ไขปริศนา ‘อีโบลา ไวรัส’ เชื้อร้ายคร่าชีวิต-รู้ก่อนป้องกันได้

dailynews140810_01aการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายอีโบลาไวรัสในปีนี้ถือว่ามีสถิติผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งมีการแพร่กระจายไปได้ไกลกว่าในอดีตมาก จึงทำให้หลายคนมีความวิตกกังวลว่าเชื้อจะแพร่ระบาดมายังประเทศไทย เพราะหากใครได้รับเชื้อจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยังไม่มียาปฏิชีวนะตัวใดที่จะสามารถฆ่าเชื้อร้ายนี้ได้ จึงนับเป็นมหันตภัยร้ายที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในขณะนี้

แพทย์หญิงอรอุมา บรรพมัย อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า โรคไวรัสอีโบลา เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่มีชื่อว่าอีโบลา (Ebola virus) มาจากหมู่บ้านหนึ่งที่เริ่มมีการระบาดครั้งแรกตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 ตั้งอยู่ที่ประเทศซาอีร์ ปัจจุบันคือ ประเทศคองโก ซึ่งหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่ชื่อว่า อีโบลา เมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคขึ้นจึงเรียกกันว่าเชื้ออีโบลา ไวรัส ตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 จน

ถึงปัจจุบันมีการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้ออีโบลาไวรัสอยู่เรื่อย ๆ แต่ปีค.ศ. 2014 เป็นปีที่มีการระบาดมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับโรคนี้เป็นพิเศษ

อีโบลา ไวรัส เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้และเลือดออก ซึ่งไม่ใช่ไวรัสอีโบลาตัวเดียวที่ทำให้เกิดไข้และเลือดออก แต่จริง ๆ แล้วมีไวรัสอีกหลายชนิดที่สามารถทำให้เกิดภาวะดังกล่าว เช่น ในประเทศไทย คือ “เดงกีไวรัส” (Dengue virus) หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “โรคไข้เลือดออก” แต่จริง ๆ แล้วเรียกว่า “โรคไข้เลือดออกเดงกี” ที่เกิดจากเดงกีไวรัส ขณะนี้กำลังระบาดอยู่ในเมืองไทยไม่แตกต่างกับอีโบลา ไวรัส แต่ไม่รุนแรงและโหดร้ายเท่าอีโบลาไวรัส นอกจากนี้ยังมีเชื้อไวรัส ไข้เหลือง (Yellow fever) ก็สามารถทำให้เกิดอาการไข้ ตัวเหลือง และเลือดออกได้ อัตราการเสียชีวิตไม่แตกต่างกับอีโบลา ไวรัส มากนัก

เริ่มแรกอีโบลา ไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในสัตว์แถบแอฟริกา เริ่มมีการตรวจพบตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 ใน ค้างคาว ลิงชิมแปนซี และกวาง สาเหตุที่ทำให้เชื้ออีโบลาจากสัตว์มาสู่คนสงสัยว่าอาจเกิดจากลิง โดยอาการของคนคือ มีไข้ ปวดหัว ปวดตัว ซึ่งอาการช่วงแรก ๆ จะเหมือนเป็นไข้มาลาเรียหรือไข้หวัดใหญ่ หลังจากนั้นอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คือ ทำให้เกิดภาวะตับและไตวาย หรือระบบภายในของอวัยวะเกิดภาวะการทำงานที่เสื่อมลง และทำให้เสียชีวิต หรือเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกก็ได้

สำหรับลิงที่ป่วยจะมีอาการไข้ ซึม น้ำลายหรือเสมหะออกมามาก แต่เราไม่ทราบว่าลิงป่วยเป็นโรคอะไรทำให้ไปสัมผัสสารคัดหลั่งที่ออกมาจากลิงหรือแม้กระทั่งการไปสัมผัสซากลิงที่ตายแล้วเพื่อนำไปฝังโดยไม่ใส่ถุงมือให้เรียบร้อย เป็นสาเหตุทำให้เชื้อเข้าสู่คนได้ ซึ่งเชื้อโรคจะเข้าสู่ตามผิวหนังที่เป็นแผล หรือหากเชื้อติดที่มือแล้วเราไปหยิบจับอาหารเข้าปากหรือเอามือไปแคะตา หู จมูก ปาก สามารถทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งหมด ซึ่งเชื้อ

อีโบลา ไวรัสสามารถอยู่ได้นานประมาณ5-6 ชั่วโมง โดยเฉพาะอยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น ในน้ำลาย และหากมีการจามจะสามารถแพร่กระจายไปได้ไกล 2-3 ฟุต

อย่างไรก็ตามในสมัยก่อนเชื้ออีโบลาไวรัส ระบาดกันอยู่เฉพาะในประเทศเล็ก ๆ เช่น คองโก ซูดาน ปีหนึ่งระบาดประมาณ 200-300 ราย มีอัตราการเสียชีวิตเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด แต่ว่าในปีค.ศ. 2014 นี้ เป็นปีมหันตภัยมากเพราะจากเริ่มรายงานการระบาดตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบันมีอัตราการติดเชื้อกระโดดไปถึง 1,000 กว่าราย และมีผู้เสียชีวิตเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ยังอยู่ในขั้นทดลองทั้งสิ้น

dailynews140810_01b

สาเหตุที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดครั้งนี้อาจเกิดจากสภาพของความเป็นอยู่ของประชาชนในแถบนั้น โดยเฉพาะในฤดูแล้งเป็นช่วงที่น้ำน้อย แค่น้ำที่จะดื่มกินบางครั้งก็มีไม่เพียงพอ ประชาชนจึงไม่ได้ดูแลสุขอนามัยของตัวเอง เช่น ไม่ได้ล้างมือให้สะอาด เชื้อโรคจึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

ระยะเวลาการแพร่เชื้อเริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ไปจนกระทั่งจบอาการหรือเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีไข้ไปจนถึงการเสียชีวิตนั้นขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนจะมีอาการมากน้อยแค่ไหน บางคนรีบมารักษาได้เร็ว มีภูมิต้านทานดีก็หายได้เร็ว หรือบางคนอาการแย่มาก มีอาการ 1-3 สัปดาห์ก็เสียชีวิต ซึ่งในระหว่างนี้สามารถแพร่กระจายเชื้อได้หมด

ผู้ที่รอดชีวิตจากเชื้ออีโบลาไวรัสส่วนใหญ่ใช้รักษาแบบประคับประคอง และเมื่อภูมิต้านทานของคนไข้กลับมาจะสามารถช่วยรักษาตัวเองได้ คือภูมิต้านทานสามารถที่จะไปกดไวรัสและทำให้ไม่เกิดการทำลายของอวัยวะภายในต่าง ๆ ซึ่งคนที่รอดชีวิตส่วนมากเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว ดังนั้นผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า ขณะนี้มีการศึกษาอยู่ว่าจะนำเลือดผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากโรคอีโบลาไวรัสมาสกัดเซรั่มเพื่อเอาภูมิคุ้มกันของคนไข้ไปสังเคราะห์ต่อว่าสามารถผลิตเป็นวัคซีนได้หรือไม่

แม้ว่าเชื้อร้ายอีโบลา ไวรัสจะมีความเป็นไปได้น้อยที่จะมาถึงเมืองไทย เพราะประเทศที่มีผู้ติดเชื้อทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ กินี, เซียร์รา ลีโอน, ไลบีเรีย และไนจีเรีย มีการประกาศปิดประเทศเพื่อกักกันเชื้อก็ตาม อย่านิ่งนอนใจควรเตรียมพร้อมรับมือและดูแลสุขภาพอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง และที่สำคัญอย่าตื่นตระหนกตกใจเกินเหตุ แต่หมั่นตระหนักรู้ข่าวสารของประเทศว่าทั่วโลกไปถึงไหนแล้วก็เพียงพอ.

 

ที่มา : เดลินิวส์ 10 สิงหาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s