บริโภคอาหารอย่างระวัง เชื้อโรคไม่ถามหา

dailynews140927_01การบริโภคอาหารหลากหลาย ถูกสุขลักษณะนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ห่างไกลสารพัดโรคภัยได้ แต่มักเป็นสิ่งที่เรามักมองข้ามและละเลยกันเป็นส่วนใหญ่

อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบกับอีกหลากหลายเมนูที่ชื่นชอบรับประทานนั้น บ่อยครั้งทีเดียวที่จะมีข่าวความเคลื่อนไหวให้ติดตามถึงความอันตรายการเจ็บป่วยรุนแรง ทั้งอาการอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง ท้องเสีย อีกทั้งการบริโภคอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ยังมีความเสี่ยงต่อโรคพยาธิต่าง ๆ โดยบางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงชีวิตและยิ่งฤดูร้อนอากาศอบอ้าวที่เริ่มสัมผัสได้นั้นยังมีความเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหารอีกด้วย ฉะนั้น การบริโภคอาหารให้ถูกสุขอนามัย ปรุงสุกสะอาดสดใหม่ รู้และเข้าใจในวิธีการเก็บรักษาอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเสริมสุขภาพให้หลีกไกลจากความเจ็บป่วย

ส่วนโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางอาหารมีทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งสารพิษที่สร้างจากเชื้อเหล่านี้ อย่างที่พบบ่อย ๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้มีไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง เชื้อโรคเหล่านี้พบได้ในลำไส้ของสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกทั้งในอาหารทะเลจำพวกหอยหลายชนิด ดังนั้น หากนำมารับประทานโดยไม่ทำให้สุกดี ไม่สะอาด ก็จะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกาย

เมื่อรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุกเข้าไป ร่างกายก็มีโอกาสจะได้รับเชื้อเข้าไปด้วย ส่วนมากแล้วเชื้อจะเข้าไปฟักตัวเป็นชั่วโมงหรือทั้งวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่ได้รับเข้าไปในร่างกาย ความรุนแรงของเชื้อโรคนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ที่รับเชื้อเข้าไป อย่างเช่น เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ มีโอกาสเป็นรุนแรงมากกว่าคนปกติเป็นเท่าตัว อีกทั้งผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างผู้ที่เป็นมะเร็งหรือเป็นโรคเลือด ก็มีโอกาสเป็นได้มากกว่าคนปกติ

สำหรับอาการที่ปรากฏจะคล้ายกันในผู้ที่ได้รับเชื้อโรคเข้าไปคือ ปวดท้อง มีไข้ ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ส่วนมากเชื้อพวกนี้มักจะหายเองได้ใน 3-4 วัน ยกเว้นแต่ในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจจะเสียน้ำ เสียเกลือแร่ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้

การดูแลสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรรับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุก หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อย่างในต่างประเทศอาหารสุกจะมีแท่งวัดอุณหภูมิปักลงไปในเนื้ออุณหภูมิต้องมากกว่า 78 องศาเซลเซียส จึงจะปลอดภัย ขณะที่ด้านนอกต้องมากกว่า 100 องศาเซลเซียส และก่อนการปรุงอาหารต้องล้างให้สะอาดเป็นพิเศษ ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ในการล้างก็ต้องล้างแยกกัน ไม่ปะปนกัน การใช้เขียง ใช้มีดหั่นแล้วก็ต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้ง

อาหารที่ปรุงสุกแล้วนั้นเมื่อตั้งให้เย็นแล้วควรเก็บใส่ตู้เย็นภายใน 3 ชั่วโมง หากตั้งวางเอาไว้เชื้อโรคอาจจะมีการเพิ่มจำนวนหรืออาจจะสร้างสารพิษขึ้นมาในช่วงนั้นได้ การเก็บรักษาควรแยกเป็นภาชนะเล็ก ๆ จะช่วยให้เย็นเร็วยิ่งขึ้น การรับประทานก็ควรนำมาอุ่นก่อน ซึ่งการอุ่นอาหารควรทำให้เดือดไม่ใช่แค่ทำให้ร้อนเฉย ๆ ส่วนพวกผัก ผลไม้ ควรล้างให้น้ำไหลผ่านชะล้างเชื้อโรคให้ดีก่อน

นอกจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มากับอาหารที่ปรุงไม่สุกแล้วนั้น พยาธิที่อยู่ในดินที่ติดมากับสัตว์และผัก รวมทั้งหากสัมผัสขุดจับดินที่มีพยาธิโดยไม่ล้างมือให้สะอาดให้ดีแล้วนั้น ก็อาจจะติดเข้าไปในร่างกายของเรา ติดกับอาหารที่รับประทานได้ อย่างเช่น พยาธิกล้ามเนื้อ หากเข้าสู่ร่างกายจะไปฝังตามกล้ามเนื้อในร่างกายของเรา พวกนี้ติดมากับพวกหมู กระรอก หนู กระแต เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีพวกพยาธิตัวจี๊ด ซึ่งจะไชเข้าไปตามผิวหนังของเรา แล้วจะมีอาการคันตามเนื้อตามตัว ซึ่งพวกนี้จะอยู่ในพวกไรน้ำ ซึ่งปลา กุ้ง ปู จะกินไรน้ำพวกนี้เข้าไปและหากกินกุ้งสุก ๆ ดิบ ๆ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาไหล เขียด กบ ฯลฯ ที่ปรุงไม่สุกดีพอนั้นก็จะมีโอกาสที่พยาธิเข้าไปในร่างกายของเราได้ ซึ่งพยาธิใบไม้ในตับนั้น ส่วนใหญ่พบทางอีสานอยู่ในพวกหอย ปลา ที่นำมาทำปลาร้า ปลาส้ม ปลาก้อย พอไม่สุกเมื่อนำมาทานพยาธิพวกนี้ก็จะไปอยู่ที่ทางเดินน้ำดี เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งทางท่อน้ำดี อาการที่พบก็จะมีตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งถึงตอนนั้นอาจจะช้าเกินการรักษาได้

การทำให้สุกสะอาดจึงเป็นการตัดวงจรก่อนเกิดโรคซึ่งโดยมากคนเรานั้นมักละเลยมองข้ามกันไป บางคนอาจโชคดีก็ไม่เกิดอะไรก็ได้ แต่บางคนที่โชคร้ายหลีกไม่พ้นความเจ็บป่วยเกิดขึ้นมา ส่วนในความรุนแรงของเชื้อโรคตัวนั้นขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนที่ได้รับเชื้อเข้าไป เชื้อแต่ละชนิดมีความรุนแรงแตกต่างกัน แต่ที่ดีที่สุดควรเลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งบางคนอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้

อย่างที่กล่าวมานั้นการปรุงไม่สุกหากทิ้งไว้ข้างนอกนาน ๆ เชื้อโรคต่าง ๆ ก็จะเจริญเติบโต ในคำว่า สุก หากเป็นอาหารประเภท แกง ต้องเดือดอย่างน้อย 5 นาที เป็นอย่างต่ำ ขณะที่อาหารจำพวกปิ้งย่างก็ไม่ควรที่จะมีเนื้อแดงและในการสังเกตดูแลตนเองหากเกิดการท้องเสีย อาเจียนต่อเนื่อง มีไข้ขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ แต่ที่เป็นอันตรายระยะยาวต่างจากพวกแบคทีเรีย ไวรัส หากเป็นพวกพยาธิส่วนใหญ่จะเข้าไปอยู่ในตัวจนกระทั่งแพร่กระจายจะรบกวนการทำงานของร่างกายของเรา ส่วนพยาธิตัวกลมชนิดอื่นมักจะเข้าไปอาศัยอยู่ในลำไส้ทำให้เป็นโรคขาดสารอาหาร เป็นโรคท้องเสียเรื้อรังได้

ก่อนที่จะสายเกินแก้ไขการรู้เข้าใจในการบริโภคอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญและเมื่อทราบถึงอันตรายการบริโภคอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น และไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตามการปรุงสุกสะอาดเข้าไว้ก่อน ล้วนแต่จะช่วยสร้างความปลอดภัยส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณเองได้.

นพ.ปริย พรรณเชษฐ์
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา : เดลินิวส์ 27 กันยายน 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s