ศัลยกรรมเสริมเต้านมให้ปลอดภัย ตอนที่ 2 : อันตรายจากซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน

thairath150202ซิลิโคนเสริมเต้านมที่ไม่ได้มาตรฐาน หมายถึง การไม่ได้คุณภาพของถุงซิลิโคนภายนอกหรือตัวของเหลวที่อยู่ ภายใน ซึ่งการไม่ได้คุณภาพของส่วนใดส่วนหนึ่งจะทําให้เกิดการแตกหรือการรั่วซึมที่มากเกินยอมรับได้ ซิลิโคนเหลวด้อยคุณภาพที่รั่วออกมาอาจกระตุ้นปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกาย ส่งผลให้เกิดพังผืดมากขึ้น มีแคลเซียมมาเกาะตัวมากขึ้น ทําให้ เต้านมผิดรูป แข็ง และอาจเกิดความเจ็บปวดได้ ส่วนความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งตามที่ปรากฏในข่าวนั้นยังอยู่ระหว่างการวิจัยจากองค์กรชั้นนําของโลก

ข้อแนะนําสําหรับผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนด้อยคุณภาพหรือไม่มั่นใจ

1. “ตั้งสติให้มั่นอย่าตื่นตระหนก” : ขั้นตอนนี้สําคัญที่สุดเนื่องจากซิลิโคนนี้อยู่กับเรามาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว มันไม่ได้คอขาดบาดตายในอีก 5 นาที หรือ 2 วันข้างหน้าอย่างแน่นอน

2. “สังเกตและตรวจด้วยตนเอง” : สํารวจรูปร่างของเต้านมหน้ากระจกว่าผิดปกติไหมมีอาการปวดหรือไม่ จากนั้นค่อยๆ ใช้มือสัมผัสคลําเต้านมของตนเองว่ามีก้อนผิดปกติหรือไม่ หรือมีส่วนใดของเต้านมที่แข็งผิด ปกติ ต่อมาให้คลํารักแร้ทั้งสองข้างหาก้อนผิดปกติซึ่งอาจเป็นต่อมน้ําเหลือง หรือซิลิโคนเหลวที่รั่วซึมออกมา สุดท้ายค่อยๆ ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือรีดบริเวณหัวนมและลานหัวนมว่ามีของเหลวออกมาหรือไม่ (โดยปกติไม่ ควรจะมีของเหลวใดๆ ออกมา) ถ้ามีให้สังเกตดูว่าของเหลวดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร เช่น เป็นน้ํานม น้ําเหลือง หรือ น้ําเลือด เป็นต้น

3.“พบแพทย์” : หาเวลาที่สะดวกไปพบศัลยแพทย์ตกแต่งที่ผ่าตัดให้ หากไม่สามารถหาศัลยแพทย์ท่านเดิมได้ก็ สามารถปรึกษาแพทย์ท่านใหม่ โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเล่าให้คุณหมอฟัง จากนั้นคุณหมอก็จะทําการตรวจ หน้าอกและรักแร้เพื่อหาภาวะแทรกซ้อน และอาจทําการตรวจคัดกรองหรือวินิจฉัยทางรังสี เช่น เอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ตรวจเต้านมด้วยเสียงความถี่สูง (Ultrasound) หรือ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตามความเหมาะสม ถ้าพบความผิดปกติของเต้านมไม่ว่าจะเป็นผลแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับซิลิโคน (เช่น พังผืดรัด ซิลิโคนรั่วซึม) หรือ ความผิดปกติอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแผนการรักษาร่วมกับคุณหมอเจ้าของไข้ หากมีข้อสงสัยก็อย่าลังเลที่จะซักถาม ศัลยแพทย์ที่ดีย่อมยินดีที่จะให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยเสมอ แต่หากไม่มีอาการ และตรวจไม่พบความผิดปกติ แนะนําให้สอบถามยี่ห้อ รุ่น ชนิด และขนาดของซิลิโคนเสริมเต้านมเก็บไว้เป็น ข้อมูลส่วนตัวก่อน ในกรณีที่พบว่าเป็นซิลิโคนด้อยคุณภาพแต่ถุงซิลิโคนยังอยู่ในสภาพดี ก็ยังไม่ควรผ่าตัด เปลี่ยน แนะนําให้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด โดยการตรวจเต้านมตนเองอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 3 เดือน และเข้ารับการตรวจติดตามโดยแพทย์ทุก 6 เดือน ถึง 1 ปี นอกจากนี้ควรได้รับการตรวจทางรังสีด้วยอัลตราซาวด์ แมมโมแกรม หรือ MRI ทุก 1-2 ปี ด้วย

ข้อแนะนําสําหรับผู้ที่กําลังวางแผนจะเข้ารับการผ่าตัดเสริมเต้านม

เนื่องจากการผ่าตัดเสริมเต้านมเป็นการผ่าตัดที่ลงทุนสูง ที่ว่าลงทุนสูงนั้นไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ยังรวมไป ถึงการที่จะต้องดมยาสลบ การเจ็บตัวหลังผ่าตัด ตลอดจนช่วงเวลาในการพักฟื้น ดังนั้นควรจะศึกษาหาข้อมูลและทําความเข้าใจเป็นอย่างดี โดยพิจารณาดังนี้

1. “อยากได้เต้านมอย่างไร” : การรู้ความต้องการของตนเองเป็นสิ่งสําคัญที่สุด เนื่องจากความสวยนั้นเป็น นามธรรม ความสวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณผู้หญิงควรให้เวลาในการไตร่ตรอง ตกผลึกความคิดของตนเอง และเรียบเรียงออกมาเป็นรูปธรรมอย่างละเอียด เพื่อสื่อสารกับศัลยแพทย์ตกแต่งให้เข้าใจถึงความสวยที่ต้องการและเป็นไปได้ตามความเป็นจริง

2. “ข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดมีอะไรบ้าง” : คุณผู้หญิงต้องทําความเข้าใจสถานการณ์หลังการผ่าตัดและการพักฟื้น จะต้องรู้ว่าผลการผ่าตัดที่ดีที่สุดเป็นอย่างไรและมีความเสี่ยงอะไรบ้างที่จะเกิดจากการผ่าตัด หลังจากนั้นจึงนําข้อมูลทั้งหมดมาชั่งน้ําหนัก และตัดสินใจด้วยตนเอง โดยมีศัลยแพทย์ตกแต่งเป็นที่ปรึกษาว่า “คุ้ม” ที่จะทําหรือไม่

นายแพทย์กิดากร กิระนันทวัฒน์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

ที่มา : ไทยรัฐ 2 มกราคม 2558

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s