ดูแลผิวพรรณในหน้าฝน

dailynews140712_02ปัญหาด้านผิวหนังและผิวพรรณ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในฤดูฝน สำหรับคุณผู้หญิง ปัญหาสุขภาพผิวถือเป็นปัญหาใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ หลายท่านอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษในฤดูฝน แต่ จริง ๆ แล้วฤดูนี้มีหลายสิ่งที่ทำร้ายผิวสวย เช่น นํ้าฝน ซึ่งมีฝุ่นละออง สารเคมี รวมถึงเชื้อโรคและสิ่งสกปรกมากมาย หากเราสัมผัสนํ้าฝนสิ่งที่ปนเปื้อนย่อมเป็นอันตรายต่อผิวเราได้

นอกจากนี้ เมื่อผิวหนังเปียกชื้นจะทำให้ความสามารถในการป้องกันเชื้อโรคและการปรับตัวต่อปัจจัยกระทบภายนอกต่าง ๆ น้อยลง ทำให้ง่ายต่อการเกิดปัญหาทางด้านผิวหนัง เช่น สิว โรคเชื้อรา โรคนํ้ากัดเท้า ผื่นผิวหนังอักเสบ จึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับเราอยู่เสมอ

เริ่มจากการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ หากผมเปียกจากการตากฝน การเช็ดผม หรือปล่อยให้แห้งเองนั้นยังไม่เพียงพอ แนะนำให้สระผมเลยจะดีกว่า เนื่องจากในนํ้าฝนอาจมีสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคปนเปื้อนมาด้วย การสระผมจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคออกจากเส้นผม หลังจากนั้นควรเช็ดผมหรือไดร์ให้แห้งทุกครั้ง ไม่ควรนอนขณะที่ผมยังเปียก เพราะอาจทำให้หนังศีรษะมีความชื้นและก่อให้เกิดเชื้อราได้ ในบางรายอาจมีเชื้อราบนศีรษะ คือมีสะเก็ดแห้งบนหนังศีรษะและมีอาการคันศีรษะ เส้นผมบริเวณนั้นหักออกเหลือเป็นตอสั้น ๆ ติดหนังศีรษะ บางคนอาจมีอาการอักเสบรุนแรงจนถึงเป็นก้อนคล้ายฝี ถ้านำผมบริเวณนั้นไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่ามีเชื้อรา ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวก็ควรไปพบแพทย์ทันที

ผิวพรรณ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณผู้หญิงต้องสนใจ ถึงแม้ว่าในฤดูฝนการดูแลรักษาผิวจะง่ายกว่าในฤดู   อื่น ๆ แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ การเป็นสิวเพิ่มขึ้น เพราะความชื้นสูงในอากาศจะทำให้เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของสิวเจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับเมื่อผิวหน้าสัมผัสนํ้าฝนที่มีเชื้อโรค ฝุ่นละออง หรือสารเคมี ก็ยิ่งทำให้เกิดสิวได้ง่าย การดูแลผิวหน้าจึงควรเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้า โดยทำเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและนํ้ามันส่วนเกิน หลีกเลี่ยงการขัด หรือถูหน้าอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์อย่างสมํ่าเสมอ เพื่อคืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิว นอกจากนี้ หากมีสิว ไม่ควรกดหรือแกะโดยเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดรอยแดง หรือดำ รวมถึงแผลเป็นจากสิวได้

หากผิวหน้าเปียกนํ้าฝนก็ควรล้างออกด้วยนํ้าสะอาดโดยเร็ว ไม่ควรขยี้ตาในขณะที่ใบหน้าหรือมือเปียกฝน เพราะนํ้าฝนมีสิ่งปนเปื้อนมากมาย ที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตาได้ เมื่อเสื้อผ้าที่สวมใส่เปียกฝนก็ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพราะเสื้อผ้าที่เปียกฝนอาจก่อให้เกิดเชื้อราที่ผิวหนังได้ สำหรับเสื้อผ้าที่เปียกชื้นนาน ๆ ควรนำไปผึ่งแดดร้อนจัด ๆ หรือรีดด้วยเตารีด จะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าได้ และควรอาบนํ้าเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกหลังจากที่เปียกฝน

ลักษณะผื่นที่ควรสังเกต ได้แก่ วงด่างสีขาว หรือสีเนื้อ ในบางรายอาจขึ้นเป็นวงสีนํ้าตาลร่วมกับมีขุยสีขาวเล็ก ๆ ซึ่งมักเกิดบนผิวหนังหน้าอกและลำตัว อาจมีอาการคันร่วมด้วยได้ ซึ่งนอกจากดูไม่สวยงามแล้ว ยังทำให้เสียบุคลิกภาพ ผื่นชนิดนี้เป็นลักษณะของโรคเกลื้อน แม้ในยามปกติจะไม่ก่อโรคร้ายแรง แต่หากอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมก็อาจมีปริมาณมากและเรื้อรังกว่าที่คิด สำหรับคนที่มีนํ้าหนักมาก หรือภูมิคุ้มกันไม่ดี เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน อาจเกิดผื่นสีแดงขึ้นตามบริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ หรือใต้ราวนม และอาจมีอาการคันมาก ซึ่งสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ในกลุ่มแคนดิดา หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาต่อไป

อีกสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงฤดูฝน คือ การมีนํ้าท่วมขัง ทำให้ต้องเดินยํ่านํ้าชื้นแฉะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหากปล่อยให้เท้าเปียกนาน ๆ อาจจะพบว่าผิวตามซอกนิ้วเท้าลอกเป็นขุยขาว ๆ เปื่อยยุ่ย หรืออาจถึงขั้นเป็นแผล มีนํ้าเหลืองแฉะ ซึ่งเรียกว่าโรคนํ้ากัดเท้า บางครั้งอาจมีการติดเชื้อราที่เท้า โดยมีแหล่งเชื้อรามาจากสิ่งแวดล้อม เช่น หิน ดิน ทราย รวมทั้งในสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมว หากไม่รักษาผื่นที่เท้า อาจลามไปที่ลำตัวส่วนอื่นได้ สิ่งที่ต้องสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ กลิ่นเท้า เวลาถอดรองเท้า หากมีกลิ่นเหม็นโชย และเมื่อก้มดูฝ่าเท้าจะเห็นเป็นรูพรุนเล็ก ๆ นั่นคือ อาการของโรคเท้าเหม็น ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มักพบในคุณผู้หญิงที่ใส่ถุงเท้าที่ทำจากใยสังเคราะห์หนา ๆ ซึ่งมักจะแห้งยากในหน้าฝน

ในนํ้าที่ขังตามพื้นถนนอาจมีพยาธิบางชนิด ซึ่งสามารถชอนไชสู่ผิวหนังได้โดยตรง หรืออาจได้รับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูเข้าไปตามรอยแผลเล็ก ๆ ที่เท้า ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรง ข้อแนะนำเบื้องต้น คือ หากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรยํ่านํ้าที่ท่วมขัง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทำความสะอาดเท้าด้วยการฟอกสบู่ ล้างออกด้วยนํ้าสะอาด และเช็ดให้แห้ง อย่าปล่อยให้เท้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน หากมีแป้งฝุ่นให้ทาบาง ๆ ตามซอกเท้าและฝ่าเท้า เมื่อถุงเท้าและรองเท้าเปียกฝน ควรถอดออกทันทีและทำให้แห้งโดยเร็วที่สุด สำหรับรองเท้าที่เปียกนํ้านั้นแนะนำให้ไปตากแดดให้แห้ง หากคุณผู้หญิงสงสัยว่าจะเป็นโรคที่เท้าดังกล่าวก็ควรไปปรึกษาแพทย์ทันที

จะเห็นได้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาผิวพรรณในฤดูฝนมาจากนํ้าฝนที่มีการปนเปื้อน หรือการปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นเป็นเวลานาน จึงควรหลีกเลี่ยงการตากฝน รีบถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก แล้วอาบนํ้าทำความสะอาดร่างกาย หลังจากนั้นจึงเช็ดตัวให้แห้ง การโรยแป้งฝุ่นสามารถช่วยลดความชื้นและการเสียดสีได้ นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าและถุงเท้าควรเลือกที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ก็หวังว่า ข้อมูลเหล่านี้คงเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่าน และสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเตรียมรับมือกับทุกฤดูฝน ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝนนี้หรือฤดูฝนไหน.

นพ.พูลเกียรติ สุชนวณิช

หน่วยโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ที่มา : เดลินิวส์  12 กรกฎาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s