โรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้

thairath140926_01พบบ่อยแค่ไหน

โรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Atopic Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังเป็นๆ หายๆ โรคนี้พบบ่อยประมาณร้อยละ 10 ในประชากรเด็ก ผู้ป่วยโรคนี้มักมีประวัติแพ้อากาศ ไอ จามบ่อยๆ หรือหอบหืดร่วมด้วย และมีแนวโน้มทางพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน คืออาจมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ นอกจากสาเหตุทางพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญ คือ สิ่งแวดล้อม เช่น อาหาร ไรฝุ่น สารระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้ โดยผิวหนังผู้ป่วยจะไว (Sensitive) ต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น อากาศร้อนเกินไป เย็นเกินไป แห้ง ชื้น สารเคมีที่ระคายผิวหนังและสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น แมลง เชื้อโรค

โรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้มีอาการอย่างไร

ผู้ป่วยจะมีผื่นคันอักเสบเป็นตุ่มหรือปื้นแดงๆ เป็นๆ หายๆ อย่างเรื้อรัง นอกจากนี้ผิวหนังบริเวณที่ไม่มีรอยโรคโดยทั่วไปจะค่อนข้างแห้ง เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะอาการของโรคแตกต่างกันตามวัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1. วัยทารกพบระหว่างอายุ 2 เดือน – 2 ปี ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการเมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไป บริเวณที่พบผื่นแดงคันหรือมีตุ่มแดงและตุ่มน้ำเล็กๆ ผสมอยู่ในผื่นแดงด้วย พบมากที่สุดบริเวณแก้ม ถ้าตุ่มน้ำแตกออกจะมีน้ำเหลืองเยิ้มหรือตกสะเก็ด อาจพบร่องรอยจากการเกาหรือถู เพราะเด็กเล็กๆ จะชอบเอาหน้าถูกับที่นอน เนื่องจากอาการคัน โดยผื่นอาจลุกลามไปผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ลำตัว ข้อศอก เข่า สำหรับในรายที่เป็นมากๆ อาจเกิดผื่นทั่วร่างกายได้

2. วัยเด็ก อายุระหว่าง 2 – 12 ปี ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณรอบคอ ข้อพับด้านในของแขน ขา เมื่อโรครุนแรงอาจลุกลามไปยังผิวหนังส่วนอื่นได้ โดยผื่นมักประกอบด้วยตุ่มนูนแดง แห้งๆ มีขุยเล็กน้อย แต่มักไม่พบตุ่มน้ำแตกหรือแฉะ ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

3. วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ มักพบผื่นบริเวณรอบคอ ข้อพับแขน ขา คล้ายที่พบในเด็กโต

 

ผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้….ทำไมเห่อง่าย เกิดจากปัจจัยอะไร    

เนื่องจากผู้ป่วยจะมีผิวแห้ง ผิวหนังมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม หรือต่อการกระตุ้นโดยสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง จึงมีหลายปัจจัยทำให้ผู้ป่วยอาการกำเริบง่าย ดังต่อไปนี้

1. สภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารก่อภูมิแพ้ เช่น มีไรฝุ่น แมลงสาบ สัตว์เลี้ยง แมลงอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผื่นมีอาการคันมากขึ้น

2. เชื้อโรคชนิดต่างๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา อาจแทรกซ้อน ทำให้เกิดการติดเชื้อบนผิวหนังของผู้ป่วย อาการจะกำเริบมากขึ้น ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์

3. ภูมิอากาศ มีผลต่ออาการแตกต่างกันในแต่ละผู้ป่วย กล่าวคือ ผิวหนังผู้ป่วยจะไวต่อเกือบทุกสภาวะ เช่น ในช่วงฤดูหนาว มีความชื้นในอากาศต่ำ อากาศแห้งและเย็นจะทำให้ผิวหนังผู้ป่วยคันและอักเสบมากขึ้น ส่วนในบางรายจะมีอาการมากขึ้นในฤดูร้อน เหงื่อออกมากทำให้ผู้ป่วยมีอาการคันและเกิดผื่นผิวหนังอักเสบมากขึ้นได้เช่นเดียวกัน

4. เสื้อผ้า ไม่ควรใช้เครื่องนุ่งห่มและเครื่องประดับที่มีขน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์เพราะระคายผิวหนัง ทำให้คันมากขึ้น ควรสวมผ้าฝ้ายที่ไม่หนามากจะเหมาะสมที่สุด

5. สบู่ ผงซักฟอก ที่มีฤทธิ์เป็นด่างจะละลายไขมันธรรมชาติบนผิวหนัง ทำให้ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบเป็นมากขึ้นได้

6. อาหาร ผู้ป่วยโรคนี้ประมาณร้อยละ 30 เกิดจากการแพ้อาหาร กระตุ้นให้ผื่นกำเริบได้ ซึ่งมักพบในผู้ป่วยเด็ก โดยอาหารที่แพ้บ่อยๆ ได้แก่ นม ไข่ ถั่วเหลือง อาหารทะเล เป็นต้น

7. จิตใจที่วิตกกังวล ความเครียด พบว่าสามารถทำให้โรคกำเริบได้

ผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ ศุกร์สุขภาพครั้งต่อไป แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลรักษา ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่ยุ่งยากมากนัก แล้วพบกันสัปดาห์หน้า.

รศ.นพ.สุวัฒน์ เบญจพล

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ที่มา: ไทยรัฐ 26 กันยายน 2557

thairath141003_01

โรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (2) การรักษาให้ถูกวิธี

ศุกร์สุขภาพสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาโรคผื่นผิวหนังอักเสบจะมีแนวทางการรักษาและปฏิบัติกันอย่างไรไปฟังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำกัน

หลักการรักษาที่สำคัญประกอบด้วย

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุและปัจจัยทำให้โรคกำเริบมากขึ้น ได้แก่

• สบู่ ควรใช้สบู่อ่อนๆ หรือถ้าเป็นไปได้ไม่ควรใช้สบู่อาบน้ำทุกครั้งที่อาบน้ำ เพราะการใช้บ่อยเกินไปยิ่งทำให้ผิวแห้ง กระตุ้นให้ผื่นคันมากขึ้น

• ผงซักฟอก เลือกชนิดระเคืองน้อย เช่น ผงซักฟอกสำหรับเสื้อผ้าเด็กทารก และควรซักล้างออกให้หมดด้วยการซักน้ำเปล่า

• เสื้อผ้า เลือกใช้เสื้อผ้านุ่ม โปร่งสบาย ผ้าแพร ผ้าฝ้าย โดยหลีกเลี่ยงผ้าขนสัตว์

• หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมากๆ

• หลีกเลี่ยงการสัมผัส สารก่อภูมิแพ้ ทั้งทางผิวหนัง สูดดมหรือรับประทาน

• ลดความเครียด ความวิตกกังวล

2. ลดอาการคันและหลีกเลี่ยงการเกา การรับประทานยาต้านฮีสตามีน จะช่วยลดอาการคันได้บ้างและได้ผลดีสำหรับบางคนเท่านั้น จึงควรพิจารณาใช้เมื่อจำเป็น  เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากยาและการใช้ยาโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ต้องลดการเกาผื่น  เนื่องจากการเกาจะทำให้ผื่นผิวหนังที่อักเสบกำเริบหรือเห่อมากขึ้น

3. ป้องกันและรักษาผิวแห้งโดยการทามอยซ์เจอไรเซอร์ หรือโลชั่น โดยควรทาหลังอาบน้ำภายใน 3-5 นาที หลังจากนั้นถ้าผิวยังแห้งมาก ควรทาเพิ่มเติม สามารถทาได้วันละหลายๆ ครั้ง

4. ยาทาสเตียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบของผื่นผิวหนัง แต่ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะโรคกลุ่มนี้ต้องใช้ยาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงถ้าใช้ยาไม่ถูกต้อง ปัจจุบันมียาทากลุ่มใหญ่ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ได้แก่ Tacrolimus  และ Pimecrokimus ซึ่งควบคุมอาการของโรคได้ดีพอควร แต่มีราคาแพงและต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์

5. รักษาโรคแทรกซ้อน ถ้ามีตุ่มหนองบริเวณที่เป็นตุ่มหรือผื่นแดง แสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะผู้ป่วยอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

6. การรักษาอื่นๆ เช่น การฉายแสงอัลตราไวโอเล็ต (UV) การรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ควรพิจารณาใช้ในรายที่เป็นรุนแรงมาก เป็นบริเวณกว้าง หรือไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ ข้างต้น โดยการใช้ยาในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้หายขาดหรือไม่      

โรคนี้มักเป็นเรื้อรัง ผื่นมักเป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยร้อยละ 60 จะเริ่มเป็นโรคก่อนอายุ 1 ปี มักมีอาการดีขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น ทั้งความรุนแรงและพื้นที่เกิดผื่น และอาจอาการจะดีขึ้นอีกเมื่ออายุ 10 ปี ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ดังนั้น ผู้ปกครองและผู้ป่วยจึงไม่ควรวิตกกังวล แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือปรึกษาแพทย์เมื่อมีปัญหา

เมื่อเรารู้สาเหตุและวิธีการรักษาและปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้แล้ว ก็ไม่ยากและสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ หากมีปัญหาผิดปกติจากที่แพทย์แนะนำ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางตามโรงพยาบาลใกล้ๆ บ้าน.

รศ.นพ.สุวัฒน์ เบญจพล พิทักษ์
คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ที่มา: ไทยรัฐ 3 ตุลาคม 2557

thairath141003_01a

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s