ภาวะ ‘หนังตาตก’ ผ่าตัดรักษาช่วยในการมองเห็น

dailynews140817_04หากมีอาการหนังตาบนตกลงมาคลุมตาดำ แม้จะมีอาการเพียงเล็กน้อยที่ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือบางคนเป็นมากจนทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้ อย่านิ่งนอนใจ… เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่ากำลังเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า โรคหนังตาตก!!

แพทย์หญิงเปรมจิต เศาณานนท์ หน่วยจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ให้ความรู้ว่า โรคหนังตาตกหรือหนังตาหย่อน เป็นโรคที่เกิดตามอายุ เมื่อมีอายุที่มากขึ้นอวัยวะต่าง ๆ ก็จะเริ่มหย่อนคล้อยลง ทั้งในส่วนของคิ้วและเปลือกตา หรือแม้กระทั่งผิวหนังตาก็จะลงมาบดบังดวงตามากขึ้น จากเดิมที่เคยตาโตในสมัยก่อน เมื่อมีอายุมากขึ้นจะรู้สึกว่าทำไมตาเราเล็กลง บางครั้งต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

โรคหนังตาตก แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มด้วยกัน
กลุ่มแรก จะ เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหนังตาทำงานได้ไม่ดี ไม่สามารถลืมตาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าตา 2 ข้างโตไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งจะเล็กอีกข้างหนึ่งจะใหญ่ นอกจากจะส่งผลให้เด็กไม่สามารถเปิดตาได้แล้ว ยังทำให้เด็กมองเห็นได้ไม่ชัดเจนอีกด้วย

“การที่ตาข้างหนึ่งของเด็กเห็นชัดส่วนอีกข้างหนึ่งเห็นไม่ชัดจะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ตาขี้เกียจ ภาวะนี้จะต้องรักษาก่อนเด็กจะอายุได้ 8 ขวบ เพราะถ้าปล่อยให้อายุเกิน 8 ขวบไปแล้ว ต่อให้มีการแก้ไขเรื่องหนังตาตกเด็กก็จะใช้ตาข้างนั้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร”

อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นมาภายหลังซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อย คือ เป็นไปตามอายุที่มากขึ้น คือ เมื่อมีการใช้ตามาก ๆ มีการเปิด ปิดตาบ่อย ๆ กล้ามเนื้อตาจะหย่อนลงได้ส่งผลให้เปลือกตาตกลงมาปิด ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้จากเมื่ออายุมากขึ้นทำไมตาถึงดูเล็กลงเรื่อย ๆ นั้นเกิดจากการที่หนังตาตกลงมานั่นเอง

อาการหนังตาตกที่เกิดขึ้นนั้นแต่ละคนเริ่มที่อายุแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเริ่มที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยปัจจัยที่จะทำให้หนังตาตกได้เร็ว คือคนไข้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณใบหน้ามาก่อน ขยี้ตาเป็นประจำ รวมทั้ง คนที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ เพราะการใส่คอนแทคเลนส์จะต้องมีการดึงหนังตาขึ้นเพื่อใส่ก็จะทำให้หนังตาตกได้เร็วมากขึ้น

อีกสาเหตุหนึ่ง คือ เกิดจากโรค เช่น โรคเส้นประสาทสมองเป็นอัมพาต เพราะการเปิด ปิดตาจะต้องใช้เส้นประสาทในการสั่งงาน ถ้าเส้นประสาทเป็นอัมพาตจะทำให้หนังตาตกลงมาได้ หรือ โรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยบางคนจะมีอาการทั่วตัว แต่บางคนก็เป็นที่ตาอย่างเดียว

“อาการหนังตาตกถ้าเป็นตามอายุจะไม่อันตราย แต่ถ้ารำคาญก็สามารถเข้ารับการตรวจและรักษาเพื่อการมองเห็นที่ชัดขึ้น แต่ในกรณีที่เกิดจากโรคบางโรค ซึ่งเป็นอันตรายควรจะต้องรีบเข้ารับการรักษาในทันที โดยเฉพาะ โรคเส้นประสาทสมองเป็นอัมพาต เนื่องจากว่า สาเหตุของเส้นประสาทที่เป็นอัมพาตจะเกิดได้จากทั้งเส้นประสาทขาดเลือด เช่น คนไข้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งบางรายอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นอยู่”

รวมทั้งสาเหตุของเส้นประสาทที่เป็นอัมพาตอีกกลุ่มหนึ่งที่อันตรายยิ่งกว่า คือ ผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมอง หรือ เส้นเลือดโป่งพองในสมองไปกดเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เปิดตา โดยกลุ่มคนไข้ที่เป็นเส้นประสาทสมองเป็นอัมพาตนี้ อาการจะเป็นทันทีทันใด กล่าวคือ หนังตาจะไม่ค่อย ๆ ตกลง แต่จะตกลงเห็นได้ชัดเจนแบบฉับพลัน เช่น นั่งคุยกันแล้วอยู่ ๆ หนังตาก็ตกลงมาเลย หรือเมื่อคืนยังดี ๆ อยู่พอตื่นขึ้นมาหนังตาตกลงมาเสียแล้ว โดยอาจจะมีอาการทางสมองร่วมด้วย เช่น เห็นภาพซ้อน และหน้าชา

 

การรักษาโรคหนังตาตกทำได้โดยการผ่าตัดเปลือกตา ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณี

ในกรณีแรกเพื่อความสวยงาม โดยคนไข้บางคนหนังตาตกหย่อน หรือบางคนหนังตาหนา บางคนมีลักษณะตาชั้นเดียวก็ต้องการรับการผ่าตัดหนังตาเพื่อให้มีตา 2 ชั้น ที่ทำให้ใบหน้าดูสวยงามขึ้น
อีกกรณีหนึ่ง คือ เพื่อการรักษา โดยในคนไข้กลุ่มนี้จะมีอาการหนังตาตกจนบังสายตาทำให้มองภาพด้านบนไม่ชัด หรือ เวลาก้มลงเก็บของมองไม่เห็นขอบโต๊ะ เนื่องจากว่า เปลือกตาลงมาบังการมองเห็น

“ในบางรายจะมีอาการเปลือกตาลงมากดกระจกตาทำให้เกิดภาวะสายตาเอียง จะทำให้คนไข้เห็นภาพไม่ชัด รวมทั้ง มีอาการมองเห็นในที่มืดได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากในที่มืดดวงตาคนปกติม่านตาต้องขยายเพื่อรับแสง ถ้าคนไข้หนังตาตกลงมาบังรูม่านตายิ่งในที่มืดหรือในที่มีแสงสลัวจะมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันมาก ถ้ามีอาการเหล่านี้แนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดรักษา”

ด้านการรักษา แพทย์จะต้องตรวจเพื่อวินิจฉัยว่า อาการหนังตาตกเกิดจากสาเหตุใด หากต้องรักษาโดยการผ่าตัดหนังตา แพทย์จะแนะนำว่าจะผ่าตัดที่กล้ามเนื้อมัดใด เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตามีอยู่หลายมัดด้วยกัน และจะต้องแจ้งยาที่รับประทาน รวมทั้งโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ ถ้าเป็นโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง จะต้องควบคุมให้ดีก่อนถึงวันผ่าตัด โดยผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสที่แผลจะติดเชื้อ หรือ โอกาสที่แผลจะหายยากมากกว่าคนปกติ ทำให้ต้องควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์อย่างน้อย 3 เดือน ก่อนผ่าตัด ถึงจะได้ผลการรักษาที่ดี

คนไข้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงก็เช่นกัน เพราะจะมีผลในระหว่างผ่าตัดโดยตรง เนื่อง จากว่าถ้าคนไข้มีความดันโลหิตสูงมากอาจเกิดโรคหัวใจหรืออัมพาตระหว่างผ่าตัด รวมทั้ง เลือดจะออกมากทำให้แพทย์ทำการผ่าตัดได้ยาก และแผลจะบวมช้ำหลังผ่าตัดนาน จึงแนะนำให้ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ก่อนผ่าตัด ส่วนอาหารสามารถรับประทานได้ตามปกติ  ไม่ต้องงด

ในส่วนของยาสามารถรับประทานได้ตามปกติ แต่จะมียาอยู่กลุ่มเดียวที่ต้องงดรับประทานก่อนผ่าตัด คือ กลุ่มยาสลายลิ่มเลือด หรือยาที่ทำให้เลือดหยุดช้า รวมถึง ยาบำรุงบางชนิด เช่น วิตามินอี แปะก๊วย โสม น้ำมันปลา ซึ่งจะมีผลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง หรือทำให้เลือดใส โดยจะต้องหยุดรับประทานประมาณ 1- 2 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด 

“การลงแผลผ่าตัดจะลงแผลที่ชั้นตาของคนไข้ โดยแผลจะซ่อนอยู่ในหนังตาทำให้ไม่เห็นแผลหลังผ่าตัด โดยหมอจะประเมินว่า คนไข้มีเนื้อเยื่อส่วนใดที่เกินบ้าง ที่จำเป็นต้องเอาออก เช่น หนังตาถ้ามีส่วนเกิน มีการเหี่ยวย่นมากก็จำเป็นที่จะต้องตัดออก ในคนไข้บางรายที่มีหนังตาค่อนข้างอูมหมอก็จะตัดไขมันบริเวณนั้นออกไปด้วย

การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกจะเป็นการผ่าตัดเข้าไปลึกถึงกล้ามเนื้อที่ใช้ดึงเปลือกตา เป็นการดึงกล้ามเนื้อในส่วนนั้นทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น สามารถยกเปลือกตาได้ดีขึ้น เมื่อยกเปลือกตาขึ้นคนไข้ก็จะมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ใช้เวลาในการผ่าตัดข้างละประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง 45 นาที ถ้าทำทั้ง 2 ข้างก็จะใช้เวลาประมาณ 1- 1.30 ชั่วโมง  การผ่าตัดหนังตาถือเป็นการผ่าตัดเล็กจึงไม่ต้องนอนโรงพยาบาล คนไข้สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ตามเวลานัดเมื่อผ่าตัดเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้”

หลังผ่าตัด คนไข้จะมีไหมเย็บที่ตา ซึ่งหมอจะนัดมาตัดไหมประมาณ 5- 7 วัน ในช่วงที่ยังมีไหมอยู่ที่ตา ห้ามแผลโดนน้ำ โดยแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมารับประทาน คนไข้สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ส่วนยาสลายลิ่มเลือดที่หยุดไปส่วนใหญ่สามารถกลับมารับประทานได้ตามปกติหลัง 1 วัน นับจากวันผ่าตัด.

ที่มา : เดลินิวส์ 17 สิงหาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s