เส้นประสาทมือถูกบีบรัด

dailynews140913_02ถ้าอยู่ ๆ รู้สึกมีอาการปวดหรือชาปลายมือ แล้วสังเกตได้ชัดเจนว่า เป็นเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วกลาง ส่วนนิ้วก้อยและนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วก้อยไม่มีอาการผิดปกติ ก็ให้นึกถึงอาการโรค “เส้นประสาทมือถูกบีบรัด”

โรคนี้เกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา และถ้าเป็นรุนแรงก็จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ก็จะช่วยให้หายได้

สาเหตุสำคัญของโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัด เกิดจากการที่เส้นประสาทมือที่อยู่บริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วกลางถูกบีบรัด ในบางราย เส้นประสาทมือในบริเวณช่องใต้กระดูกข้อมืออาจถูกบีบรัด เนื่อง จากเยื่อหุ้มเอ็นที่อยู่ในช่องใต้กระดูกข้อมือบวม หรือกระดูกข้อมือโตทำให้ช่องใต้กระดูกข้อมือแคบ หรือแผ่นพังผืดเสื่อมและหนาตัวขึ้น ทั้งนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บที่ข้อมือ หรือการใช้ข้อมืออย่างผิด ๆ ซ้ำซาก หรืออาจพบร่วมกับภาวะอื่น ๆ เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน เบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์ โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ภาวะอ้วน เป็นต้น บางรายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน เช่นเดียวกับในบางรายอาจพบว่ามีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

เมื่อเส้นประสาทถูกบีบรัด ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหรือชาบริเวณ 3 นิ้วครึ่ง (นับจากหัวแม่โป้ง) หากการบีบรัดเกิดขึ้นชั่วคราว (เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน) อาการก็จะเป็นอยู่ชั่วคราว และทุเลาไปได้เองเมื่อภาวะที่เป็นสาเหตุนั้นได้หายไป แต่หากการบีบรัดนั้นเกิดขึ้นอย่างถาวร ก็อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังจนทำลายเส้นประสาทได้

ลักษณะอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือรู้สึกชาเป็นพัก ๆ ที่มือ (โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และซีกหนึ่งของนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วกลาง) บางครั้งอาจปวดร้าวขึ้นไปที่แขนหรือหัวไหล่ อาการปวดมักจะเป็นมากตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืด จนบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่น บางรายเมื่อได้ห้อยข้อมือตรงขอบเตียงหรือสะบัดมือจะรู้สึกทุเลาลงได้

การทำงานโดยใช้ข้อมือ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่างอข้อมือมาก ๆ หรือเร็ว ๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน พิมพ์ดีด) งอข้อมือเร็ว ๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือชาได้ ถ้าเป็นมาก อาจทำให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่น ๆ ชาและอ่อนแรงได้ อาการอาจเกิดที่มือข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้ ส่วนในรายที่เป็นระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดอาการมักจะหายไปได้เอง

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย ดังนี้ วินิจฉัยจากอาการปวดหรือชาที่บริเวณ 1 นิ้วครึ่ง ได้แก่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วกลาง วินิจฉัยจากการกดหรือเคาะที่ข้อมือ (ตรงด้านเดียวกับฝ่ามือ) ข้างที่มีอาการ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือชาที่ปลายมือได้ และแพทย์จะวินิจฉัยโดยการทดสอบให้ผู้ป่วยวางหลังมือ 2 ข้างชนกัน ในท่างอข้อมือให้มากที่สุด และนิ้วมือชี้ลงพื้นนาน 60 วินาที ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการปวดหรือชาปลายนิ้วมือ 3 นิ้วครึ่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกการทดสอบนี้ว่า “อาการฟาเลน” และในบางครั้งแพทย์อาจทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography หรือ EMG)

โรคนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้หญิงมากกว่าในผู้ชายถึง 3 เท่า (เนื่องจากช่องใต้กระดูกข้อมือของผู้หญิงมีลักษณะแคบกว่า) และมักพบในคนอ้วน คนที่เป็นเบาหวาน โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ขณะตั้งครรภ์หรือระยะก่อนมีประจำเดือน หรือในคนที่ใช้ข้อมืออย่างผิด ๆ

ฉบับหน้ามาติดตามกันต่อถึงแนวทางการรักษา การป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อมีอาการแล้ว.

รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
อดีตอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน
ณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา : เดลินิวส์ 13 กันยายน 2557

dailynews140920_01

ป้องกันและรักษาอาการเส้นประสาทมือถูกบีบรัด

ฉบับที่แล้ว นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยการเกิดโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัดไปแล้ว เรามาติดตามกันต่อว่า การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ รวมถึงการรักษา และการป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง

เริ่มต้นที่การดูแลตนเองเมื่อพบว่าเป็นโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัดแล้ว

หากพบว่ามีอาการปวดหรือชาปลายมือ การรับประทานวิตามินบีรวม หรือวิตามินบี 1 ประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วอาการไม่ทุเลาลง หรือเป็นเบาหวาน หรือมีอาการชาเฉพาะ 3 นิ้วครึ่ง (นับจากนิ้วโป้ง จนถึงซีกหนึ่งของนิ้วนาง) ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยอาการ เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าเป็นเส้นประสาทมือถูกบีบรัด ก็ควรรักษากับแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างจริงจัง ในรายที่แพทย์ให้รักษาด้วยการผ่าตัด หลังผ่าตัดก็ควรดูแลแผลผ่าตัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จนกว่าจะหายเป็นปกติหรืออาการดีขึ้น

ด้านการรักษา แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค

หากอาการเป็นเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยพักการใช้ข้อมือ (การทำงานในท่างอข้อมือ) และใช้ความเย็น (เช่น น้ำผสมน้ำแข็ง) ประคบวันละ 3-4 ครั้ง อาจทุเลาลงได้ภายใน 2-3 สัปดาห์

กรณีอาการไม่ทุเลาลงหรือมีอาการมากขึ้น แพทย์อาจให้รับประทานยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 3-4 ครั้ง และใส่เฝือกที่มือเฉพาะเวลาเข้านอน หรือบางรายแพทย์อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่ข้อมือข้างที่ปวด เพื่อลดอาการอักเสบและบวมของเนื้อเยื่อในช่องท้องใต้กระดูกข้อมือ

ถ้ามีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ภาวะพร่องไทรอยด์ โรคปวดข้อรูมาตอยด์ แพทย์ก็จะให้การรักษาโรคต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมด้วย

หากการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ดังกล่าวไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรงมากขึ้น แพทย์ก็จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยการตัดแผ่นพังผืดเหนียว (ที่บีบรัดเส้นประสาท) ให้คลายแรงบีบรัดลง ก็จะช่วยให้อาการทุเลาลงได้

นอกจากแนวทางในการรักษาของแพทย์แล้ว สิ่งที่ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นนั่นคือ ภาวะแทรกซ้อน เพราะภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นอาจทำให้การรักษาโรคนั้นทำได้ยากมากขึ้น เช่นเดียวกันกับการปล่อยให้เส้นประสาทมือถูกบีบรัดนาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อมือฝ่อได้

สิ่งที่มักพบในผู้ป่วยอาการเส้นประสาทมือถูกบีบรัด ยังมีอีก อาทิ การเกิดอาการจากภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือแก้ไขได้ เช่น ระยะก่อนมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ ภาวะขาดไทรอยด์ ความอ้วน เป็นต้น ซึ่งอาการมักจะเป็นอยู่ชั่วคราวและทุเลาลงได้เมื่อภาวะที่เป็นต้นเหตุหายไป

ส่วนในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยและปานกลาง การรักษาด้วยยาก็อาจทำให้ทุเลาลงได้ สำหรับในรายที่เป็นรุนแรง การผ่าตัดก็จะทำให้อาการทุเลาลงภายในเวลาไม่กี่วัน ในรายที่เป็นรุนแรง และไม่ได้รับการผ่าตัดแก้ไข ปล่อยไว้เป็นแรมปี ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อมือฝ่อได้

การป้องกัน

1. ควบคุมน้ำหนักตัว และโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน) ที่เป็นฝึกการใช้มือให้ถูกต้อง เช่น ในการนั่งเขียนหนังสือนาน ๆ ควรใช้ปากกาด้ามใหญ่และหมึกไหลลื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วจับปากกาแรงเกิน และกดกระดาษแรง ๆ

2. หมั่นฝึกการใช้ข้อมือ และบริหารข้อมือโดยการเหยียดขึ้น–งอลง เป็นระยะ ๆ

3. หลีกเลี่ยงการทำงานโดยการงอข้อมือติดต่อกันนาน ๆ

4. ในการพิมพ์แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ (คีย์บอร์ด) พยายามยกข้อมือให้อยู่ระดับข้อศอก หรือต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย

ฉะนั้น หากพบว่ามีอาการหรือมีความผิดปกติของมือและรอบ ๆ มือ ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาทันที.

รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
อดีตอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา : เดลินิวส์ 20 กันยายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s