ภาวะฉุกเฉินของหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกสัญญาณเตือนภัย

dailynews140713_03หลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกมีความสำคัญมากเพราะมีแขนงไปเลี้ยงทุกอวัยวะในร่างกาย ถ้าเกิดความผิดปกติก็จะมีผลกระทบทั้งร่างกาย และถ้าเกิดการปริแตกออกเลือดจะออกมาอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที นับว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีผลเฉียบพลันมากที่สุด มักเป็นโรคที่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย อาการแรกก็เป็นตอนที่เกิดโรค ถ้าการวินิจฉัยช้าเกินไป หรือรักษาไม่ทันการคนไข้มักเสียชีวิต

โรคที่พบมากที่สุดคือ การมีการฉีกขาดของผนังชั้นในของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้เลือดเซาะเข้าไปในผนัง เกิดช่องทางเดินเลือดในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ และอาจแตกออกภายนอกผนังหรือแตกทะลุผนังชั้นในไหลกลับมาในช่องทางเดินเลือดปกติ ความดันในผนังก็จะลดลง โอกาสแตกหรือเบียดช่องทางปกติจนเลือดไม่สามารถเลี้ยงส่วนล่างของร่างกายหรือแขนงไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทำให้มีอาการขาดเลือดและอวัยวะตายได้ เช่น ไต ลำไส้ ตับ ขา หรือไขสันหลัง

อันตรายที่เกิดจากโรคนี้มีเป็นสองกลุ่มคือ

กลุ่มแรกถ้าหากการเซาะเกิดที่หลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่ติดกับหัวใจ มีผลทำให้เกิดลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน เกิดภาวะหัวใจวาย ความดันโลหิตตก น้ำท่วมปอด หรืออาจเซาะไปที่หลอดเลือดแดงหัวใจเกิดการอุดตันเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งมีผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้ามากจนหยุดเต้น หรือเลือดอาจเซาะทะลุผนังด้านนอกของหลอดเลือดแดงใหญ่ เกิดลิ่มเลือดในช่องเยื่อบุหัวใจ กดไม่ให้เลือดจากร่างกายกลับเข้าหัวใจ เกิดภาวะความดันโลหิตตก และเสียชีวิตได้ จะเห็นว่าการเซาะของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนนี้จะมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 1 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง คือภายใน 48 ชั่วโมงถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที คนไข้จะเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง นับว่ามีความรุนแรงมาก

กลุ่มที่สองคือ การเซาะของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่พบได้ประมาณ 25% มีจุดเริ่มเซาะตรงหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกส่วนที่เลยแขนงที่ไปเลี้ยงแขนซ้าย และเซาะลงในทรวงอกซ้ายและในช่องท้อง แม้ว่ามีความรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่คนไข้กลุ่มนี้ประมาณ 15% จะเกิดภาวะแทรกซ้อนสองประเภทคือ หลอดเลือดแดงใหญ่ปริแตกออกทำให้เลือดออกในทรวงอกหรือในช่องท้อง อาจไปอุดตันหลอดเลือดเลี้ยงตับ ไต กระเพาะ ลำไส้ ไขสันหลัง และขาทั้งสองข้าง ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ขาดเลือดและอาจตายเน่าทำให้คนไข้เสียชีวิต โรคนี้วินิจฉัยได้ยากถ้าหากแพทย์ไม่ได้คิดถึง เพราะคนไข้อาจมีเพียงอาการปวดหลัง ปวดท้อง อัมพาตของขา หรือไม่มีปัสสาวะ ความดันโลหิตสูงมากควบคุมด้วยยาไม่ได้ การตรวจร่างกายอาจไม่พบความผิดปกติในระยะแรก แต่เมื่อการตรวจร่างกายชัดเจน เช่นมีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ซึ่งก็มักจะมีการตายเน่าของลำไส้ โอกาสที่แพทย์จะรักษาชีวิตคนไข้ก็แทบจะไม่มีเลย การตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคนี้ออก เช่น การถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของทรวงอกและช่องท้องเป็นเครื่องมือวินิจฉัยโรคที่สำคัญที่สุด

สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคนี้มักมีความดันโลหิตสูง มีการรักษาไม่สม่ำเสมอ คุมความดันโลหิตได้ไม่ดี หรือเป็นโรคพันธุกรรมกลุ่ม Marfan ซึ่งเป็นโรคที่มีร่างกายสูงมาก มีสายตาสั้น เลนส์ตาหลุดง่าย  นิ้วมือนิ้วเท้ายาว ข้อนิ้วมือนิ้วเท้ามีความยืดหยุ่นมากกว่าปกติ มีความผิดปกติของโครโมโซมที่ถ่ายทอดด้วยยีนเด่น อาการที่นำมาคือเจ็บหน้าอกทันที เจ็บรุนแรงมาก เหมือนมีการฉีกขาดในร่างกาย รู้สึกร้าวไปที่หลังและร้าวลงมาที่ขาทั้งสองข้าง อาการเจ็บนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจรุนแรงจนเป็นลมไป นอกจากอาการเจ็บคนไข้อาจมีอาการที่เกิดจากอวัยวะต่าง ๆ ทำงานผิดปกติ เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หลอดเลือดหัวใจตีบตัน เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ไม่ได้ เช่น ปวดท้องเพราะลำไส้ขาดเลือด ปัสสาวะไม่ออกเพราะไตวาย ขาเป็นอัมพาตสองข้างเพราะไขสันหลังขาดเลือด ปวดขาและขาเย็นเพราะเส้นเลือดแดงขาอุดตัน อาการของคนไข้อาจดูไม่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดแดงใหญ่ แต่ถ้าพิจารณาให้ดีจะพบว่าเกี่ยวข้องกัน เพราะหลอดเลือดแดงใหญ่ให้แขนงไปเลี้ยงทุกอวัยวะ ถ้าหากหลอดเลือดแดงใหญ่ผิดปกติ อวัยวะทุกอันก็ผิดปกติได้ อันตรายอีกประการคือเลือดที่เซาะในผนังอาจแตกออก คนไข้จะเสียเลือดเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิต ถ้าหากเลือดออกในช่องเยื่อบุหัวใจก็เกิดภาวะหัวใจถูกกดซึ่งก็มีอันตรายถึงชีวิตเช่นเดียวกัน

การวินิจฉัยได้จากประวัติจากความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้คิดถึงโรคนี้แล้วตรวจพิเศษโดยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โดยต้องฉีดสีเพื่อให้เห็นหลอดเลือดแดงใหญ่ทั้งร่างกาย จะเห็นมีรอยแยกในผนัง มีช่องทางเดินเลือดสองช่องหรือมากกว่า (ปกติมีเพียงช่องเดียว) การตรวจพิเศษอื่นที่มีประโยชน์เช่นการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ข้อมูลเหล่านี้สามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องและแยกได้ว่าการปริแยกเกิดในหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนต้น (ส่วนติดกับหัวใจหรือไม่) เพราะถ้าเป็นส่วนนี้เป็นภาวะเร่งด่วนและรุนแรงต้องรีบรักษาโดยการผ่าตัด

การผ่าตัดทำโดยเปิดหน้าอกตรงกลาง ใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม ตัดหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนต้นที่ปริแยกออก เย็บซ่อมผนังให้เป็นชั้นเดียวและทดแทนหลอดเลือดแดงใหญ่ด้วยเส้นเลือดเทียม อัตราตายในการผ่าตัดขึ้นกับสภาพของคนไข้ เพราะถ้าหากมาช้าคนไข้จะมีความดันโลหิตต่ำมาก หัวใจหยุดเต้นแล้วอัตรารอดมีน้อยมาก แต่ถ้าความดันโลหิตไม่ต่ำมาก หัวใจยังทำงานได้ อัตราตายมักประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คนไข้ที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกเพราะการอุดตันของหลอดเลือดสมองอาจมีการฟื้นตัวของสมองถ้าหากสามารถผ่าตัดภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากมีอาการ ถ้ามาตรวจพบหลังจากนั้นการตัดสินใจว่าจะผ่าตัดฉุกเฉินหรือจะรอให้สมองฟื้นตัวสักพักในระยะสั้น ๆ ขึ้นกับภาวะของระบบไหลเวียนของคนไข้ เพราะถ้ายังไม่ได้ผ่าตัดคนไข้ก็จะเสียชีวิตได้ทุกเมื่อเพราะหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ถูกเซาะอาจแตกเมื่อไรก็ได้ การรักษาด้วยยาอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแดงใหญ่แตกได้ แต่การผ่าตัดก็อาจไม่ทำให้สมองฟื้นตัวและในบางรายอาจทำให้มีเลือดออกในสมองและสมองอาจจะเสียหายมากขึ้นหลังผ่าตัดก็ได้ แพทย์ต้องบอกให้ญาติตัดสินใจ คนไข้ที่มีอวัยวะขาดเลือดมักดีขึ้นหลังผ่าตัดซึ่งจะทำให้เลือดไหลกลับในช่องทางปกติ แต่ในบางรายที่อาการขาดเลือดไม่ดีขึ้น ก็ต้องรักษาเพิ่มเติมด้วยการทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหรือโดยการฉีดสีและใส่ขดลวดถ่างให้หลอดเลือดที่ตีบตันเปิดออกเพื่อให้เลือดผ่านไปเลี้ยงอวัยวะนั้น ๆ ได้

โรคเลือดเซาะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เป็นโรคที่ทำให้คนไข้เสียชีวิตมากที่สุด มากกว่าโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องแตก การคิดถึงโรคนี้ในคนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกและปวดหลังรุนแรง การตรวจพิเศษที่เหมาะสมและทันท่วงที การผ่าตัดในรายที่จำเป็น จะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้คนไข้รอดชีวิตจากโรคนี้ได้

ข้อมูลจาก นายแพทย์กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ศัลยแพทย์ทรวงอก หลอดเลือดและหัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

ที่มา : เดลินิวส์  13 กรกฎาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s