คร.ออกคู่มือ ‘รู้จัก-ป้องกัน’ เชื้อไวรัสอีโบลา ดาวน์โหลดฟรี!

thairath140801_01กรมควบคุมโรคออกคู่มือให้ประชาชนรู้จักและป้องกันตัวเอง จากเชื้อไวรัส ‘อีโบลา’ พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรี หลังขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในทวีปแอฟริกา…

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 57 กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกคู่มือ “แนวทาง การดำเนินงาน เฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน และควบคุม โรคอีโบลา ในประเทศไทย ปี 2557” หลังจากที่ขณะนี้กำลังเกิดการระบาดอย่างหนักที่ทวีปแอฟริกา ซึ่งในส่วนของประเทศไทย สธ. ก็ได้ออกมามาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา โดยหนึ่งในนั้น คือ ให้สำนักระบาดวิทยา คร.ติดตามสถานการณ์โรคจากองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาโรคเฉพาะ จึงต้องใช้ระบบการเฝ้าระวังและการตรวจคัดกรอง เพื่อค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยมีอาการอยู่ในข่ายสงสัยให้รายงานทันที

ทั้งนี้ ในคู่มือนั้น ประกอบไปด้วย แนวทางการป้องกันตัวเอง การปฏิบัติตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ การให้ความรู้เรื่องเชื้อไวรัสอีโบลา การสอบสวนโรค การเฝ้าระวัง รวมถึงการสถานการณ์ระบาด ตลอดจนตารางการตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ ซึ่งสามารถ ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ที่นี่

Guidline_ebola_2

ที่มา : ไทยรัฐ 1 สิงหาคม 2557

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่: องค์ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

1. ลักษณะโรค

1. ลักษณะโรค : เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) ซึ่งอยู่ในตระกูล Filoviridae family ประกอบด้วย 5 สายพันธุ์ (species) ได้แก่ สายพันธุ์ไอวอรีโคสต์ สายพันธุ์ซูดาน สายพันธุ์ซาร์อี สายพันธุ์เรสตัน (Reston) และสายพันธุ์ Bundibugyo โดยสายพันธุ์ซูดาน สายพันธุ์ซาร์อี และสายพันธุ์ Bundibugyo ทำให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาและทำให้มีอัตราป่วยตายประมาณ ร้อยละ 25-90 ในขณะที่ สายพันธุ์ไอวอรีโคสต์ และสายพันธุ์เรสตัน (Reston) มักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากสายพันธุ์เรสตัน (Reston)


2. อาการของ และ ระยะฟักตัว

ระยะฟักตัวประมาณ 2 – 21 วัน ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว (maculopapular rash) ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย (internal and external bleeding) มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้

3. การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยมักจะเป็นการตรวจผสมผสานระหว่างการตรวจหาแอนติเจน โดยวิธี RT-PCR ร่วมกับหาแอนติบอดี คือ IgM หรือ IgG จากตัวอย่างเลือด นํ้าเหลือง หรือจากอวัยวะ อาจใช้การแยกเชื้อไวรัสโดยการเพาะเชื้อ หรือการเลี้ยงในหนูตะเภา หรือบางครั้งอาจตรวจพบเชื้อได้จากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในชื้นเนื้อจากตับ ม้าม ผิวหนัง หรืออวัยวะอื่นๆ การชันสูตรศพโดยการตรวจชื้นเนื้อ (Formalin-fixed skin biopsy) หรือการผ่าศพพิสูจน์ด้วยการตรวจหาภูมิคุ้มกันหรือองค์ประกอบทางเคมีของเซลลและเนื้อเยื่อสามารถทําได้และเนื่องจากโรคนี้มีอันตรายต่อมนุษย์สูงมาก ดังนั้นการตรวจและศึกษาทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ กระทําได้เฉพาะในระบบป้องกันอันตรายที่อาจเกิดแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งชุมชนในระดับสูงสุด (BSL-4)

4. การรักษา

ไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ

5. แหล่งรังโรค

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ถึงแม้จะมีการศึกษาอย่างกว้างขวาง จากหลักฐานที่เพิ่มขึ้นชี้ให้เห็นถึงบทบาทของลิง (ซึ่งมีโรคที่คล้ายคลึงกับคน) และ/หรือ ค้างคาวในห่วงโซ่การถ่ายทอดเชื้อสู่คน ในทวีปแอฟริกา พบว่าการติดเชื้อไวรัสอีโบลาในผู้ป่วยรายแรกที่พบ (human index case) มีความเกี่ยวข้องกับการสัมผัสลิงกอริลล่า ลิงซิมแปนซี ลิงอื่นๆ สัตว์จำพวกเลียงผา กวางผา และเม่นที่ตายหรือถูกฆ่าในป่าทึบ จนถึงปัจจุบันนี้ พบเชื้อไวรัสอีโบลาในสัตว์ป่า เช่น ซากลิงซิมแปนซี (ในประเทศไอวอรีโคสต์และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) ลิงกอริลล่า (ในประเทศกาบองและประเทศคองโก) และตัว duikers (ในประเทศคองโก) ที่พบตายในป่าทึบ การตายของลิงชิมแปนซี และลิงกอริลล่าจำนวนมากสามารถใช้ในการเฝ้าติดตามการแพร่กระจายของไวรัสได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้สัตว์เหล่านี้จะสามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อสู่คนได้ แต่ไม่น่าจะเป็นแหล่งรังโรค และจากหลักฐานที่มีอยู่บ่งชี้ว่า ค้างคาวน่าจะเป็นแหล่งรังโรค จากการตรวจหาการสร้างแอนติบอดี และ RT-PCR ในค้างคาว และความสัมพันธ์ของการสร้างแอนติบอดีในคนที่สัมผัสค้างคาว

6. วิธีการแพร่โรค

พบการติดต่อของเชื้อไวรัสอีโบลาสู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือเครื่องในของลิงที่ติดเชื้อ หรือเกิดขณะจัดการหรือชําแหละสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตาย โดยยังไม่พบรายงานจากการติดเชื้อผ่านทางละอองฝอยที่ลอยในอากาศ สำหรับการติดต่อจากคนสู่คน เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือดที่ติดเชื้อ สารคัดหลั่ง อวัยวะ หรือนํ้าอสุจิ นอกจากนี้ การติดเชื้อในโรงพยาบาลก็พบได้บ่อยผ่านทางเข็มและหลอดฉีดยาที่ปนเปื้อนเชื้อ และยังพบการแพร่กระจายเชื้ออีโบลาในพิธีศพได้บ่อย เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตอาจมีการสัมผัสโดยตรงกับร่างกายของผู้เสียชีวิต

7. ระยะติดต่อของโรค

จะไม่มีการแพร่เชื้อก่อนระยะมีไข้ และจะแพร่เชื้อเพิ่มมากขึ้นในระยะที่มีอาการป่วยนานเท่าที่เลือดและสารคัดหลั่งยังมีไวรัสอยู่ ในผู้ป่วยรายหนึ่งที่ได้รับเชื้อจากห้องปฏิบัติการสามารถตรวจพบเชื้ออีโบลาในน้ำอสุจิได้ในวันที่ 61 แต่ตรวจไม่พบในวันที่ 76 หลังเริ่มป่วย

8. มาตรการป้องกันโรค

ยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงสําหรับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ควรป้องกันการมีเพศสัมพันธ์หลังการเจ็บป่วยเป็นเวลา 3 เดือน หรือจนกระทั่งตรวจไม่พบไวรัสในนํ้าอสุจิ

9. มาตรการควบคุมการระบาด

แยกผู้ป่วยสงสัยจากผู้ป่วยอื่นๆ และเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด ใช้มาตรการ ป้องกันการติดเชื้อในสถานพยาบาลอย่างเข้มงวด รวมถึงดําเนินการให้ความรู้แก่ชุมชนอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

ที่มา :  สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

bangkokbiznews140815_01

บอกความจริง ‘อีโบลา’

ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอบข้อสงสัย ผ่านการถาม – ตอบ ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคติดเชื้ออีโบล่าไวรัส

– อีโบลาคืออะไร

ตอบ : เป็นเชื้อไวรัสก่อโรครุนแรงในคนและลิง แหล่งรังโรคธรรมชาติคือค้างคาวกินผลไม้ แต่อาจมีสัตว์ชนิดอื่นอีกซึ่งมีที่อยู่อาศัยหลักในป่าดิบชื้นในทวีปแอฟริกา ไม่พบแหล่งรังโรคที่ติดเชื้อในประเทศไทย โรคนี้ระบาดมาแล้วมากกว่า 20 ครั้งในทวีปแอฟริกา ขณะนี้มีการระบาดใหญ่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ในประเทศไลบีเรีย กินี เซียร์ราลีโอน และไนจีเรีย ผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีโบล่ามีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 50

– โรคนี้ติดต่อได้อย่างไร

ตอบ : ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด น้ำเหลือง สารคัดหลั่งของคนและสัตว์ที่เป็นโรค เชื้อจะเข้าทางผิวหนังหรือเยื่อเมือกที่มีแผลหรือรอยถลอก รวมถึงการโดนวัตถุมีคมที่มีเชื้อตำ การติดต่อส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการหรือศพผู้เสียชีวิตโดยไม่ได้ป้องกัน การสัมผัสผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการมีโอกาสติดเชื้อน้อยมาก เชื้ออีโบล่าไม่ติดต่อทางอากาศ อาหาร น้ำดื่ม การพูดคุยกันและการถูกยุงกัด

– ติดเชื้อแล้วมีอาการอย่างไร

ตอบ : หลังได้รับเชื้อภายใน 21 วัน (ส่วนใหญ่ 1 – 2 สัปดาห์) จะมีไข้สูง ปวดหัว ปวดตามตัว อ่อนเพลียคล้ายไข้หวัด หรือไข้เลือดออก อาจมีคลื่นไส้ อาเจียนปวดท้อง ท้องเสีย มีผื่นตามตัว ต่อมาจะมีเลือดออกตามผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ระบบต่างๆของร่างกายล้มเหลว ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายใน 1 – 2 สัปดาห์หลังมีอาการ

– ถ้ามีอาการและสงสัยว่าติดเชื้อ จะยืนยันอย่างไร

ตอบ : การวินิจฉัยโรคอาศัยการตรวจในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรการความปลอดภัยสูงสุด (ระดับ 4) โดยตรวจหาเชื้อหรือภูมิต้านทานต่อเชื้อ

– ถ้าติดเชื้อหรือสงสัยว่าติดเชื้อควรทำอย่างไร?

ตอบ : ถ้ามีประวัติเดินทางมาจากถิ่นที่มีการระบาด หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยไม่เกิน 21 วันก่อนมีอาการข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์

– โรคนี้รักษาได้หรือไม่?

ตอบ : ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยเฉพาะ แต่แพทย์จะให้การดูแลรักษาโดยการให้สารน้ำ ดูแลเรื่องการหายใจ และให้การรักษาประคับประคองอื่นๆอย่างใกล้ชิด

– จะป้องกันการติดเชื้ออย่างไร?

ตอบ : ใช้หลักการรักษาสุขอนามัย ได้แก่ การล้างมือและรักษาความสะอาดทั่วไป

– ถ้ามีผู้ป่วย/ผู้ที่อาจติดเชื้อ แพทย์จะแยกตัวผู้ป่วยทันทีและควบคุมการสัมผัสขั้นสูงสุด

เครื่องใช้วัสดุที่สัมผัสกับผู้ป่วย ใช้วิธีการทำลายเชื้ออย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ต้มเดือด 5 นาที ใช้ความร้อน 60°C นาน 30 นาที ,อบด้วยรังสีแกมมา/ยูวี หรือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ คาดว่าจะมีการศึกษาทดลองวัคซีนในปี 2558

– ขญะนี้มีผู้ป่วยโรคติดเชื้ออีโบล่าในประเทศไทยหรือไม่?

ตอบ : ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้ป่วยในประเทศไทยโอกาสที่จะพบผู้ป่วยโรคนี้ในประเทศไทยมีน้อยมาก

– โรคนี้ติดต่อได้ง่ายในประชาชนทั่วไปหรือไม่?

ตอบ : จากการศึกษาทางระบาดวิทยา โรคติดเชื้ออีโบล่าเมื่อเทียบกับโรคติดต่ออื่นๆมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อในประชาชนทั่วไปต่ำ โดยพบว่าความสามารถในการแพร่เชื้อในชุมชนต่ำกว่าโรคหัดประมาณ 10 เท่า ต่ำกว่าโรคซาร์และไข้หวัดใหญ่ประมาณ 2 – 3 เท่า

– ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคนี้คือกลุ่มใด?

ตอบ : คนที่ใกล้ชิดและสัมผัสผู้ป่วย เช่น บุคลากรทางการแพทย์ ญาติผู้ป่วยและคนทำศพที่ติดเชื้อ

– ช่วงนี้ถ้าใครมีไข้สูง ปวดเมื่อย ปวดหัว มีผื่นตามตัว คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเดิน แสดงว่าน่าจะติดเชื้ออีโบล่าใช่หรือไม่?

ตอบ : ไม่ใช่ อาการดังกล่าวสามารถเกิดจากโรคติดเชื้ออื่นๆที่พบได้บ่อยกว่าในประเทศไทย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออกจากยุงลาย ไข้มาลาเรีย ไข้ทัยฟอยด์ โรคฉี่หนู อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ควรสงสัยว่าติดเชื้ออีโบล่าก็ต่อเมื่อผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยหรือเดินทางไปในถิ่นระบาดของโรคนี้ภายใน 21 วันก่อนมีอาการ

– ควรงดการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้หรือไม่?

ตอบ : องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทางไปในถิ่นระบาดในทวีปแอฟริกา แต่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่จำเป็น ส่วนการเดินทางไปประเทศที่ไม่ได้เป็นถิ่นระบาดไม่จำเป็นต้องงด

– มีโอกาสที่จะติดเชื้ออีโบล่าจากการเดินทางโดยเครื่องบินร่วมกับผู้ป่วยที่เดินทางมาจากถิ่นระบาดบนเครื่องหรือระหว่างรอขึ้นเครื่องที่สนามบินหรือไม่

ตอบ : การเดินทางโดยเครื่องบินร่วมกับผู้ป่วยมีโอกาสติดเชื้อน้อยมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้ป่วยที่มีอาการจะถูกคัดกรองโดยสายการบินและท่าอากาศยานไม่อนุญาตให้เดินทางโดยเครื่องบิน ในกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการจะมีปริมาณเชื้อในเลือดไม่มาก นอกจากนี้เนื่องจากการติดต่อจะเกิดได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือสิ่งคัดหลั่ง โอกาสแพร่เชื้อจึงน้อยมาก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 15 สิงหาคม 2557

 

 

 

Ebola virus disease

Key facts

  • Ebola virus disease (EVD), formerly known as Ebola haemorrhagic fever, is a severe, often fatal illness in humans.
  • EVD outbreaks have a case fatality rate of up to 90%.
  • EVD outbreaks occur primarily in remote villages in Central and West Africa, near tropical rainforests.
  • The virus is transmitted to people from wild animals and spreads in the human population through human-to-human transmission.
  • Fruit bats of the Pteropodidae family are considered to be the natural host of the Ebola virus.
  • Severely ill patients require intensive supportive care. No licensed specific treatment or vaccine is available for use in people or animals.

Ebola first appeared in 1976 in 2 simultaneous outbreaks, in Nzara, Sudan, and in Yambuku, Democratic Republic of Congo. The latter was in a village situated near the Ebola River, from which the disease takes its name.

Genus Ebolavirus is 1 of 3 members of the Filoviridae family (filovirus), along with genus Marburgvirus and genus Cuevavirus. Genus Ebolavirus comprises 5 distinct species:

  • Bundibugyo ebolavirus (BDBV)
  • Zaire ebolavirus (EBOV)
  • Reston ebolavirus (RESTV)
  • Sudan ebolavirus (SUDV)
  • Taï Forest ebolavirus (TAFV).

BDBV, EBOV, and SUDV have been associated with large EVD outbreaks in Africa, whereas RESTV and TAFV have not. The RESTV species, found in Philippines and the People’s Republic of China, can infect humans, but no illness or death in humans from this species has been reported to date.

Transmission

Ebola is introduced into the human population through close contact with the blood, secretions, organs or other bodily fluids of infected animals. In Africa, infection has been documented through the handling of infected chimpanzees, gorillas, fruit bats, monkeys, forest antelope and porcupines found ill or dead or in the rainforest.

Ebola then spreads in the community through human-to-human transmission, with infection resulting from direct contact (through broken skin or mucous membranes) with the blood, secretions, organs or other bodily fluids of infected people, and indirect contact with environments contaminated with such fluids. Burial ceremonies in which mourners have direct contact with the body of the deceased person can also play a role in the transmission of Ebola. Men who have recovered from the disease can still transmit the virus through their semen for up to 7 weeks after recovery from illness.

Health-care workers have frequently been infected while treating patients with suspected or confirmed EVD. This has occurred through close contact with patients when infection control precautions are not strictly practiced.

Among workers in contact with monkeys or pigs infected with Reston ebolavirus, several infections have been documented in people who were clinically asymptomatic. Thus, RESTV appears less capable of causing disease in humans than other Ebola species.

However, the only available evidence available comes from healthy adult males. It would be premature to extrapolate the health effects of the virus to all population groups, such as immuno-compromised persons, persons with underlying medical conditions, pregnant women and children. More studies of RESTV are needed before definitive conclusions can be drawn about the pathogenicity and virulence of this virus in humans.

Signs and symptoms

EVD is a severe acute viral illness often characterized by the sudden onset of fever, intense weakness, muscle pain, headache and sore throat. This is followed by vomiting, diarrhoea, rash, impaired kidney and liver function, and in some cases, both internal and external bleeding. Laboratory findings include low white blood cell and platelet counts and elevated liver enzymes.

People are infectious as long as their blood and secretions contain the virus. Ebola virus was isolated from semen 61 days after onset of illness in a man who was infected in a laboratory.

The incubation period, that is, the time interval from infection with the virus to onset of symptoms, is 2 to 21 days.

Diagnosis

Other diseases that should be ruled out before a diagnosis of EVD can be made include: malaria, typhoid fever, shigellosis, cholera, leptospirosis, plague, rickettsiosis, relapsing fever, meningitis, hepatitis and other viral haemorrhagic fevers.

Ebola virus infections can be diagnosed definitively in a laboratory through several types of tests:

  • antibody-capture enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA)
  • antigen detection tests
  • serum neutralization test
  • reverse transcriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) assay
  • electron microscopy
  • virus isolation by cell culture.

Samples from patients are an extreme biohazard risk; testing should be conducted under maximum biological containment conditions.

Vaccine and treatment

No licensed vaccine for EVD is available. Several vaccines are being tested, but none are available for clinical use.

Severely ill patients require intensive supportive care. Patients are frequently dehydrated and require oral rehydration with solutions containing electrolytes or intravenous fluids.

No specific treatment is available. New drug therapies are being evaluated.

Natural host of Ebola virus

In Africa, fruit bats, particularly species of the genera Hypsignathus monstrosus, Epomops franqueti and Myonycteris torquata, are considered possible natural hosts for Ebola virus. As a result, the geographic distribution of Ebolaviruses may overlap with the range of the fruit bats.

Ebola virus in animals

Although non-human primates have been a source of infection for humans, they are not thought to be the reservoir but rather an accidental host like human beings. Since 1994, Ebola outbreaks from the EBOV and TAFV species have been observed in chimpanzees and gorillas.

RESTV has caused severe EVD outbreaks in macaque monkeys (Macaca fascicularis) farmed in Philippines and detected in monkeys imported into the USA in 1989, 1990 and 1996, and in monkeys imported to Italy from Philippines in 1992.

Since 2008, RESTV viruses have been detected during several outbreaks of a deadly disease in pigs in People’s Republic of China and Philippines. Asymptomatic infection in pigs has been reported and experimental inoculations have shown that RESTV cannot cause disease in pigs.

Prevention and control

Controlling Reston ebolavirus in domestic animals

No animal vaccine against RESTV is available. Routine cleaning and disinfection of pig or monkey farms (with sodium hypochlorite or other detergents) should be effective in inactivating the virus.

If an outbreak is suspected, the premises should be quarantined immediately. Culling of infected animals, with close supervision of burial or incineration of carcasses, may be necessary to reduce the risk of animal-to-human transmission. Restricting or banning the movement of animals from infected farms to other areas can reduce the spread of the disease.

As RESTV outbreaks in pigs and monkeys have preceded human infections, the establishment of an active animal health surveillance system to detect new cases is essential in providing early warning for veterinary and human public health authorities.

Reducing the risk of Ebola infection in people

In the absence of effective treatment and a human vaccine, raising awareness of the risk factors for Ebola infection and the protective measures individuals can take is the only way to reduce human infection and death.

In Africa, during EVD outbreaks, educational public health messages for risk reduction should focus on several factors:

  • Reducing the risk of wildlife-to-human transmission from contact with infected fruit bats or monkeys/apes and the consumption of their raw meat. Animals should be handled with gloves and other appropriate protective clothing. Animal products (blood and meat) should be thoroughly cooked before consumption.
  • Reducing the risk of human-to-human transmission in the community arising from direct or close contact with infected patients, particularly with their bodily fluids. Close physical contact with Ebola patients should be avoided. Gloves and appropriate personal protective equipment should be worn when taking care of ill patients at home. Regular hand washing is required after visiting patients in hospital, as well as after taking care of patients at home.
  • Communities affected by Ebola should inform the population about the nature of the disease and about outbreak containment measures, including burial of the dead. People who have died from Ebola should be promptly and safely buried.

Pig farms in Africa can play a role in the amplification of infection because of the presence of fruit bats on these farms. Appropriate biosecurity measures should be in place to limit transmission. For RESTV, educational public health messages should focus on reducing the risk of pig-to-human transmission as a result of unsafe animal husbandry and slaughtering practices, and unsafe consumption of fresh blood, raw milk or animal tissue. Gloves and other appropriate protective clothing should be worn when handling sick animals or their tissues and when slaughtering animals. In regions where RESTV has been reported in pigs, all animal products (blood, meat and milk) should be thoroughly cooked before eating.

Controlling infection in health-care settings

Human-to-human transmission of the Ebola virus is primarily associated with direct or indirect contact with blood and body fluids. Transmission to health-care workers has been reported when appropriate infection control measures have not been observed.

It is not always possible to identify patients with EBV early because initial symptoms may be non-specific. For this reason, it is important that health-care workers apply standard precautions consistently with all patients – regardless of their diagnosis – in all work practices at all times. These include basic hand hygiene, respiratory hygiene, the use of personal protective equipment (according to the risk of splashes or other contact with infected materials), safe injection practices and safe burial practices.

Health-care workers caring for patients with suspected or confirmed Ebola virus should apply, in addition to standard precautions, other infection control measures to avoid any exposure to the patient’s blood and body fluids and direct unprotected contact with the possibly contaminated environment. When in close contact (within 1 metre) of patients with EBV, health-care workers should wear face protection (a face shield or a medical mask and goggles), a clean, non-sterile long-sleeved gown, and gloves (sterile gloves for some procedures).

Laboratory workers are also at risk. Samples taken from suspected human and animal Ebola cases for diagnosis should be handled by trained staff and processed in suitably equipped laboratories.

WHO response

WHO provides expertise and documentation to support disease investigation and control.

Recommendations for infection control while providing care to patients with suspected or confirmed Ebola haemorrhagic fever are provided in: Interim infection control recommendations for care of patients with suspected or confirmed Filovirus (Ebola, Marburg) haemorrhagic fever, March 2008. This document is currently being updated.

WHO has created an aide–memoire on standard precautions in health care (currently being updated). Standard precautions are meant to reduce the risk of transmission of bloodborne and other pathogens. If universally applied, the precautions would help prevent most transmission through exposure to blood and body fluids.

Standard precautions are recommended in the care and treatment of all patients regardless of their perceived or confirmed infectious status. They include the basic level of infection control—hand hygiene, use of personal protective equipment to avoid direct contact with blood and body fluids, prevention of needle stick and injuries from other sharp instruments, and a set of environmental controls.

Table: Chronology of previous Ebola virus disease outbreaks

 

Year Country Ebolavirus species Cases Deaths Case fatality
2012 Democratic Republic of Congo Bundibugyo 57 29 51%
2012 Uganda Sudan 7 4 57%
2012 Uganda Sudan 24 17 71%
2011 Uganda Sudan 1 1 100%
2008 Democratic Republic of Congo Zaire 32 14 44%
2007 Uganda Bundibugyo 149 37 25%
2007 Democratic Republic of Congo Zaire 264 187 71%
2005 Congo Zaire 12 10 83%
2004 Sudan Sudan 17 7 41%
2003 (Nov-Dec) Congo Zaire 35 29 83%
2003 (Jan-Apr) Congo Zaire 143 128 90%
2001-2002 Congo Zaire 59 44 75%
2001-2002 Gabon Zaire 65 53 82%
2000 Uganda Sudan 425 224 53%
1996 South Africa (ex-Gabon) Zaire 1 1 100%
1996 (Jul-Dec) Gabon Zaire 60 45 75%
1996 (Jan-Apr) Gabon Zaire 31 21 68%
1995 Democratic Republic of Congo Zaire 315 254 81%
1994 Cote d’Ivoire Taï Forest 1 0 0%
1994 Gabon Zaire 52 31 60%
1979 Sudan Sudan 34 22 65%
1977 Democratic Republic of Congo Zaire 1 1 100%
1976 Sudan Sudan 284 151 53%
1976 Democratic Republic of Congo Zaire 318 280 88%

For more information contact:

WHO Media centre
Telephone: +41 22 791 2222
E-mail: mediainquiries@who.int

SOURCE: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs103/en/.

Ebola virus: Nine things to know about the killer disease

By Susannah Cullinane and Madison Park, CNN
August 8, 2014

Hundreds of people are dead as the worst Ebola virus outbreak in history sweeps through West Africa.

It began as a handful of cases in Guinea in March but quickly spread to neighboring Sierra Leone and Liberia.

Here are nine things to know about what the World Health Organization calls “one of the world’s most virulent diseases.”

Why does Ebola generate such fear?

Medecins Sans Frontieres (MSF) describes Ebola as “one of the world’s most deadly diseases.”

“It is a highly infectious virus that can kill up to 90% of the people who catch it, causing terror among infected communities,” it says.

There is also no vaccination against it.

Of Ebola’s five subtypes, the Zaire strain — the first to be identified — is considered the most deadly.

The WHO said preliminary tests on the Ebola virus in Guinea in March suggested that the outbreak there was this strain, though that has not been confirmed.

What is Ebola?

The Ebola virus causes viral hemorrhagic fever, which according to the U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC), refers to a group of viruses that affect multiple organ systems in the body and are often accompanied by bleeding.

The virus is named after the Ebola River in the Democratic Republic of Congo (formerly Zaire), where one of the first outbreaks occurred in 1976. The same year there was another outbreak in Sudan.

The WHO says there are five different strains of the virus — named after the areas they originated in. Three of these have been associated with large outbreaks of hemorrhagic fever in Africa.

These are the Bundibugyo — an area of Uganda where the virus was discovered in 2007 — Sudan and Zaire sub-types.

There has been a solitary case of Ivory Coast Ebola. This subtype was discovered when a researcher studying wild chimpanzees became ill in 1994 after an autopsy on one of the animals. The researcher recovered.

Finally, Reston Ebola is named after Reston in the U.S. state of Virginia, where this fifth strain of the Ebola virus was identified in monkeys imported from the Philippines. The CDC says while humans have been infected with Ebola Reston, there have been no cases of human illness or death from this sub-type.

What are Ebola’s symptoms?

Early symptoms include sudden onset of fever, weakness, muscle pain, headaches and a sore throat. These symptoms can appear two to 21 days after infection.

The WHO says these nonspecific early symptoms can be mistaken for signs of diseases such as malaria, typhoid fever, meningitis or even the plague.

MSF says some patients may also develop a rash, red eyes, hiccups, chest pains and difficulty breathing and swallowing.

The early symptoms progress to vomiting, diarrhea, impaired kidney and liver function and sometimes internal and external bleeding.

Ebola can only be definitively confirmed by five different laboratory tests.

How is it treated?

There are no specific treatments for Ebola. MSF says patients are isolated and then supported by health care workers.

“This consists of hydrating the patient, maintaining their oxygen status and blood pressure and treating them for any complicating infections,” it says.

There have been cases of health care workers contracting the virus from patients, and the WHO has issued guidance for dealing with confirmed or suspected cases of the virus.

Caregivers are advised to wear impermeable gowns and gloves and to wear facial protection such as goggles or a medical mask to prevent splashes to the nose, mouth and eyes.

MSF says it contained a 2012 outbreak in Uganda by placing a control area around its treatment center. An outbreak is considered over once 42 days — double the incubation period of the disease — have passed without any new cases.

What drugs exist to combat the disease?

Two American missionary workers infected with Ebola were given an experimental drug called ZMapp, which seems to have saved their lives. The drug, developed by a San Diego firm, had never been tried before on humans, but it showed promise in small experiments on monkeys.

But rolling out an untested drug during a massive outbreak would also be very difficult, according to MSF. Experimental drugs are typically not mass-produced, and tracking the success of such a drug if used would require extra medical staff where resources are already scarce. ZMapp’s maker says it has very few doses ready for patient use.

There are other experimental drugs. Tekmira, a Vancouver-based company that has a $140 million contract with the U.S. Department of Defense to develop an Ebola drug, began Phase 1 trials with its drug in January. But the FDA recently halted the trial, asking for more information.

At least one potential Ebola vaccine has been tested in healthy human volunteers, according to Thomas Geisbert, a leading researcher at the University of Texas Medical Branch. And last week, the NIH announced that a safety trial of another Ebola vaccine will start as early as September.

And in March, the U.S. National Institute of Health awarded a five-year, $28 million grant to establish a collaboration between researchers from 15 institutions who were working to fight Ebola.

“A whole menu of antibodies have been identified as potentially therapeutic, and researchers are eager to figure out which combinations are most effective and why,” a news release about the grant said.

How does Ebola virus spread?

The WHO says it is believed that fruit bats may be the natural host of the Ebola virus in Africa, passing on the virus to other animals.

Humans contract Ebola through contact with the bodily fluids of infected animals or the bodily fluids of infected humans.

MSF says that while the virus is believed to be able to survive for some days in liquid outside an infected organism, chlorine disinfection, heat, direct sunlight, soaps and detergents can kill it.

MSF epidemiologist Kamiliny Kalahne said outbreaks usually spread in areas where hospitals have poor infection control and limited access to resources such as running water.

“People who become sick with it almost always know how they got sick: because they looked after someone in their family who was very sick — who had diarrhea, vomiting and bleeding — or because they were health staff who had a lot of contact with a sick patient,” she said.

Can plane passengers become infected?

While the CDC acknowledges it’s possible a person infected with Ebola in West Africa could get on a plane and arrive in another country, the chances of the virus spreading during the journey are low.

“It’s very unlikely that they would be able to spread the disease to fellow passengers,” said Stephen Monroe, deputy director of CDC’s National Center for Emerging Zoonotic and Infectious Diseases.

“The Ebola virus spreads through direct contact with the blood, secretions, or other body fluids of ill people, and indirect contact — for example with needles and other things that may be contaminated with these fluids.”

He added that most people who have become infected with Ebola lived with or cared for an ill patient.

“This is not an airborne transmission,” said Dr. Marty Cetron, director of CDC’s Division of Global Migration and Quarantine. “There needs to be direct contact frequently with body fluids or blood.”

Travelers should take precautions by avoiding areas experiencing outbreaks and avoid contact with Ebola patients.

“It is highly unlikely that someone suffering such symptoms would feel well enough to travel,” IATA said in a statement.

“In the rare event that a person infected with the Ebola virus was unknowingly transported by air, WHO advises that the risks to other passengers are low. Nonetheless, WHO does advise public health authorities to carry out contact tracing in such instances.”

This means determining who had contact with the affected person.

What should flight crew do if Ebola infection is suspected?

The CDC has issued guidance for airline crews on Ebola virus infections.

“As with many other global infectious disease outbreaks, airline carriers, crew members, airports can be very important partners in that front line,” said Cetron. “Being educated, knowing the symptoms, recognizing what to do, having a response protocol, knowing who to call, those are really, really important parts of the global containment strategy to deal with threats like this.”

The CDC advises that when flight crew members encounter a passenger with symptoms that they suspect could be Ebola, such as fever and bleeding, that they keep the sick person away from other passengers. They’ve been instructed to wear disposable gloves and to provide the sickened person with a surgical mask to prevent fluids from spreading through talking, sneezing or coughing.

The airline cleaning crew are also instructed to wear disposable gloves, wipe down surfaces including armrests, seat backs, trays and light switches. The CDC says that packages and cargo should not pose a risk, unless the items have been soiled with blood or bodily fluids.

When someone becomes ill on a flight, the captain is required by aviation regulations to report the suspected case to air traffic control, according to IATA.

What is the risk of catching Ebola on a plane?

How many cases have there been?

The CDC estimates there have been more than 3,000 cases of Ebola and more than 2,000 deaths since 1976.

The last recorded outbreaks before the current one in Guinea were in 2012 — in Uganda and Democratic Republic of Congo.

The Uganda outbreak involved a total of 24 probable and confirmed cases, and 17 deaths, according to the WHO, which declared it had ended in October 2012.

MSF said the Uganda outbreak had been the Sudan strain, while the virus found in DRC was the Bundibugyo sub-type.

Before 2014, the most deadly outbreak was the 1976 outbreak in then Zaire, when 280 of 318 infected people died, according to the CDC. In 2000, there were 425 cases of Ebola Sudan in Uganda, which resulted in 224 fatalities.

SOURCE : http://edition.cnn.com/2014/08/07/world/ebola-virus-q-and-a/?iref=obnetwork

.
Related Article:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s