สาวผิวคล้ำ

thairath140919_01สาวๆ หลายคนอาจมีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวมัน ผิวไม่เนียนเรียบ หรือผิวแพ้ง่าย แต่ปัญหาเรื่องผิวติดอันดับสำหรับสาวไทย คือ การมีผิวคล้ำ เหตุเพราะค่านิยมในปัจจุบันที่ว่าสาวๆ อยากมีผิวขาว ปัจจุบันมีวิทยาการการรักษาผิวพรรณมากมาย วันนี้ศุกร์สุขภาพจะมาเจาะลึกว่าจะมีวิธีใดทำให้สาวๆ เป็นสาวผิวสวยและสุขภาพดี

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แต่ละคนมีสีผิวแตกต่างกัน คนไทยมีผิวขาวเหลืองแบบคนเอเชีย แต่บางคนก็มีผิวสีเข้ม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ 2 ประการ คือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายใน ได้แก่ กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย ส่วนปัจจัยภายนอกขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการโดนแดด หรือรังสียูวี การออกไปเจอมลภาวะต่างๆ การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพผิว รวมไปถึงการเลือกใช้เครื่องสำอางก็มีส่วนด้วย

สำหรับสาวๆ ที่อยากมี ผิวขาวกระจ่างใสผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ได้รับความนิยมก็คือ ผลิตภัณฑ์ช่วยป้องกันแสงแดด เป็นที่รู้กันว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เปิดโอกาสให้แสงแดดก็ทำร้ายผิว ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จึงจำเป็นมากสำหรับสาวไทย แต่ถ้าเป็นสาวรุ่นใหญ่ที่ต้องการลดความหย่อนคล้อย สร้างความอ่อนเยาว์แล้วล่ะก็ การดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ วิตามินเอ วิตามินซี โปรตีนเปปไทด์ AHA BHA  ก็จะช่วยเสริมคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวหนังให้แลดูกระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัยลงได้ หรือในบางรายอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากใบบัวบก หรือว่านหางจระเข้ เพราะนอกจากจะช่วยลดการระคายเคืองผิวแล้ว สมุนไพรเหล่านี้ยังปลอดภัยภัยต่อร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า โครเอ็นไซม์ คิวเท็น (Q 10) ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือคำว่า กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการความชุ่มชื้นแก่ผิว

นอกจากสารช่วยผลัดเซลล์ผิวลดอายุแล้ว ยังมีสารประเภททำให้ขาวที่ได้รับความนิยมและสนใจจากสาวๆ สมัยนี้ ซึ่งสารทำให้ขาวนั้นมีหลายประเภท ได้แก่ ประเภทแรกคือ สารฟอกสี (Bleaching Agents) ซึ่งเป็นอันตรายและห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ตัวอย่างเช่น ไฮโดรควิโนน ซึ่งก่อให้เกิดฝ้า จุดด่างขาวและตุ่มนูนสีดำ ปรอทแอมโมเนีย ซึ่งหากเกิดพิษสะสม จะทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

สารทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) นิยมใช้ในเครื่องสำอาง เช่น อาร์บิวติน กรดโคจิดและวิตามินซีแอนคอร์บิกแมกนีเซียมฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดการระคายเคือง แต่มีผลข้างเคียงน้อย

สารปกคลุมผิว (Covering Agents) เป็นสารทึบแสงและช่วยให้ผิวขาวทันที ซึ่งสารทิตาเนียมไดออกไซด์เป็นสารมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เมื่อล้างออกก็ยังมีสีผิวเดิม ไม่ได้ให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวถาวร

สารช่วยผลัดเซลล์ผิว (Alpha Hydroxy Acids หรือ AHSs) สารกลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยลดการสร้างเม็ดสีโดยตรง แต่ช่วยเร่งการหลุดลอกของผิวชั้นนอก ทำให้ดูขาวขึ้น โดยสารชนิดนี้มักเป็นกรดผลไม้ หรือเป็นสารที่มีตามธรรมชาติ ซึ่งที่เคยได้ยินบ่อยๆ คือ Latic Acid ได้จากนมเปรี้ยวและมะเขือเทศ Citric Acid สกัดได้จากส้มและมะนาว นอกจากนี้ ยังมี Gylcolic Acid สกัดจากอ้อย หรือ Malic Acid สกัดได้จากแอปเปิล

อันที่จริง สารช่วยผลัดเซลล์ผิว เป็นสารที่แพทย์ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังมานานแล้ว เพราะมีสมบัติช่วยให้ผิวดูขาว เนียนเรียบและลดรอยเหี่ยวย่น ปัจจุบันนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางหลายประเภท ซึ่งปริมาณจะต้องมีความเข้มข้นไม่เกิน 15% หากมากกว่านี้จะทำให้ระคายเคืองและผิวลอกได้ ส่วนปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงตั้งแต่ 20–70% จะนำไปใช้กับวิธีลอกผิว และต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้สารช่วยผลัดเซลล์ผิว คือ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะผลัดเซลล์ผิวด้านนอก ให้ผิวหนังชั้นในขึ้นมาแทน ซึ่งเป็นผิวที่บอบบางกว่า จึงมีโอกาสเสี่ยงจะเกิดอันตรายจากการถูกแสงแดดมากขึ้น ผิวคล้ำง่ายกว่าปกติและต้องระวังไม่ให้เกิดอาการแพ้ สำหรับการทดสอบว่าผู้ใช้จะมีอาการแพ้หรือไม่ ให้ทาผลิตภัณฑ์บริเวณใต้ท้องแขน เช้า-เย็น เป็นเวลา 7 วัน หากไม่มีความผิดปกติก็แสดงว่าปลอดภัยใช้ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีสารอีกตัว คือ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่สารตัวนี้จัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม มีส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันบางชนิด เช่น ยาสีฟัน ยาย้อมผม หรือกัดสีผม สารฟอกหนัง สำหรับทางการแพทย์ จะนำมาใช้ในการทำความสะอาดแผลลึก ปากแผลแคบ แต่สาวๆ ที่ใจร้อนอยากมีผิวขาวเร็ว ก็จะใช้สารตัวนี้ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของครีมเปลี่ยนสีผิว ครีมฟอกสีผิว หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาส่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม บางยี่ห้อสามารถเปลี่ยนได้ทั้งสีผิวและสีขนอีกด้วย หลายคนอาจดีใจที่ผิวเปลี่ยนมาขาวกระจ่างใสในระยะเวลาไม่นาน แต่หากใช้บ่อยๆ อาจทำให้ร่างกายไม่ผลิตสารเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ให้แก่ผิวหนัง ทำให้เมื่อโดนแดดอาจมีอาการแสบ หรือระคายเคือง ที่สำคัญสุดคือ มีโอกาสเสี่ยงเป็นเนื้องอกและมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าผิวธรรมดา

thairath140919_02

ปัจจุบันวิวัฒนาการและความเจริญทางด้านเทคโนโลยีทุกด้านเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันในสังคมเมืองค่อนข้างมาก การเสริมเติมแต่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิว ใบหน้าหรือแม้แต่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายให้ผิดแผกแตกต่างจากความเป็นธรรมชาติ หรือสนองความต้องการของมนุษย์ จึงเป็นเรื่องเหนือสิ่งอื่นใด ควรศึกษาเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจทำสิ่งใด ควรหาความรู้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดอันตรายกับเราน้อยที่สุด.

รศ.พญ.เพ็ญพรรณ วัฒนไกร
หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ที่มา : ไทยรัฐ 19 กันยายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s