ความฉลาดมีหลายด้าน

dailynews140727_03เด็กแต่ละคนมีความถนัดต่างกัน พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้หลาย ๆ ด้าน และส่งเสริมให้เกิดเป็นความสามารถติดตัว ไม่ควรเน้นเรื่องผลสำเร็จมากกว่าความสุขและทักษะในการเรียนรู้ที่มากขึ้น

เด็กแต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกันไป โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีพหุปัญญา บอกว่า เชาวน์ปัญญาหรือความฉลาดของคนมีหลายด้าน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความฉลาดแคบ ๆ อย่างที่คิดและเชื่อกันมา 2 ด้าน คือ ความฉลาดทางด้านภาษา และความฉลาดทางด้านคณิตศาสตร์

ในปี ค.ศ.1983 เขาได้เขียนหนังสือชื่อ “Frames of Mind: The Theory of Multiple Intelligences” หรือทฤษฎีพหุปัญญา นำเสนอความคิดว่า แต่ละคนมีเชาวน์ปัญญา 8 ด้านติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด มาก-น้อยไม่เท่ากัน แต่ถ้าได้รับการเลี้ยงดูส่งเสริมอย่างถูกต้องและหลากหลายก็จะสามารถพัฒนาความฉลาดในแต่ละด้านได้ ทั้ง 8 ด้านประกอบด้วย

1.    เชาวน์ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) มีความสามารถในการใช้ภาษา ทั้งการอ่าน การเขียน การพูด

2.    เชาวน์ปัญญาด้านคณิตศาสตร์หรือการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical Mathematical Intelligence) มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ การคิด วิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล

3.    สติปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence) มีความสามารถด้านศิลปะ การคิดเป็นภาพ การเห็นรายละเอียด การใช้สี การสร้างสรรค์งานต่าง ๆ

4.    เชาวน์ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence) จะมีความสามารถด้านดนตรี เสียง จังหวะ การร้องเพลง

5.    เชาวน์ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและกล้ามเนื้อ (Bodily-Kinesthetic Intelligence) มีความสามารถด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย การกีฬา การแสดง การเต้นรำ

6.    เชาวน์ปัญญาด้านการสัมพันธ์กับผู้อื่น (Interpersonal Intelligence) มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีศิลปะในการจัดการปัญหาและเข้าใจผู้อื่น

7.    เชาวน์ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) เข้าใจความรู้สึกและพฤติกรรมตนเอง

8.    เชาวน์ปัญญาด้านความเข้าใจธรรมชาติ (Naturalist Intelligence) มีความสามารถด้านธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อมรอบตัว สนใจสัตว์ และชอบเลี้ยงสัตว์

แนวคิดของการ์ดเนอร์ช่วยเปิดให้เราเห็นและเข้าใจอัจฉริยภาพของมนุษย์ในมุมมองที่กว้างขวางมากขึ้นจากเดิม เด็กที่มีแววความถนัดด้านดนตรี ศิลปะ ธรรมชาติ กีฬา รู้จักและเข้าใจตนเอง และการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็เป็นความฉลาดที่ทัดเทียมกัน การจัดการศึกษาสำหรับเด็ก จึงควรให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้ทำงานสมดุล ช่วยในการพัฒนาเชาวน์ปัญญาของเด็กอย่างรอบด้าน ส่งเสริมความสามารถเฉพาะตัวเด็ก จึงจะพัฒนาตนเองได้อย่างฉลาด มีความสุข มีความภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ

–     พ่อแม่ควรยอมรับว่าเด็กแต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกัน บางคนถนัดบางด้าน บางคนถนัดหลายด้าน บางคนไม่ถนัดอะไรเลยแต่ก็ยังเป็นเด็กดี ช่วยเหลือทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ พ่อแม่ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ช่วยส่งเสริมความถนัดในเด็ก หรือการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ช่วยส่งเสริมเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเด็กจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีต่อตัวเองและมีความสุขในการเรียน

–    ความเก่งมีหลายด้าน เช่น การเรียน กีฬา สังคม ดนตรี ศิลปะ การเดินทาง การใช้ภาษา การแก้ปัญหา การดูแลต้นไม้ การเลี้ยงสัตว์ การทำอาหาร/ขนม การเย็บปักถักร้อย การใช้ความคิด ฯลฯ พ่อแม่ที่สายตากว้างไกล จึงไม่ควรส่งเสริมความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว

–    เมื่อมีคนได้ที่ 1 ก็ต้องมีคนได้ที่โหล่เช่นกัน เป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะสอบได้อันดับดี ๆ ทุกครั้ง ควรฝึกเด็กให้เรียนรู้การทำใจกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และสามารถหาแนวทางในการพัฒนาตนเอง เพื่อป้องกันมิให้พบกับความผิดหวังแบบเดิม

–    เมื่อเผชิญกับความผิดหวัง ระยะแรกเด็กต้องการความรัก ความเข้าใจ คนช่วยเกื้อหนุน คนร่วมคิดเพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออก ฝึกฝนในลักษณะนี้บ่อย ๆ สุดท้ายเด็กก็สามารถเผชิญกับความผิดหวังและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

–    การฝึกให้เด็กหัดคิดแนวทางการแก้ปัญหาหลาย ๆ แนวทาง หลาย ๆ รูปแบบ ฝึกหัดทำงานหลาย ๆ ประเภท จะช่วยให้เด็กสามารถเผชิญกับปัญหาในชีวิตได้ โดยใช้ทางออกที่เหมาะสม

–    การพูดคุยเพื่อถามความต้องการที่แท้จริงในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น เวลาเสียใจ ผิดหวัง สอบตก ทำผิด ทำแก้วแตก ลืมทำงานที่พ่อแม่สั่ง เวลาที่ทำผิดกติกา เป็นต้น จะช่วยทำให้พ่อแม่เข้าใจความต้องการและตอบสนองได้ตรงและเหมาะสม

*    หัวใจการเลี้ยงดู-เด็กแต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกัน

พ่อแม่จึงควรส่งเสริมให้ลูกได้พัฒนาความถนัดของตน *

(คัดย่อข้อมูลมาจากหนังสือคู่มือการใช้สื่อเสียง ชุด “พ่อแม่เลี้ยงบวก” เนื้อหาวิชาการโดย ศ.คลินิก(พิเศษ) พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ และ ผศ.นพ.พนม เกตุมาน ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข).

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา  : เดลินิวส์ 27 กรกฎาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s