ไซนัสอักเสบ เทคนิคใหม่ ๆ ในการผ่าตัดผ่านกล้อง

dailynews140817_01ไซนัสอักเสบคืออะไร

โรคไซนัสอักเสบหมายถึง การอักเสบในโพรงไซนัสที่อยู่รอบข้างโพรงจมูกซึ่งมีอยู่ด้วยกันสี่คู่ ทำให้ผู้ป่วยเกิดการบวมคัดแน่นจมูก มีมูกเหนียวในจมูกหรือไหลลงคอ การได้กลิ่นลดลง และมีอาการปวดตามใบหน้า

ไซนัสอักเสบเรื้อรังเกิดจากอะไร

เป็นที่เชื่อกันมากว่าสามสิบปีแล้วว่า ไซนัสอักเสบเกิดจากการอุดตันของรูระบายไซนัส ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ สารคัดหลั่งและหนองภายในไซนัสไม่สามารถระบายออกมาได้ หากไซนัสอักเสบมีอาการเป็นอยู่นานกว่าสามเดือนก็จะเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง แต่ปัจจุบันแนวคิดนี้กำลังจะถูกเปลี่ยนไปแล้วว่า ไซนัสอักเสบเรื้อรังคือการอักเสบเรื้อรัง (Chronic inflammation) ไม่ใช่การติดเชื้อเรื้อรัง (Chronic infection) มีงานวิจัยตีพิมพ์ออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า แนวคิดที่ว่าไซนัสอักเสบเกิดจากการอุดตันของรูระบายไซนัสนั้นไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป เพราะการอักเสบเกิดขึ้นจากเยื่อบุไซนัสเอง โดยอาจเป็นผลมาจากหลายสาเหตุ เช่น การแพ้เชื้อราในอากาศ ทอกซินจากแบคทีเรีย (staphylococcus enterotoxin B) หรือปฏิกิริยาผิดปกติต่อแอสไพริน ส่วนการอุดตันของรูระบายไซนัสอาจเป็นสาเหตุของไซนัสอักเสบชนิดอื่นได้

เทคนิคใหม่ในการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องเป็นอย่างไร

เทคนิคการผ่าตัดไซนัสในอดีตมักจะเปิดผ่าตัดโดยมีแผลผ่าตัด เช่น หากผ่าตัดไซนัสที่แก้มแพทย์ก็จะเปิดแผลใต้เหงือกแล้วกรอกระดูกใบหน้าบริเวณแก้มเพื่อเข้าไปในไซนัส หรือถ้าผ่าตัดไซนัสที่หน้าผากแพทย์ก็จะเปิดแผลบริเวณข้างจมูกขึ้นไปสูงถึงระดับหัวคิ้ว เป็นต้น ส่วนการผ่าตัดด้วยกล้องส่องนั้น แพทย์จะไม่ลงมีดเปิดแผลแต่จะใช้กล้องเอนโดสโคปส่องเข้าไปในรูจมูกเพื่อเข้าไปสู่ไซนัสต่าง ๆ โดยใช้กล้องเอนโดสโคปที่มีมุมต่าง ๆ เช่น 0 องศา 30 องศา 45 องศา และ 70 องศา ภาพที่เห็นจากกล้องเอนโดสโคปจะต่อมาที่จอโทรทัศน์ซึ่งมีความคมชัดสูงให้แพทย์มองเห็น การต่อภาพมาที่จอโทรทัศน์นี้อาจต่อมาที่โทรทัศน์หลาย ๆ เครื่องให้แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด วิสัญญีแพทย์และพยาบาลมองเห็นได้พร้อม ๆ กันด้วย ภาพจะถูกขยายให้มองเห็นได้เด่นชัดยิ่งกว่าการมองด้วยสายตาโดยตรงอย่างการเปิดแผลในสมัยก่อน

ขั้นตอนการผ่าตัด

เมื่อวิสัญญีแพทย์ให้ยาสลบแล้ว แพทย์จะให้ยาเฉพาะที่เพื่อให้หลอดเลือดหดตัวและเยื่อจมูกไม่บวม โดยมักผสมกับยาชาเพื่อลดอาการปวด จากนั้นแพทย์จะใช้กล้องเอนโดสโคปส่องไปที่รูระบายไซนัสและขยายรูระบายไซนัสให้กว้างขึ้น เพื่อนำริดสีดวงจมูก ก้อนเชื้อราและโรคใด ๆ ที่ขัดขวางการระบายของไซนัสออก โดยใช้อุปกรณ์พิเศษได้แก่ Microdebrider และ thru-cutting forceps เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อเยื่อจมูกและเยื่อไซนัสที่ปกติ จากนั้นแพทย์จะเชื่อมต่อไซนัสต่าง ๆ ให้ถึงกันหมด ทั้งไซนัสบริเวณแก้ม บริเวณข้าง ๆ ลูกตา บริเวณหน้าผากและบริเวณฐานสมอง การเปิดไซนัสต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงถึงกันนี้จะทำให้การให้ยาเฉพาะที่หลังผ่าตัดสามารถเข้าถึงเยื่อไซนัสต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง

การผ่าตัดโดยเปิดแผลอย่างในสมัยก่อนนั้น นอกจากจะมีข้อเสียเรื่องการมีแผลทำให้ไม่สวยงามแล้ว การเปิดแผลและกรอ กระดูกยังทำให้ปลายประสาทบาดเจ็บ และมักมีอาการชาใบหน้าหรือชาบริเวณริมฝีปากบนได้ นอกจากนี้การกรอกระดูกยังทำให้กระดูกอักเสบ และหากต้องการผ่าตัดไซนัสหลาย ๆ ที่ ก็อาจจะต้องเปิดแผลหลายแผล ทั้งนี้ข้อดีของการผ่าตัดด้วยกล้องส่องคือ การที่แพทย์ใช้กล้องที่มีมุมต่าง ๆ กัน ทำให้มองเห็นโรคที่มีอยู่ในไซนัสได้ทุกมุมและเข้าไปแก้ไขได้ทุก ๆ ไซนัส การไม่เปิดแผลไม่กรอกระดูกก็ทำให้ผู้ป่วยไม่เจ็บหลังผ่าตัด ไม่มีอาการบวม ไม่ชาใบหน้า และฟื้นตัวเร็ว แพทย์สามารถเห็นภาพที่มีความคมชัด และขยายให้เห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม แพทย์ผู้ช่วยสามารถช่วยผ่าตัดได้ดีเนื่อง จากมองเห็นภาพการผ่าตัดได้ไม่แตกต่างจากแพทย์ผู้ผ่าตัด พยาบาลสามารถเตรียมเครื่องมือได้ถูกต้องทันท่วงที วิสัญญีแพทย์สามารถปรับยาได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสามารถมองเห็นการผ่าตัดพร้อม ๆ กับแพทย์ผ่าตัดจึงทราบว่าแพทย์กำลังทำอะไร เลือดออกหรือไม่ เลือดออกมากน้อยเพียงใด

ภาวะแทรกซ้อน

ไซนัสต่าง ๆ มีตำแหน่งใกล้เคียงกับลูกตาและสมอง ดังนั้นหากการผ่าตัดไซนัสใช้เทคนิคไม่ดี ไม่สามารถมองเห็นไซนัสได้ชัดเจนและไม่สามารถเห็นได้ทุก ๆ มุมแล้ว ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะสำคัญเหล่านี้ได้ การใช้เทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้องจึงเป็นเทคนิคที่ช่วยลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เป็นอย่างดี

การปฏิบัติตนหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรกให้ผู้ป่วยประคบจมูกด้วยความเย็น ปรับเตียงให้ศีรษะอยู่สูงขึ้นมาเล็กน้อย การผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่จะไม่ใส่ผ้าก๊อซอัดแน่นจนหายใจได้ไม่สะดวกอย่างสมัยก่อน หลังผ่าตัดระยะแรกอาจมีน้ำมูกปนเลือดจาง ๆ ไหลออกทางจมูกได้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้นให้ผู้ป่วยใช้น้ำเกลือล้างจมูกวันละสองครั้งเพื่อชะล้างคราบเลือดและมูกเหนียว ๆ ออกไป การที่เยื่อจมูกชุ่มชื้นจะทำให้เซลพัดโบกในจมูกและไซนัสทำงานได้ดีขึ้น และฟื้นสภาพเร็วขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ผสมยาลงไปในน้ำเกลือล้างจมูกด้วยแล้วแต่กรณี

ข้อมูลจาก ผศ.ดร.นพ.ม.ล.กรเกียรติ์  สนิทวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องและโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลพญาไท 1 / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

ที่มา : เดลินิวส์ 17 สิงหาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s