ผู้สูงวัยเป็นช้ำรั่ว จะทำอย่างไร…ไม่ให้ช้ำใจ

dailynews140720_02สุขภาพที่เสื่อมถอย จะมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น รวมถึงโรคต่าง ๆ ก็จะมารุมเร้าเอาช่วงนี้ ซึ่งหนึ่งในโรคยอดฮิตของกลุ่มผู้สูงวัย คือ โรคช้ำรั่ว โดยพบว่า มีผู้ป่วยสูงอายุจำนวนมากที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ หรือ “ช้ำรั่ว” คือภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือการที่มีปัสสาวะรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผู้ป่วยโรคช้ำรั่วส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าตนเองเป็น และเข้าใจผิดไปเองว่า อาการปัสสาวะบ่อยเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงไม่ไปตรวจที่โรงพยาบาล ทำให้อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เป็นปัญหาในการเข้าสังคม หรือเป็นปัญหาทางสุขภาพและอนามัย มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

โรคช้ำรั่วสามารถเกิดได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่จะพบมากในผู้สูงอายุ และพบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนใหญ่เริ่มเป็นตอนอายุ 40 ปี โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ส่วนเพศชายจะพบมากเมื่อเข้าสู่อายุ 45-50 ปีขึ้นไป ซึ่งสาเหตุที่ผู้หญิงเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่าผู้ชาย เพราะทางเดินปัสสาวะในเพศหญิงมีกลไกในการป้องกันการเล็ดราดน้อยกว่าผู้ชาย อย่างผู้ชายจะมีต่อมลูกหมากที่กันเอาไว้ ทำให้ปัสสาวะยาก แต่เป็นข้อดีคือช่วยไม่ให้ปัสสาวะเล็ดง่าย และท่อปัสสาวะของผู้ชายจะมีความยาวมากกว่าผู้หญิง เพศหญิงจึงมีแนวโน้มจะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

สาเหตุของโรคช้ำรั่วเกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างคือ กระเพาะปัสสาวะ หูรูดปัสสาวะ รวมถึงท่อปัสสาวะ ไม่ใช่ว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นแล้วจะเป็นทุกคน โดยโรคช้ำรั่ว จะมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ พอปวดปุ๊บก็ปัสสาวะออกมาเลย เข้าห้องน้ำไม่ทัน แม้จะไม่ใช่โรคร้ายที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต แต่จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรำคาญ มีผลต่อสุขภาพจิต และการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจที่จะเข้าสังคม ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง

สังเกตอาการช้ำรั่วได้ดังนี้

1.    เริ่มจากการปัสสาวะบ่อยขึ้นในแต่ละวัน
2.    เมื่อมีอาการปวดปัสสาวะแล้วกลั้นไม่ค่อยได้ต้องเข้าห้องน้ำทันที แต่ไม่ถึงขั้นเล็ดออกมา
3.    เมื่อถึงขั้นร้ายแรงที่สุดคือปวดปัสสาวะแล้วเข้าห้องน้ำไม่ทัน

ซึ่งโดยปกติคนเราจะปัสสาวะวันละ 5-8 ครั้ง หากปัสสาวะน้อย วันละแค่ 2-3 ครั้ง หรือมากกว่า 8 ครั้ง ควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะถ้าปัสสาวะน้อยไปจะส่งผลให้มีเชื้อโรคสะสมในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ ก็จะทำให้ปัสสาวะน้อยลง แต่เราไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานจนเกินไป โดยเฉลี่ยควรปัสสาวะทุก ๆ 2-3 ชม.

การป้องกันโรคช้ำรั่วเบื้องต้น คือ

ดื่มน้ำเยอะๆ วันละ 8-10 แก้ว แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะในช่วงเช้าถึงบ่าย ตอนเย็นไม่ควรดื่มเยอะเกินไป รวมถึงก่อนนอน เพราะการตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกจะรบกวนเวลานอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่จะทำให้มีการปัสสาวะบ่อย เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีกรดสูง ๆ ด้วย เช่น น้ำส้มเข้มข้น เป็นต้น

ฝึกกระชับช่องคลอด หรือ ขมิบช่องคลอดถึงอุ้งเชิงกราน เพิ่มกำลังเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพราะในเพศหญิงอวัยวะอุ้งเชิงกรานจะมีการหย่อนคล้อยมากขึ้นตามอายุ ฉะนั้นต้องฝึกเพิ่มกำลังเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน จะสามารถช่วยปกป้องได้ในระดับหนึ่ง โดยการฝึกขมิบ ฝึกเกร็งนั้น อาจจะต้องมาเรียนรู้กับหมอ ว่าการขมิบเป็นอย่างไร เพราะถ้าหากเราขมิบผิดก็มีโทษเหมือนกัน เหมือนกับการเล่นกล้าม แต่เป็นการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพราะอุ้งเชิงกรานเป็นกล้ามเนื้อที่ช่วยเราป้องกันเวลาเราขยับ เราปวดปัสสาวะ สังเกตดูก็ได้ว่าเวลาเราไอ หรือเราปวดปัสสาวะขึ้นมา ถ้าเกิดเราเกร็ง หรือขมิบอุ้งเชิงกราน อาการปวดจะน้อยลง หรือถ้าเรามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอ ปัสสาวะก็จะไม่เล็ดราด

แม้โรคนี้ไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิต แต่จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เพราะในผู้ป่วยที่ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ก็จะรู้สึกระแวง เมื่อออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน บางคนอาจจะถึงขั้นเก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน ในผู้ป่วยสูงอายุ ถ้าปัสสาวะบ่อยขึ้นต้องรีบเข้าห้องน้ำ หรือลุกขึ้นมาปัสสาวะบ่อยขึ้นในตอนกลางคืน ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการหกล้มได้มากขึ้น

ผู้ป่วยโรคช้ำรั่วควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งมีหลายวิธี ทั้งการกินยารักษา การใช้ฮอร์โมนทดแทน การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยการขมิบช่องคลอด หรือแม้แต่การผ่าตัด รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น การลดน้ำหนัก อย่าให้ท้องผูก งดสูบบุหรี่ งดดื่มกาแฟ น้ำอัดลม เนื่องจากมีสารกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายบ่อย และในปัจจุบันได้มีการพัฒนาผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งมีให้เลือกหลายประเภทขึ้นอยู่กับระดับความซึมซับที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแบบกางเกงซึมซับ กางเกงอนามัย หรือแบบเทป เพื่อช่วยจัดการปัญหาอย่างถูกหลักอนามัย และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้สูงวัยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ เช่น ไปข้างนอก ไปสมาคมกับเพื่อน ๆ หรือไปเที่ยวนอกบ้านกับลูกหลานได้ โดยไม่ต้องกังวลและเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้าน ช่วยให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับท่านใดเริ่มมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไม่ต้องกังวล และไม่ต้องอายที่จะมาพบแพทย์ เพราะโรคนี้สามารถรักษาให้หาย หรือทำให้ดีขึ้น และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์ปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ โทร. 0-2651-9500 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.วิทย์ วิเศษสินธุ์ หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์ 20 กรกฎาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s