หนูโดนคุณไสยหรือเป็นเดอร์มอยด์ซีสต์

dailynews140923_01ไสยศาสตร์ถือเป็นความเชื่อหนึ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ยกตัวอย่างเช่น การถูกเสกหนังควายเข้าท้อง หรือกระทั่งถูกเสกเส้นผม ตะปู ฟัน ฯลฯ ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดท้อง จนต้องพึ่งไสยศาสตร์ ให้ผู้มีวิชาอาคมดึงเส้นผม ตะปู ออกมาจากร่างกาย แต่เชื่อหรือไม่ ว่าไม่ใช่เฉพาะไสยศาสตร์เท่านั้นที่อธิบายเรื่องลี้ลับเหล่านี้ได้ เพราะทางการแพทย์ก็สามารถอธิบายได้เช่นกัน โดย นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์ สูติ-นรีแพทย์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลเวชธานี ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ว่า การที่มีของเหลวลักษณะคล้ายน้ำมัน มีก้อนไขมัน มีเศษผม หนังศีรษะและฟันอยู่ภายในอวัยวะมนุษย์นั้นในทางการแพทย์ถือได้ว่าเป็นโรคอย่างหนึ่ง มีชื่อว่า “เดอร์มอยด์ซีสต์” ไม่ได้โดนคุณไสยหรืออาคม แต่อย่างใด

“เดอร์มอยด์ซีสต์” (Dermoid cyst หรือ Teratoma) ถือเป็นโรคถุงน้ำรังไข่ หรือ ซีสต์รังไข่ ชนิดหนึ่งจากรากศัพท์ Dermoid หรือ Derma แปลว่าผิวหนัง จึงเป็นที่มาของชื่อโรค ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจาก เนื้อเยื่อชั้นหนึ่งของร่างกายที่ตามปกติแล้วจะต้องเจริญไปเป็นเซลล์ที่ผิวหนัง แต่กลับเกิดการเจริญเติบโตอยู่ผิดที่ แทนที่จะอยู่ภายนอกร่างกาย แต่กลับเข้าไปเจริญเติบโตในช่องท้องที่บริเวณรังไข่ จึงทำให้พบว่าภายในรังไข่ มีน้ำมันจากต่อมไขมัน เส้นผม หนังศีรษะ หรือแม้กระทั่งฟันอยู่ภายใน ซึ่งความผิดปกตินี้เกิดขึ้นในระยะแรกๆของการเติบโตของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา

“ ผมได้ผ่าตัดเลาะซีสต์ที่รังไข่โดยวิธีส่องกล้องให้กับคนไข้หญิงวัยกลางคนท่านหนึ่ง หลังผ่าตัดผมก็โชว์รูปถ่ายถุงน้ำรังไข่ที่ผ่าตัดเลาะออกมาให้คนไข้และญาติๆดู และอธิบายถึงสิ่งที่พบในห้องผ่าตัดไปว่าซีสต์รังไข่ของคนไข้นั้นขนาดราวๆ 8 เซนติเมตร มีของเหลวลักษณะคล้ายน้ำมัน มีก้อนไขมัน มีเศษผม หนังศรีษะ และฟัน อยู่ภายใน คนไข้และญาติมองหน้ากันแสดงสีหน้าประหลาดใจ แล้วคนไข้ก็ถามผมออกมาว่า หมอๆ อย่างนี้แสดงว่าหนูโดนคุณไสยใช่มั้ย”

นพ.ปัญญา กล่าวต่อว่า เดอร์มอยด์ซีสต์ นั้นไม่ใช่เนื้องอกร้ายแรงและมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้น้อยมาก ตามปกติคนไข้ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีอาการ แต่ก็สามารถทำให้ปวดท้องรุนแรงได้เช่นกันเนื่องจากถุงน้ำรังไข่ชนิดนี้มักจะไม่มีพังผืดมาเกาะจึงทำให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งไปมาได้ง่ายภายในช่องท้องส่วนล่าง จึงมีโอกาสที่ขั้วของรังไข่จะเกิดการบิดหมุน อาจทำให้รังไข่ขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาอย่างเฉียบพลันได้ อีกทั้งเดอร์มอยด์ซีสต์นั้นก็ไม่ได้สัมพันธ์กับปัญหาภาวะมีบุตรยากโดยตรงแต่อย่างใด

สำหรับการรักษาเดอร์มอยด์ซีสต์นั้น นพ.ปัญญา กล่าวว่า จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด เนื่องจากซีสต์รังไข่ชนิดนี้ไม่สามารถยุบหายไปได้เองและยังมีโอกาสที่จะโตขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งอย่าได้หลงเชื่อคำโฆษณายาที่รับประทานแล้วสามารถขับซีสต์ออกมาได้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเพื่อรักษาเดอร์มอยด์ซีสต์สามารถผ่าตัดได้ทั้งแบบเปิดหน้าท้องและผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะเอาเฉพาะส่วนที่เป็นถุงน้ำออก เหลือไว้เฉพาะเนื้อรังไข่ส่วนที่ดี จึงแนะนำผู้ป่วยว่าไม่ควรตัดรังไข่ทิ้ง เพราะรังไข่มีหน้าที่สำคัญในการผลิตฮอร์โมนเพศหญิงและผลิตฟองไข่เพื่อการมีบุตรในอนาคต ดังนั้น ผู้ป่วยอย่าได้หลงเชื่อคำโฆษณายาที่รับประทานแล้วสามารถขับซีสต์ออกมาได้อย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตามแม้ว่าทางการแพทย์จะมีคำอธิบายถึงการพบเจอสิ่งแปลกปลอมในร่างกายมนุษย์ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดความผิดปกติต่อร่างกายอย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดควรมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและวิธีรักษาที่ถูกวิธีเพื่อผลดีต่อสุขภาพของเราเอง

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์
สูติ-นรีแพทย์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
โรงพยาบาลเวชธานี

ที่มา : เดลินิวส์ 23 กันยายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s