำรากฟันเทียมเริ่มจากการเตรียมบริเวณที่จะทำรากฟันไทเทเนียมแล้วทำรากฟันเทียมไทเทเนียมบนกระดูกขากรรไกรก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพักเพื่อรอการยึดติดระหว่างกระดูกขากรรไกรและรากฟันเทียมไทเทเนียม หากใช้รากฟันเทียมไทเทเนียมคุณภาพสูงใช้เวลาเพียง 3-4 สัปดาห์ จากปกติ 6-8 สัปดาห์เพื่อให้กระดูกขากรรไกรสามารถยึดติดกับตัวรากฟันเทียม แล้วจึงติดเสายึดลงบนรากฟันเทียมและติดครอบฟัน สะพานฟัน หรือแผงฟันปลอม ซึ่งรากฟันเทียมเมื่อทำไปแล้วก็เหมือนฟันซี่ใหม่ต้องได้รับการดูแลรักษาไม่ต่างจากฟันธรรมชาติ สิ่งที่แตกต่างคือรากฟันเทียมจะไม่มีการผุกร่อนเหมือนฟันธรรมชาติ แต่อาจมีคราบเชื้อโรคและหินปูนเกาะจนทำให้เกิดโรคเหงือกรอบรากฟันเทียม มีการทำลายกระดูกโดยรอบได้ จึงต้องดูแลรักษาให้ดีและพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ

ดร.อเล็กซานเดอร์ ออชเนอร์ ผู้จัดการขายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัทสตรอแมนน์ กล่าวว่า จุดเด่นของรากฟันเทียมสตรอแมนน์ คือได้รับการพัฒนาตามแนววิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยได้รับคำแนะนำจากกลุ่มทีมงานทันตแพทย์รากเทียมชั้นนำของโลก (ITI) นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของพื้นผิวที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถกระตุ้นการยึดตัวของเซลล์กระดูกกับรากฟันเทียมได้เร็ว ทำให้ระยะเวลาการรักษาสั้น

จากการวิจัยและพัฒนาจนได้นวัตกรรมของวัสดุรากฟันเทียมชนิดอัลลอยด์ใหม่เป็นโลหะผสมระหว่างไทเทเนียมและเซอร์โคเนียมทำให้รากฟันเทียมมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยมีพื้นผิวที่ดีในการติดยึดกระดูกได้เร็วและช่วยเพิ่มปริมาณกระดูกที่ยึดเกาะมากขึ้นด้วย ทำให้สามารถลดขนาดรากฟันเทียมให้เล็กและสั้นลงเหลือเพียง 4 มิลลิเมตร ดังนั้นจึงเน้นให้รักษาแบบลดขนาดแผล คือลดขั้นตอนการผ่าตัดรากฟันเทียม ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายบางกรณี ทำให้คนไข้เจ็บตัวน้อยลงและบาดแผลหายเร็วขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วการดูแลรักษาสุขภาพฟันและรากฟันเทียมถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดูแลไม่ต่างจากฟันธรรมชาติ หมั่นแปรงฟันหลังรับประทานอาหารและก่อนเข้านอน ควรใช้แปรงขนนุ่มร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันและระมัดระวังไม่รับประทานอาหารที่มีความแข็งหรือเหนียวมากเกินไป ที่สำคัญควรพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ.

ที่มา : เดลินิวส์ 15 มิถุนายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s