กล้วย ลดความอ้วนได้จริงหรือ ?

dailynews141006_01สังคมในปัจจุบันมองว่า ผู้หญิงที่ดูดี มักมีรูปร่างผอมเพรียว เอวบางร่างน้อย บรรดาสาว ๆ จึงต้องพยายามทำตัวเองให้ผอม สรรหาสูตรวิธีต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ครั้นจะอดข้าวอดน้ำก็ดูจะเป็นวิธีที่ไม่เวิร์กสักเท่าไหร่ การค้นหาวิธีลดความอ้วน โดยการเลือกรับประทานอาหารให้อิ่มท้องแต่ไม่อ้วน จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากที่สุด

‘กล้วย’ เป็นอีกหนึ่งความนิยมที่บรรดาสาวๆ เลือกทานเพื่อช่วยในการลดความอ้วน จะว่าไปแล้วกล้วยเป็นผลไม้ที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ตั้งแต่วัยทารก เมื่อเริ่มทานอาหารเสริมได้ สิ่งที่บรรดาแม่ๆ มักเลือกป้อนให้ทาน คือ กล้วยบด เนื่องจากกล้วยเป็นแหล่งของวิตามินบี 6 โดยร่างกายจะนำไปใช้ในการสร้างนอร์อีพิเนฟฟรินและสร้างสารซีโรโทนิน มีส่วนช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทช่วยให้ตื่นตัว สดชื่น มีความสุข ควบคุมความอยากอาหาร ช่วยให้หลับ และมีผลต่อความจำ

อีกทั้งมีเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายจะเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอ ส่งผลต่อการดูแลผิวพรรณ และเส้นใยอาหารที่ช่วยขัดล้างลำไส้ ป้องกันลำไส้จากเชื้อโรค ใยอาหารในกล้วยเป็นอาหารที่ดีของจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ขับถ่ายได้สะดวก

ต่อข้อสงสัยที่ส่งต่อกันมาเกี่ยวกับการทานกล้วยเพื่อลดความอ้วนเดลินิวส์ออนไลน์ จึงสอบถามข้อเท็จจริงไปยังคุณสุจิตต์ สาลีพันธ์ นักวิชาการสาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ พบว่าการทานกล้วยเพื่อลดความอ้วนสามารถทำได้ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ สามารถทานได้ในขณะที่ท้องว่างโดยไม่เป็นอันตราย แต่การจะเลือกทานผลไม้เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ขาดสารอาหารจากหมู่อื่นๆอาทิ คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, เกลือแร่ และไขมัน จึงควรต้องทานควบคู่กันให้ครบทุกหมู่

อีกทั้ง การเลือกทานกล้วยแต่ละชนิด มีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ หากเปรียบเทียบจากขนาด กล้วยน้ำว้า 1 ผล = กล้วยไข่ 1 ผล ในขนาดใกล้เคียงกัน = กล้วยเล็บมือนาง 3 ผล = กล้วยหอม3/4 ผล แต่หากวิเคราะห์จากคุณค่าโภชนาการใน 100 กรัม ของเนื้อกล้วยแต่ละชนิด จะให้พลังงานไม่ต่างกันมาก อาทิ กล้วยน้ำว้า 148 กก.แคลอรี่, กล้วยไข่ 140 ก.ก.แคลลอรี่, กล้วยหอม 132ก.ก.แคลลอรี่ และกล้วยหักมุข 113ก.ก.แคลลอรี่ ส่วนกล้วยชนิดอื่นๆ จะมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกัน ยกเว้น เบต้าแคโรทีนในกล้วยไข่ที่จะมีมากกว่ากล้วยอื่นๆ ด้วยสีของกล้วยที่เหลืองกว่า ซึ่งคล้ายกับในฟักทองและมะละกอ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทานกล้วยจะมีประโยชน์และช่วยให้อิ่มท้อง แต่ควรเลือกทานในปริมาณพอเหมาะด้วย เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน ซึ่งได้มาจากคาร์โบไฮเดรต แม้จะเป็นโมเลกุลที่เล็กแต่ก็ให้พลังงานสูง หากเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป และร่างกายไม่สามารถย่อยได้หมด ก็จะสะสมและกลายเป็นไขมัน อันเป็นสาเหตุของโรคอ้วนในที่สุด

@pattdn
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

ที่มา : เดลินิวส์ 6 ตุลาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s