เปลี่ยน ‘ลิ้นหัวใจตีบ’ ผ่านสายสวน เลี่ยงการผ่าตัด ลดภาวะแทรกซ้อน

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนาอยากให้เกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายก็จะมีเพิ่มขึ้นและหนึ่งในโรคที่ถือเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพ พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ !!

ลิ้นหัวใจ มีหน้าที่ในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดเป็นอวัยวะที่คอยเปิดและปิดให้เลือดผ่านเข้าออกในแต่ละห้องหัวใจทั้งสี่ โดยลิ้นหัวใจเอออร์ติกเป็นหนึ่งในลิ้นหัวใจที่ทำงานประสานกันเพื่อให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วน

ต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นหากลิ้นหัวใจมีความผิดปกติไม่ว่าจะเกิดการตีบหรือรั่วก็จะทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติได้

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ อีกทั้งระยะแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการใด ๆ กระทั่งลิ้นหัวใจตีบมากถึงขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจึงจะเริ่มมีอาการเช่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือเป็นลมเวลาออกแรงจนกระทั่งถึงภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเมื่อถึงระยะที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายในระยะเวลาโดยเฉลี่ย 2 ปี หากไม่ได้รับการรักษา!!

การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจในผู้ป่วยที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบขั้นรุนแรงเป็นการรักษาที่ถือเป็นมาตรฐานของการรักษาโรคดังกล่าวมานานกว่า 40 ปี แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีอายุมากและมีโรคประจำตัวอื่น ๆ หลายโรค ความเสี่ยงในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจจะสูงขึ้นจนบางครั้งอาจสูงจนเสี่ยงเกินไปที่จะทำการผ่าตัดให้ปลอดภัยได้ ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามที่จะคิดค้นวิธีการรักษาใหม่ ๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยลงกว่าการผ่าตัดแต่ได้ผลดีไม่แพ้กัน

สืบเนื่องจากการศึกษาวิจัยให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยต่อเนื่องมายาวนาน ล่าสุดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์โรคหัวใจได้แถลงข่าวให้ความรู้แก่ประชาชนได้ทราบถึงการพัฒนานวัตกรรม การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter Aortic Valve Implantation–TAVI) ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน ลดความเสี่ยงอันเกิดจากการผ่าตัด โดยวิธีดังกล่าวจะช่วยให้สามารถรักษาผู้ป่วยโรคนี้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดได้มากขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

อาจารย์นายแพทย์วศิน พุทธารี หน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ฝ่ายอายุรศาสตร์ หัวหน้าห้องสวนหัวใจ ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ รวมถึงวิธีการรักษาการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนฯ การพัฒนานวัตกรรมควบคู่การรักษาผู้ป่วยว่า โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ที่พบในกลุ่มผู้สูงอายุ สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจโดยมีหินปูนมาเกาะทำให้ลิ้นหัวใจไม่สามารถเปิดได้ตามปกติ โดยจะเปิดได้น้อยลง

“ลิ้นหัวใจดังกล่าวเป็นเหมือนประตูหลักที่จะทำให้เลือดผ่านจากหัวใจไปเลี้ยงร่างกาย เมื่อลิ้นไม่สามารถเปิดกว้างให้เลือดผ่านออกไปก็ทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติไป

ความน่ากลัวของโรคคือในระยะแรกจะไม่มีอาการใด ๆ กระทั่งลิ้นหัวใจตีบมากขึ้นจึงปรากฏอาการให้สังเกต แต่อย่างไรก็ตามหากตรวจพบความผิดปกติได้เร็วไว ได้รับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆย่อมส่งผลดีต่อการเฝ้าติดตาม การตรวจที่สำคัญคือการตรวจร่างกายประจำปี และหากแพทย์ฟังเสียงหัวใจพบความผิดปกติ ก็จะตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจเพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะการตีบของลิ้นหัวใจต่อไป”

กว่า 40 ปีที่ผ่านมา การรักษาที่ถือเป็นมาตรฐานคือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยลิ้นเทียมมีทั้งลิ้นที่เป็นโลหะและเนื้อเยื่อ ผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวเมื่ออายุมากขึ้นจะมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะทำการผ่าตัดลิ้นหัวใจสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันหากไม่ได้รับการรักษาเลย ร่างกายจะค่อย ๆ เสื่อมถอยลงจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุดจึงทำให้มีการคิดค้นวิธีการรักษาใหม่ขึ้น

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจดังกล่าวด้วยวิธีที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่เช่นเดียวกับแนวคิดในอดีตที่มีมา เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบก็จะทำบายพาส จากนั้นจึงมีการคิดค้นทำบอลลูนขยายหลอดเลือดโดยใส่สายสวนเข้าไปทางเส้นเลือดแนวคิดการเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่มีการศึกษาวิจัยกันมายาวนานจากต่างประเทศ โดย เมื่อประมาณ 6-8ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาลิ้นหัวใจที่สามารถสอดผ่านสายสวนเข้าไปทางเส้นเลือดนำไปเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัดได้สำเร็จ

ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้เข้ามามีบทบาทในการรักษาของคนไทยซึ่งโรงพยาบาลได้ให้การรักษา นำเทคโนโลยีที่มีจากต่างประเทศมาฝึกหัดพัฒนาทีมแพทย์ดำเนินการรักษาต่อเนื่องมาเพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วย โดยเฉพาะคนไข้ที่มีความเสี่ยงต่อการผ่าตัดสูง โดยการดำเนินการมีมาตั้งแต่ปลายปี 2553 จวบปัจจุบันซึ่งได้ให้การรักษาผ่านมาแล้ว 32 ราย

“การรักษาด้วยวิธีการใหม่ เปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดเป็นการบูรณาการการรักษาร่วมกันไม่เพียงเฉพาะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจยังมี ศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ รวมทั้งสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งทีมคณะทำงานจะประชุมร่วมกันในทุกครั้งที่มีคนไข้ที่จะเข้ารับการรักษา ทำให้มีการคิดค้น วิจัย การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย การหาแนวทางและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้งทีมคณะทำงานดังกล่าวขณะนี้ได้ร่วมทำงานวิจัยลิ้นหัวใจที่บริษัทของคนไทยจะเป็นผู้ผลิตในโครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนจุฬาฯ เนื่องจากลิ้นหัวใจเทียมยังมีราคาแพง หากสามารถผลิตได้ในประเทศไทยอาจทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง ซึ่งเป็นโอกาสที่คนไข้จะได้เข้าถึงการรักษาดังกล่าวยิ่งขึ้น”

อาจารย์นายแพทย์วศิน กล่าวเพิ่มอีกว่า การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจยังคงเป็นการรักษามาตรฐาน ส่วนวิธีการใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัดจะทำในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดเท่านั้น ส่วนการดูแลสุขภาพเพื่อหลีกไกลจากโรค สิ่งที่ต้องไม่ละเลยหรือมองข้ามคือ การตรวจสุขภาพประจำปี ด้วยความที่โรคดังกล่าวนี้สามารถตรวจพบได้เพียงอาศัยการฟังเสียงหัวใจของแพทย์เท่านั้น อีกทั้งควรมีความรู้เข้าใจในอาการของโรคร่วมด้วยก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการรักษา ทั้งนี้ไม่เพียงเฉพาะโรคลิ้นหัวใจตีบ แต่ยังส่งผลดีลดโอกาสการเผชิญกับโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย.

ที่มา : เดลินิวส์ 7 กันยายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s