‘ส่องกล้องผ่าตัดไทรอยด์แบบไร้แผล’ ความสำเร็จครั้งใหม่วงการศัลยแพทย์ไทย

dailynews141012_03b‘‘ไทรอยด์” เป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย หากไทรอยด์ทำงานผิดปกติย่อมเกิดความแปรปรวนทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงสมองด้วย จึงต้องมีการพัฒนาการรักษาเพื่อลดปัญหาแทรกซ้อนและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยล่าสุดมีนวัตกรรมการส่องกล้องผ่าตัดไทรอยด์ผ่านช่องปากแบบไร้แผล นับเป็นมิติใหม่ของวงการแพทย์ไทย…!!

นายแพทย์อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์หน่วยผ่าตัดผ่านกล้อง กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ อธิบายถึงวิวัฒนาการการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์โตในประเทศ ไทยว่า ภาวะต่อมไทรอยด์โตที่พบบ่อยในประเทศไทย มักมีสาเหตุมาจากการขาดสารไอโอดีน หรือแม้แต่ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์เอง ทำให้โตขึ้นจนเห็นได้ชัด ซึ่งการรักษาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์โตมักจะเริ่มด้วยการรับประทานยาฮอร์โมนเพื่อกดการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้ก้อนยุบลงหรือไม่โตขึ้น แต่ส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ข้างใดข้างหนึ่งออก หรือทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการเป็นมะเร็ง หรือก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือหายใจไม่สะดวก และในบางกรณีเพื่อความสวยงามของผู้ป่วยเอง

การผ่าตัดที่มีมาตั้งแต่อดีต คือ การผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด โดยศัลยแพทย์จะลงมีดที่บริเวณคอในแนวขวาง ซึ่งสามารถตัดไทรอยด์ออกได้หมด รวมถึงเลาะต่อมน้ำเหลืองได้ด้วยในบางกรณี และแน่นอนว่าการผ่าตัดแบบนี้ย่อมทำให้เกิดแผลเห็นได้ชัด เนื่องจากแผลจะอยู่ที่คอ ภายนอกร่มผ้า ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เกิดความไม่มั่นใจ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดเพื่อเลี่ยงการเกิดแผล ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดไทรอยด์ชนิดแผลเล็ก แต่ก็ยังมีบาดแผลให้เห็นที่คออยู่ ต่อมามีการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องวีดิทัศน์หลาย ๆ วิธี เช่น ลงแผลที่รักแร้ หน้าอก หัวนม หลังหู เป็นต้น

การผ่าตัดผ่านกล้องนี้ล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นที่คอที่เห็นได้ชัด แต่ย้ายไปมีแผลบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายแทน ซึ่งการผ่าตัดผ่านกล้องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับในประเทศไทย เทคนิคที่ทำกันอย่างแพร่หลายคือ ผ่าตัดผ่านกล้องทางรักแร้ แต่มีข้อจำกัด เช่น ระยะทางจากรักแร้ไปถึงต่อมไทรอยด์มีระยะทางไกล ทำให้การผ่าตัดค่อนข้างยากมีผลแทรกซ้อนมาก และที่สำคัญต้องเป็นศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญมากเป็นพิเศษ ในเมืองไทยมีศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องทางรักแร้ได้ประมาณ 30 คน

dailynews141012_03a

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องผ่านทางช่องปากกับคนไข้จริง ริเริ่มโดยศัลยแพทย์ชาวเยอรมัน ในปี 2555 ต่อมาได้มีศัลยแพทย์ชาวญี่ปุ่นและจีนได้ริเริ่มทำการผ่าตัดชนิดนี้ โดยมีเทคนิคที่แตกต่างกัน แต่ยังมีการผ่าตัดชนิดนี้กันในจำนวนน้อยมาก ส่วนประเทศอื่น ๆ ยังทดลองผ่าตัดในร่างกายอาจารย์ใหญ่หรือในหมูยังไม่มีการผ่าตัดในคนไข้จริง ดังนั้น ทีมศัลยแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจจึงประสบความสำเร็จในการผ่าตัดไทรอยด์แบบส่องกล้องทางช่องปากไร้แผลเป็นที่ผิวหนังโดยสิ้นเชิงเป็นรายแรก และรายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นรายที่ 4 ของโลกรองจากเยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน

เราได้มีการริเริ่มรักษาผู้ป่วยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน สามารถผ่าตัดรักษาผู้ป่วยไปแล้ว 14 ราย ได้รับความพอใจสูงสุดจากคนไข้ทุกราย ขนาดก้อนไทรอยด์ที่ทำการผ่าตัดมีตั้งแต่ 3-10 เซนติเมตร (เฉลี่ย 6 ซม.) ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 2 ชั่วโมง เฉลี่ยเวลาพักฟื้น 3-4 วัน โดยไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อนใด ๆ และมีอาการเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการศัลยแพทย์ไทย และสร้างมาตรฐานใหม่ของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ในอนาคต

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทางช่องปาก แพทย์จะเจาะรูเล็ก ๆ ขนาด 1 เซนติเมตรที่บริเวณรอยต่อระหว่างริมฝีปากล่างกับเหงือกของฟันล่างและด้านข้าง ขนาด 0.5 เซนติ เมตรอีก 2 รู จากนั้นเลาะไปใต้ผิวหนังลงไปถึงคอบริเวณต่อมไทรอยด์ โดยใช้อุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษผ่าตัดโดยใช้กล้องและเครื่องมือตัดต่อมไทรอยด์ออก จากนั้นจึงเย็บแผลด้วยไหมละลาย โดยคนไข้จะสามารถกลับห้องพักฟื้นได้เลยและสามารถรับประทานอาหารอ่อนได้ในวันที่สองหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดแบบนี้จะไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้นที่ผิวหนังเลย 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากช่องปากมีเส้นเลือดมาเลี้ยงค่อนข้างมาก ทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายไวมาก และไม่เกิดแผลเป็นหรือเป็นพังผืดใด ๆ เลย ทั้งนี้ระยะทางระหว่างช่องปากและไทรอยด์ถือว่าสั้นที่สุด เมื่อเทียบกับการผ่าตัดผ่านกล้องวิธีอื่น ๆ ทำให้ศัลยแพทย์ผ่าตัดได้ง่ายมากขึ้น และสามารถผ่าตัดไทรอยด์ได้ทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ต้องเปิดแผลเพิ่มอีก คนไข้เจ็บและเสียเลือดน้อยมาก (ไม่เกิน 10-20 ซีซี) จากการผ่าตัดพบว่าหลังผ่าตัดวันที่ 2-3 คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ เหมือนไม่เคยผ่าตัดมาก่อน โดยแพทย์จะรอดูอาการประมาณ 3-4 วัน หากไม่มีปัญหาก็สามารถกลับบ้านได้

อย่างไรก็ตามหลังผ่าตัดคนไข้ไม่ต้องทำแผลใด ๆ แผลที่เย็บไว้ในปากเป็นไหมจะละลายไปเองภายใน 30 วัน ซึ่งในช่วงนี้คนไข้สามารถใช้ชีวิตและรับประทานอาหารได้ตามปกติ และ นอกเหนือจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทางช่องปากแล้ว ยังสามารถผ่าตัดผ่านกล้องในโรคที่ซับซ้อนอื่น ๆ ได้ทุกโรค อาทิ การผ่าตัดโรคอ้วนเพื่อลดน้ำหนักผ่านกล้อง ผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้อง ผ่าตัดมะเร็งตับ หรือตับอ่อน และถุงน้ำดีผ่านกล้อง ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง ผ่าตัดเพื่อลดภาวะเหงื่อออกมากผ่านกล้อง เป็นต้น 

ล่าสุดยังได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องศัลยกรรม เพื่อทำการตรวจรักษา วิจัย และผ่าตัด โดยใช้การผ่าตัดผ่านกล้องชั้นสูงให้แก่ประชาชนทั่วไปและเพื่อเป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการและการผ่าตัดผ่านกล้องของประเทศและนานาชาติอีกด้วย ผู้ป่วยสามารถติดต่อขอรับการตรวจได้ที่ห้องตรวจโรคศัลยกรรม ตึกอำนวยการชั้น 3 โรงพยาบาลตำรวจ โทร.0-2207-6000 และดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์  http://www.1.pgh.go.th/home.php 

ที่มา : เดลินิวส์ 12 ตุลาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s