การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

dailynews141214_02   ข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Indication for Esophage-gastro duodenoscopy)

  • ปวดจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ ใต้ชายโครงซ้ายเหนือสะดือ เสียดท้อง ปวดแสบท้อง
  • อาหารไม่ย่อย ลมแน่นท้อง (Dyspepsia)
  • กลืนอาหารลำบาก (Cysphagia)
  • กลืนอาหารเจ็บ (Odynophagia)
  • น้ำหนักลดลง (Weight loss)
  • เบื่ออาหาร (Anorexia)
  • อาเจียนบ่อย (Repeated vomiting)
  • ซีด ภาวะโลหิตจาง (Anemia)
  • อาเจียนเป็นเลือด (Hematemesis)
  • ถ่ายอุจจาระดำ (Melena)
  • พบก้อนในช่องท้องด้านบน (Upper abdominal mass)

การตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น

วิธีการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เป็นวิธีหนึ่งซึ่งสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยกล้องที่ใช้ตรวจจะมีลักษณะเป็นท่อเล็ก ๆ สามารถโค้งงอไปตามท่อทางเดินอาหารได้ ซึ่งจะเริ่มส่องกล้องนี้เข้าทางช่องปากไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งสามารถช่วยให้แพทย์เห็นภาพในกระเพาะอาหารได้อย่างชัดเจน ทั้งลักษณะความผิดปกติและตำแหน่งที่พบความผิดปกติได้ทางจอรับภาพ พร้อมทั้งสามารถบันทึกภาพและนำรูปภาพออกมาดูได้

 

การเตรียมตัวก่อนมาโรงพยาบาล

1. ต้องงดน้ำ-อาหารอย่างน้อย 6 ชม. และอาหารมื้อสุดท้าย ก่อนงดควรเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย เพื่อให้กระเพาะอาหารว่าง
2. ถ้ามีฟันปลอมให้ถอดออกก่อนการส่องกล้อง
3. ถ้ามียาที่รับประทานอยู่ประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อพิจารณางดยาถ้าจำเป็น เช่น ยาในกลุ่มละลายลิ่มเลือด แอสไพริน
4. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความวิตกกังวลสูงควรพาญาติมา รพ.ด้วย
5.ควรมาถึง รพ. ก่อนเวลานัดอย่างน้อย 1/2-1 ชม. ก่อนเวลาส่องกล้อง

 

ขณะที่แพทย์ส่องกล้องท่านจะพบกับอะไรบ้าง

1. ท่านจะได้รับยาชาเฉพาะที่ชนิดพ่นลงในลำคอ ซึ่งสามารถกลืนได้โดยไม่เป็นอันตราย ถ้าผู้ป่วยมีความวิตกกังวลขณะส่องกล้อง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาคลายวิตกกังวลซึ่งจะทำให้ท่านสบายขึ้น

2. ท่านจะต้องนอนในท่าตะแคงซ้ายขณะส่องกล้อง และสามารถช่วยแพทย์โดยการกลืนน้ำลายลงคอ เพื่อช่วยให้กล้องผ่านเข้าสู่หลอดอาหารได้สะดวก และลดการรบกวนหลอดอาหารได้ด้วย โดยขั้นตอนนี้แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำตลอดเวลา

3. เมื่อกล้องผ่านหลอดอาหารแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องกลืนน้ำลาย สามารถปล่อยให้น้ำลายไหลลงที่ผ้ากันเปื้อนได้

4. ใช้เวลาในการส่องกล้องประมาณ 5-10 นาที ในระหว่างส่องกล้องท่านอาจจะมีอาการอึดอัดบ้าง เนื่องจากแพทย์จะเป่าลมเข้าทางกล้อง เพื่อขยายกระเพาะอาหารให้เห็นได้ชัดเจน

5. ขณะส่องกล้องท่านจะสามารถหายใจทางจมูกได้ตามปกติ อย่ากลั้นหายใจ เพราะจะทำให้ท่านรู้สึกอึดอัดและไม่สุขสบาย

 

ประโยชน์ของการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

  • เพื่อตรวจดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นว่ามีลักษณะผิดปกติ เช่น ตีบ อุดตัน เป็นแผล อักเสบ เนื้องอก มะเร็ง จุดเลือดออก เส้นเลือดแตกหรือไม่
  • ถ้าพบลักษณะแผล เนื้องอกมะเร็ง แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งพิสูจน์ต่อไปว่า เป็นแผลธรรมดา เป็นมะเร็ง หรือมีเชื้อโรคเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไรหรือไม่
  • ถ้าพบจุดเลือดออก อาจฉีดยาห้ามเลือด หรือใช้ความร้อน จากกระแสไฟฟ้าห้ามเลือด หรือใช้ Hemoclip (คล้ายเข็มเย็บกระดาษ) ช่วยหยุดเลือด
  • หากมีการตีบตันก็จะใช้กล้องส่องกระเพาะช่วยขยายได้บางส่วน
  • ในกรณีที่มีเส้นเลือดดำโป่งพองที่ส่วนปลายหลอดอาหาร (พบในผู้ป่วยตับแข็ง ซึ่งจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด) สามารถรัดเส้นเลือดดำที่แตกนี้ได้โดยรัดผ่านกล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำ
  • เพื่อติดตามผลการรักษาด้วยยา ว่าแผลหายดีหรือไม่

 

ผลข้างเคียงของการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

  • อาจมีเลือดออก พบได้น้อยกว่า 1:1000 มักพบในรายที่จี้ตัดเนื้องอก หรือตัดชิ้นเนื้อหลาย ๆ แห่ง
  • การสำลักน้ำลาย เกิดปอดอักเสบ พบได้น้อย
  • การติดเชื้อ พบได้น้อย
  • ส่วนอาการเจ็บระคายคอ การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยได้

 

การปฏิบัติตัวหลังได้รับการส่องกล้อง

1.ท่านจะรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดที่ลำคอ หรือรู้สึกหนา ๆ บริเวณโคนลิ้น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาชา ท่านจะรู้สึกอยู่นานประมาณ 30 นาที แล้วอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเอง

2. ท่านสามารถอมน้ำบ้วนปากได้ แต่ยังไม่ควรดื่มน้ำในทันที เพราะอาจทำให้ท่านสำลักน้ำได้ เนื่องจากยังมีฤทธิ์ยาชาอยู่จะบังคับการกลืนได้ไม่ดี

3. เมื่อรู้สึกว่าคอหายชาแล้ว ให้ท่านลองจิบน้ำก่อน ถ้าท่านสามารถบังคับการกลืนได้ดี ไม่มีอาการสำลักน้ำจึงสามารถเริ่มรับประทานอาหารได้ และควรเริ่มเป็นอาหารอ่อนก่อน

4. ในกรณีที่ท่านได้รับยาคลายวิตกกังวล ท่านอาจจะต้องนอนในห้องพักฟื้นจนกว่าท่านจะรู้สึกตัวดีจึงกลับบ้านได้

5. ในกรณีที่แพทย์สั่งยารักษาให้ท่าน ควรรับประทานยาให้ครบถ้วนและถูกต้องอย่างเคร่งครัด

6.เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ควรมารับการตรวจรักษาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง

ข้อมูลจาก ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลพญาไท 1/ http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา: เดลินิวส์ 14 ธันวาคม 2557

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s